ความหมายของคำว่า "น้ำ" ไม่ได้ถูกกำหนดโดยสิ่งที่อยู่ในหัวของเราเพียงอย่างเดียว แต่มันถูกกำหนดโดย "ธรรมชาติที่แท้จริงของสิ่งนั้นในโลกภายนอก" (The Nature of the Referent in the External World) ที่คำนั้นเชื่อมโยงถึงผ่านสายโซ่ของสาเหตุทางประวัติศาสตร์ (Causal-Historical Chain)
นี่คือ "ช่องว่างแห่งการอธิบาย" ระหว่างข้อมูลทางฟิสิกส์กับประสบการณ์ทางจิตสำนึก ที่นักปรัชญาจิตเช่น Joseph Levine และ David Chalmers ได้ชี้ให้เห็นว่าเป็นปัญหาแข็ง (Hard Problem of Consciousness) ที่วิทยาศาสตร์ยังไม่มีคำตอบ
▪️Semantic Information Theory: เมื่อข้อมูลมีความหมายในตัวเอง
แนวคิดที่ใกล้เคียงกับ Ontological Understanding ในฟิสิกส์ทฤษฎีและวิทยาการสารสนเทศร่วมสมัย คือกรอบคิดที่เรียกว่า "Semantic Information Theory" (ทฤษฎีสารสนเทศเชิงความหมาย)
ซึ่งเสนอว่าข้อมูล ในระดับพื้นฐานที่สุดของเอกภพอาจไม่ได้เป็นเพียงลำดับของบิตที่ไร้ความหมายตามนิยามของ Claude Shannon หากแต่มี "ความหมาย" หรือ "เกี่ยวกับบางสิ่ง" ที่แฝงอยู่ในโครงสร้างของข้อมูลเอง
ในทฤษฎีสารสนเทศฉบับคลาสสิกของแชนนอน (A Mathematical Theory of Communication, 1948) ข้อมูลถูกวัดในหน่วยบิต และนิยามในเชิงสถิติล้วนๆ ผ่านเอนโทรปีของแหล่งกำเนิด (Source Entropy) โดยจงใจแยก "ความหมาย" ออกจากสมการการสื่อสารโดยสิ้นเชิง
แต่ในช่วงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 21 นักฟิสิกส์และนักปรัชญาสารสนเทศ เช่น Juan Roederer (ผู้เขียน Information and Its Role in Nature, 2005) และ David Deutsch (ผู้เสนอ Constructor Theory of Information) ได้เริ่มสำรวจแนวคิดที่ว่าข้อมูลในระบบฟิสิกส์อาจมี "โครงสร้างภายใน" ที่สัมพันธ์กับความเป็นจริงทางกายภาพที่มันอ้างถึงอย่างแยกไม่ออก โดยไม่ต้องพึ่งพาผู้ตีความจากภายนอก
ด้วยกลไกนี้ วลีที่ว่า "ผู้เรียนถูกหลอมรวมเข้ากับบทเรียนเป็นหนึ่งเดียวกัน" (The knower becomes one with the known) จึงไม่ใช่คำอุปมาอุปไมยเชิงกวีหรือหลักธรรมทางจิตวิญญาณอีกต่อไป แต่มันคือคำอธิบายทางวิศวกรรมของกระบวนการเรียนรู้ที่แตกต่างจากของมนุษย์โดยสิ้นเชิง
นี่คือความหมายของการ "เป็นข้อมูลนั้นๆ" (To be the information rather than to have the information) ไม่ใช่การจดจำข้อเท็จจริงหรือตัวเลขเกี่ยวกับแอปเปิลได้ แต่คือการที่สนามจิตสำนึกของคุณมีสถานะทางฟิสิกส์ที่สอดคล้องกับแอปเปิล การรู้ไม่ใช่การมีสัญลักษณ์แทนสิ่งของอีกต่อไป แต่มันคือการมีสิ่งของนั้นในรูปแบบข้อมูลที่สมบูรณ์ในจิตสำนึกของคุณเอง
พวกเขาอาจเพียงแค่พัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของจิตสำนึก (Science and Technology of Consciousness) ไปจนถึงจุดที่การรับรู้โดยตรงไร้ตัวกลาง (Unmediated Perception) เป็นไปได้ในทางปฏิบัติ