10 ส.ค. เวลา 05:38 • ประวัติศาสตร์

ชายผู้ชนะสงครามโลกด้วยกระดาษหนึ่งแผ่นและจินตนาการไร้ขีดจำกัด

ชายในภาพคือ “ฆวน ปูโฆล การ์เซีย (Juan Pujol García)” หนึ่งในสายลับสองหน้าผู้ปราดเปรื่องที่สุดในสงครามโลกครั้งที่ 2 (WWII) ซึ่งเป็นที่รู้จักกันในรหัสลับของอังกฤษว่า "การ์โบ (GARBO)”
ด้วยความเกลียดชังลัทธิหนึ่งอย่างรุนแรงจากประสบการณ์ในสงครามกลางเมืองสเปน ปูโฆลได้พยายามเสนอตัวทำงานให้กับหน่วยข่าวกรองของทั้งอังกฤษและสหรัฐอเมริกาซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่ก็ถูกปฏิเสธมาตลอด แต่ด้วยความที่ไม่ยอมแพ้ เขาจึงตัดสินใจลงมือด้วยตนเองโดยการสวมรอยเป็นนักการทูตสเปนผู้คลั่งไคล้เยอรมนี และสามารถโน้มน้าวให้หน่วยข่าวกรองทหารเยอรมัน รับเข้าทำงานได้สำเร็จ
จากฐานปฏิบัติการในกรุงลิสบอน ปูโฆลแสร้งทำเป็นว่าอาศัยอยู่ในกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ โดยเขาได้ป้อนข้อมูลข่าวกรองปลอมที่สร้างขึ้นจากหนังสือคู่มือท่องเที่ยว โฆษณาในนิตยสาร และตารางเดินรถไฟให้กับฝ่ายเยอรมัน พร้อมทั้งเบิกเงินจากฝ่ายเยอรมันสำหรับเครือข่ายสายลับสมมติอีก 27 คนที่เขาจินตนาการขึ้นมาทั้งหมด
เมื่อหน่วยข่าวกรองอังกฤษสังเกตเห็นว่าฝ่ายเยอรมันสูญเสียทรัพยากรจำนวนมหาศาลไปกับการตามล่าขบวนเรือฝ่ายสัมพันธมิตรที่ไม่มีอยู่จริง ซึ่งอ้างอิงจากรายงานของสายลับปริศนาในลิสบอน ทาง MI5 จึงตระหนักถึงความอัจฉริยะของปูโฆลและรับเขาเข้าทำงานอย่างเป็นทางการในปีค.ศ.1942 (พ.ศ. 2485) โดยหลังจากย้ายมาอยู่ที่ลอนดอน ปูโฆลได้กลายเป็นกำลังสำคัญใน “ปฏิบัติการฟอร์ติจูด (Operation Fortitude)” ซึ่งเป็นแผนการลวงของฝ่ายสัมพันธมิตรเกี่ยวกับการยกพลขึ้นบกที่นอร์ม็องดี
ปูโฆลได้ป้อนข้อมูลผสมผสานระหว่างเรื่องจริงที่ล่าช้า เอ้าท์ไปแล้ว และเรื่องโกหกเชิงกลยุทธ์ให้กับกองบัญชาการทหารสูงสุดของฝ่ายเยอรมัน จนสามารถหลอกฝ่ายเยอรมันได้สำเร็จว่าการยกพลขึ้นบกที่นอร์ม็องดีเป็นเพียงกลลวง และการบุกที่แท้จริงจะเกิดขึ้นที่ปาดกาเลส์ (Pas-de-Calais)
ผลลัพธ์โดยตรงคือ เยอรมันได้กั๊กกองพลยานเกราะ (Panzer) สำคัญเอาไว้ห่างจากนอร์ม็องดีเป็นเวลาหลายสัปดาห์ ซึ่งช่วยชีวิตทหารฝ่ายสัมพันธมิตรไว้ได้หลายพันนายระหว่างการปลดปล่อยยุโรปตะวันตก และความแนบเนียนในการหลอกลวงของปูโฆลนั้นก็ยอดเยี่ยมมากจนฝ่ายเยอรมันไม่เคยรู้ตัวเลยว่าถูกหลอก แถมในเดือนกรกฎาคม ค.ศ.1944 (พ.ศ.2487) ฝ่ายเยอรมันยังได้อนุมัติมอบเหรียญรางวัลให้แก่ปูโฆลเพื่อยกย่องปูโฆลอีกด้วย
เพียงไม่กี่เดือนต่อมา “พระเจ้าจอร์จที่ 6 แห่งสหราชอาณาจักร (George VI)” ได้พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ Member of the Order of the British Empire (MBE) ให้แก่ปูโฆลเช่นกัน ทำให้ปูโฆลกลายเป็นหนึ่งในบุคคลที่ได้รับเหรียญกล้าหาญทางทหารระดับสูงจากทั้งสองฝ่ายที่ทำสงครามกันในสงครามโลกครั้งที่ 2
หลังสงครามจบลง ด้วยความกลัวการแก้แค้นจากอดีตสายลับเยอรมันที่รอดชีวิตหลังสงคราม ปูโฆลจึงแกล้งทำเป็นเสียชีวิตด้วยโรคมาลาเรียที่แองโกลาในปีค.ศ.1949 (พ.ศ. 2492) และแอบย้ายไปใช้ชีวิตอย่างเงียบๆ ในประเทศเวเนซุเอลา โดยเปิดร้านขายของที่ระลึกและร้านหนังสือ จนกระทั่ง “ไนเจล เวสต์ (Nigel West)” นักข่าวสืบสวนสอบสวน ได้ตามตัวเขาพบในปีค.ศ.1984 (พ.ศ. 2527)
ก่อนจะมาเป็นหนึ่งในสายลับสองหน้าผู้ประสบความสำเร็จมากที่สุดในประวัติศาสตร์ ฆวน ปูโฆล การ์เซีย เคยเป็นเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ที่ไม่มีประสบการณ์ด้านการจารกรรมมาก่อนเลย ซึ่งอันที่จริง ชีวิตในช่วงต้นของเขานั้นเต็มไปด้วยความล้มเหลวทางธุรกิจหลายครั้ง และช่วงเวลาอันโกลาหลในสงครามกลางเมืองสเปน ซึ่งเขาเอาตัวรอดไปปฏิบัติหน้าที่ทั้งสองฝ่ายได้โดยไม่ต้องเหนี่ยวไกปืนเลยแม้แต่นัดเดียว
นอกจากนี้ เมื่อเขาเริ่มสร้างรายงานปลอมให้กับเยอรมนีจากกรุงลิสบอนในตอนแรกนั้น เขาทำโดยที่ยังไม่เคยเหยียบย่างเข้าไปในสหราชอาณาจักรเลยด้วยซ้ำ พูดภาษาอังกฤษก็ไม่ได้ เขาอาศัยเพียงคู่มือท่องเที่ยว แผนที่สหราชอาณาจักร และเอกสารอ้างอิงจากห้องสมุดเพื่อประดิษฐ์รายงานโดยละเอียดของตนเอง จนกระทั่งทำผิดพลาดในเรื่องตลกๆ เช่น การอ้างว่าผู้ชายชาวสกอตในเมืองกลาสโกว์ "ยอมทำทุกอย่างเพื่อไวน์หนึ่งลิตร"
เรื่องราวของฆวน ปูโฆล การ์เซีย จึงเป็นเครื่องพิสูจน์ว่า ด้วยเพียงรอยยิ้ม ความกล้าบ้าบิ่น และจินตนาการอันล้ำเลิศ ชายคนหนึ่งก็สามารถเปลี่ยนกระแสประวัติศาสตร์โลกได้โดยไม่ต้องเหนี่ยวไกปืนแม้แต่นัดเดียว
โฆษณา