เมื่อวาน เวลา 11:00 • วิทยาศาสตร์ & เทคโนโลยี

Q-Day ใกล้กว่าที่คิด! Red Hat แนะ 4 ขั้นตอนรับมือภัยถอดรหัสข้อมูล

ความก้าวหน้าของ ควอนตัมคอมพิวเตอร์ กำลังเปลี่ยนโจทย์ความปลอดภัยทางไซเบอร์ จากการรับมือภัยคุกคามในปัจจุบัน สู่การเตรียมพร้อมสำหรับวันที่เทคโนโลยีมีศักยภาพมากพอที่จะถอดรหัสข้อมูลที่ระบบปัจจุบันปกป้องไว้ หรือที่เรียกว่า Q-Day
ความเสี่ยงไม่ได้อยู่เฉพาะในวันที่ควอนตัมคอมพิวเตอร์สามารถถอดรหัสได้จริง แต่เกิดขึ้นแล้วในรูปแบบ “Harvest now, decrypt later” หรือการดักเก็บข้อมูลวันนี้เพื่อรอถอดรหัสในอนาคต
โดยกลุ่มผู้ไม่หวังดีสามารถดักจับและเก็บข้อมูลการรับส่งภายในองค์กรที่ผ่านการเข้ารหัส รวมถึงทรัพย์สินทางปัญญาและบันทึกข้อมูลระบบ (Data Logs) เพื่อนำไปประมวลผลเมื่อฮาร์ดแวร์ควอนตัมมีความพร้อม
เจพี จุง จาก Red Hat ระบุว่า การมาถึงของควอนตัมคอมพิวเตอร์ที่มีศักยภาพสูงพอสำหรับการถอดรหัส กำลังเปลี่ยนจากความท้าทายทางคณิตศาสตร์เชิงทฤษฎีในอนาคต ไปสู่กรอบเวลาที่ทีมความปลอดภัยไซเบอร์ต้องเริ่มวางแผนรับมือตั้งแต่วันนี้
📌Post-Quantum Cryptography ไม่ใช่เรื่องของอนาคตอีกต่อไป
ความเร่งด่วนดังกล่าวสอดคล้องกับทิศทางด้านความมั่นคงปลอดภัยของสหรัฐ โดยคำสั่งบริหารหมายเลข 14412 ของทำเนียบขาวกำหนดให้หน่วยงานรัฐบาลกลางนำร่องย้ายระบบไปสู่ความพร้อมด้าน Post-Quantum Cryptography (PQC)ภายในปี 2027 และดำเนินการเต็มรูปแบบให้เสร็จสิ้นภายในปี 2029
ขณะที่ Commercial National Security Algorithm Suite 2.0 (CNSA 2.0) ของสำนักงานความมั่นคงแห่งชาติสหรัฐ (NSA) กำหนดให้มีการใช้อัลกอริทึมความปลอดภัยยุคควอนตัมกับระบบความมั่นคงแห่งชาติ และการปรับใช้กับโปรโตคอล TLS เชิงพาณิชย์ต้องเป็นไปตามกรอบเวลาภายในปี 2030
ดังนั้น ประเด็นเชิงกลยุทธ์สำหรับองค์กรจึงไม่ได้อยู่ที่การคาดการณ์ว่าควอนตัมคอมพิวเตอร์ที่สามารถถอดรหัสได้จริงจะเกิดขึ้นภายในปี 2030 หรือไม่ แต่เป็นการประเมินว่าองค์กรมั่นใจได้อย่างไรว่า จะไม่เกิดขึ้น
Red Hat มองว่าองค์กรที่รอจนกว่าควอนตัมคอมพิวเตอร์จะปรากฏขึ้นแล้วจึงเริ่มย้ายระบบ อาจพบว่าตัวเองล้าหลังไป 3-5 ปี และข้อมูลสำคัญที่จัดเก็บไว้ก่อนหน้านั้นอาจถูกเปิดเผยไปแล้ว
อ่านต่อ:
โฆษณา