9 ส.ค. เวลา 02:50 • ประวัติศาสตร์

เมื่ออเมริกันชนเกือบสิ้นศรัทธา เรื่องราวของผู้นำที่เปลี่ยนความตื่นตระหนกให้เป็นพลัง

วันที่ 4 มีนาคม ค.ศ.1933 (พ.ศ.2476) “แฟรงกลิน ดี. รูสเวลต์ (Franklin D. Roosevelt)” ประธานาธิบดีคนที่ 32 แห่งสหรัฐอเมริกา ได้ยืนอยู่เบื้องหน้าอาคารรัฐสภาสหรัฐอเมริกา ท่ามกลางสายตาของประชาชนในประเทศที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัว
ธนาคารกำลังล่มสลาย ธุรกิจต่างทยอยปิดตัว ฟาร์มต่างๆ ประสบภาวะล้มเหลว และชาวอเมริกันนับล้านต้องสูญเสียทั้งงาน เงินออม รวมถึงความเชื่อมั่นในอนาคต “วิกฤตเศรษฐกิจครั้งใหญ่ (The Great Depression)” ได้เข้าสู่ช่วงเวลาที่มืดมนที่สุด อัตราการว่างงานพุ่งสูงถึงราว 1 ใน 4 ของกำลังแรงงานทั้งหมด ครอบครัวผู้ยากไร้ยืนเข้าแถวรอรับอาหารแจกฟรี และผู้ฝากเงินที่สิ้นหวังต่างพากันแห่ถอนเงินจากธนาคาร ซึ่งในเวลานั้นแทบไม่มีเงินเหลือพอที่จะจ่ายให้พวกเขาอีกต่อไป
รูสเวลต์เข้าใจดีว่าวิกฤตครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่เรื่องเศรษฐกิจเท่านั้น ความหวาดกลัวได้ทำให้การใช้จ่าย การลงทุน การจ้างงาน และศรัทธาของสาธารณชนเป็นอัมพาต ก่อให้เกิดวงจรอุบาทว์ที่ความตื่นตระหนกยิ่งซ้ำเติมให้หายนะเลวร้ายลงไปอีก
รูสเวลต์ได้กล่าวถ้อยคำที่กลายมาเป็นนิยามในการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีของเขาว่า
"สิ่งเดียวที่เราต้องกลัว นั่นก็คือ “ความกลัว” นั่นเอง (The only thing we have to fear is fear itself"
ประโยคดังกล่าวไม่ได้ปฏิเสธความทุกข์ยากที่เกิดขึ้นแต่เป็นการท้าทายชาวอเมริกันให้เลิกปล่อยให้ความหวาดกลัวมาเป็นตัวกำหนดทิศทางของเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นต่อไป และรูสเวลต์ให้คำมั่นว่าจะลงมือปฏิบัติการอย่างกล้าหาญและรวดเร็วภายใต้สิ่งที่เขาเรียกว่า “ภาวะฉุกเฉินแห่งชาติ” โดยเขาพูดด้วยน้ำเสียงเร่งรีบราวกับผู้บัญชาการในยามสงคราม ยืนยันว่ารัฐบาลต้องพาประชาชนกลับเข้าสู่การทำงาน ปฏิรูปธนาคาร สนับสนุนภาคเกษตรกรรม และจัดการกับพฤติกรรมการเงินที่ประมาทเลินเล่อ
1
ความมั่นใจของท่านประธานาธิบดีทำให้ชาวอเมริกันหลายคนได้รับสิ่งที่พวกเขาไม่ได้สัมผัสมานานหลายปี นั่นคือความเชื่อมั่นว่าผู้นำยังคงมีทั้งทิศทางและเป้าหมายที่ชัดเจน
ภายในเวลาไม่กี่วัน รูสเวลต์ประกาศวันหยุดธนาคารแห่งชาติ โดยสั่งปิดธนาคารชั่วคราวในระหว่างที่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบความมั่นคง สภาคองเกรสเปิดสมัยประชุมพิเศษและอนุมัติมาตรการชุดใหญ่อย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นที่รู้จักกันในนาม "นิวดีล (New Deal)“ โครงการต่างๆ ถูกจัดตั้งขึ้นเพื่อสร้างงาน สร้างเสถียรภาพให้ภาคเกษตรกรรม ควบคุมระบบการเงิน ช่วยเหลือเจ้าของบ้าน และสร้างถนน สะพาน สวนสาธารณะ ตลอดจนอาคารสาธารณะทั่วประเทศ
สุนทรพจน์ดังกล่าวไม่ได้ยุติภาวะเศรษฐกิจตกต่ำได้ในทันที และนิวดีลก็ไม่ได้แก้ปัญหาความยากลำบากทางเศรษฐกิจได้ทั้งหมด นักวิจารณ์ต่างถกเถียงกันถึงขนาดของรัฐบาล ประสิทธิภาพของโครงการต่างๆ ของรัฐ และประเด็นที่ว่าใครบ้างที่ยังคงถูกละเลยจากการเยียวยา แต่ถึงอย่างนั้น รูสเวลต์ก็ได้เปลี่ยนทิศทางทางอารมณ์ความรู้สึกของคนในชาติไปแล้ว
ผ่านการกล่าวสุนทรพจน์และการกระจายเสียงทางวิทยุ เขาโน้มน้าวให้ประชาชนหลายล้านคนเชื่อมั่นว่ารัฐบาลประชาธิปไตยสามารถกระทำการได้อย่างเด็ดขาดแทนที่จะยืนมองสังคมล่มสลายไปเฉยๆ
สุนทรพจน์เข้ารับตำแหน่งครั้งแรกของเขาได้กลายเป็นหนึ่งในสุนทรพจน์ที่ทรงพลังที่สุดในประวัติศาสตร์อเมริกัน เพราะมันเผชิญหน้ากับพลังที่มองไม่เห็นซึ่งคอยหล่อเลี้ยงวิกฤต
รูสเวลต์เผชิญหน้ากับประเทศที่รายล้อมไปด้วยธนาคารที่ปิดตัว ฟาร์มที่ถูกทิ้งร้าง โรงงานที่ว่างเปล่า และชีวิตที่แหลกสลาย แต่เขาเริ่มต้นด้วยการจัดการกับความกลัวด้วยประโยคเพียงประโยคเดียว เขาสามารถเปลี่ยนความตื่นตระหนกให้กลายเป็นความมุ่งมั่น และเปิดฉากการเป็นประธานาธิบดีที่จะพลิกโฉมความสัมพันธ์ระหว่างชาวอเมริกันกับรัฐบาลของพวกเขาไปตลอดกาล
โฆษณา