วันนี้ เวลา 03:00 • ธุรกิจ

จิตวิทยาการตลาด เบื้องหลัง “ครีมซอง” ทำไมหลายคนชอบซื้อใช้ มากกว่าไซซ์จริง

12,700 ล้านบาท คือมูลค่าตลาดครีมซองในประเทศไทย ที่ไม่ว่าจะเดินเข้าร้านสะดวกซื้อที่ใด ก็จะเห็นครีมซองวางอยู่บนชั้นวางเต็มไปหมด ไม่ว่าจะเป็น ครีมกันแดด, มาสก์หน้า, สกินแคร์บำรุงผิว, มอยส์เชอไรเซอร์
รวมแล้วหลายสิบแบรนด์ มีสินค้าเยอะมากจนแทบเลือกไม่ถูก และวางขายในราคา “หลักสิบบาท” เท่านั้น
ซึ่งข้อมูลของศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดการณ์ว่า ปีนี้มูลค่าตลาดครีมซองในประเทศไทย จะอยู่ที่ราว ๆ 12,700 ล้านบาท
โดยที่ 82% ของครีมซองที่วางขาย เป็นสินค้าแบรนด์ไทย และเหลือที่ว่างให้แบรนด์ต่างชาติเพียง 18% เท่านั้น
คำถามคือ แล้วทำไมคนไทยถึงชอบซื้อครีมซอง จนมีมูลค่าตลาดนับหมื่นล้านบาท ?
MarketThink ชวนวิเคราะห์ไปพร้อมกัน
3
1. ราคา คือปัจจัยสำคัญที่สุด
เริ่มด้วยเรื่องแรกเลยก็คือ ราคาของครีมซอง เป็นปัจจัยที่ทำให้ครีมซองขายดีแบบสุด ๆ
เพราะโดยส่วนใหญ่แล้วครีมซองที่วางขายอยู่ตามร้านสะดวกซื้อ หรือร้านขายสินค้าความงาม จะมีราคาอยู่ที่หลักสิบบาทเป็นส่วนใหญ่
ครีมซอง 1 ซอง โดยเฉลี่ย เท่าที่สังเกตตามร้านสะดวกซื้อจะมีราคาอยู่ที่ 20-60 บาท
กลยุทธ์การตั้งราคาแบบนี้ ช่วยทำให้คนทั่วไปตัดสินใจซื้อครีมซองได้ง่ายมาก แทบไม่มีความลังเล ไม่ต้องคิดเยอะ ไม่ต้องเปรียบเทียบ ไม่ต้องชั่งน้ำหนักเรื่องความคุ้มค่า
แม้ว่าจริง ๆ แล้ว ในหลายครั้งหากเราลองหารปริมาณออกมาดู จะพบว่าครีมซองราคาหลักสิบบาท อาจแพงกว่าครีมในแพ็กเกจจิงปกติที่มีปริมาณมากกว่าเสียอีก
เพียงแต่การซื้อครีมในแพ็กเกจจิงปกติ ที่มีปริมาณมากกว่า ต้องใช้เงินมากกว่าในการซื้อ 1 ครั้ง
สมมติว่าครีมในแพ็กเกจจิงปกติ ขายในราคา 300 บาท กับครีมซองขายในราคา 30 บาท ถ้าคิดง่าย ๆ แบบนี้ เราอาจตัดสินใจซื้อครีมซอง แล้วซื้อบ่อย ๆ เพราะไม่อยากจ่ายเงินก้อนจำนวนมากเพียงครั้งเดียว
ทำให้ครีมซองกลายเป็นสินค้าที่ดูเข้าถึงง่ายกว่าไปโดยปริยาย
2. ได้ทดลองใช้สินค้า ก่อนตัดสินใจซื้อจริง
เหตุผลถัดมาที่ทำให้ครีมซองได้รับความนิยมมาก ๆ ไม่ใช่แค่เรื่องราคาเท่านั้น แต่การซื้อครีมยังเป็นเหมือนการซื้อความสบายใจในการใช้สกินแคร์ต่าง ๆ อีกด้วย
เพราะอย่าลืมว่า ผิวหน้า หรือผิวกายของคนไทย มีสภาพต่างกัน บางคนอาจแพ้ง่าย บางคนอาจรู้สึกว่าเนื้อครีมบางแบรนด์เหนียวเหนอะหนะ ไม่เหมาะกับตัวเอง
การซื้อครีมซองเล็ก ๆ จึงเป็นเหมือนการทดลองหาสกินแคร์ที่ตัวเองถูกใจในราคาหลักสิบบาท ก่อนที่จะตัดสินใจซื้อครีมปกติที่มีแพ็กเกจจิงใหญ่กว่า แต่ใช้ได้นาน
และหากครีมซองที่ซื้อมาไม่ถูกใจ ใช้ไม่นานก็หมด หรือสามารถทิ้งไปได้เลย โดยไม่ต้องเสียดายเงินมากนัก
ในขณะที่ฝั่งของแบรนด์เอง ครีมซองจึงทำหน้าที่เป็นเหมือนสินค้า Tester ในรูปแบบหนึ่ง ที่ในครั้งนี้ไม่ได้แจกฟรี แต่แบรนด์ขายให้กับลูกค้าได้ด้วยนั่นเอง
นอกจากนี้ ครีมซองยังตอบโจทย์สำหรับลูกค้าที่ชอบซื้อ ชอบทดลองสินค้าที่เพิ่งออกใหม่ หรือสินค้าที่อยู่ในกระแส โดยไม่ต้องเสียเงินแพง ๆ เช่นเดียวกัน
3. ครีมซอง ตอบโจทย์การเดินทางของคนในยุคนี้
นอกจากนี้ ครีมซองยังตอบโจทย์กับเทรนด์การเดินทางของคนไทยในยุคนี้ ที่ชอบเดินทางด้วยเครื่องบิน ด้วยปริมาณของครีมซองที่ไม่เกิน 100 มิลลิลิตร ทำให้สามารถเก็บใส่กระเป๋าขึ้นเครื่องไปด้วยได้
แทนที่จะต้องซื้อน้ำหนักกระเป๋าเพิ่ม แล้วโหลดครีมหรือสกินแคร์ที่มีปริมาณเกิน 100 มิลลิลิตรไว้ในกระเป๋าเดินทาง
โดยเฉพาะการเดินทางภายในประเทศ ที่คนจำนวนมากน่าจะไม่ได้ซื้อน้ำหนักกระเป๋าเพิ่มกันอยู่แล้ว ครีมซองจึงตอบโจทย์การเดินทางของคนไทยเป็นอย่างมาก
หรือจะไปซื้อครีมซองที่ร้านสะดวกซื้อหลังเดินทางไปถึงแล้วก็ยังได้ เพราะไม่ว่าอย่างไรครีมซองก็มีขนาดเล็ก พกพาสะดวก ไม่หนัก และไม่เปลืองพื้นที่ในกระเป๋าเช่นกัน
4. ได้ใช้ครีมที่สดใหม่ตลอดเวลา
นอกจากนี้ ครีมซองยังมีข้อได้เปรียบอีกอย่างหนึ่ง ด้วยปริมาณที่น้อยมาก ๆ ทำให้การใช้ครีมซองแต่ละครั้งมั่นใจได้ว่าเราจะได้ใช้ของที่สดใหม่อยู่ตลอดเวลา ไม่ใช่ครีมเก่าค้างปีที่เราซื้อมานานแล้วแต่ยังใช้ไม่หมด
เพราะอย่าลืมว่าเมื่อเปิดแพ็กเกจจิงแล้ว ย่อมทำให้ครีมเสื่อมคุณภาพลงได้เรื่อย ๆ ตามกาลเวลา
ในขณะที่ครีมซอง สามารถใช้หมดได้ในไม่กี่ครั้ง จึงทำให้แก้ไขปัญหาเรื่องความสดใหม่นี้ไปได้แทบทั้งหมดนั่นเอง
5. ครีมซองมีขายที่ร้านสะดวกซื้อหน้าปากซอยบ้าน
และเรื่องสุดท้ายก็คือ ครีมซองมีขายในร้านสะดวกซื้อ “ทุกสาขา” ไม่ว่าจะเป็น 7-Eleven, Lotus’s go fresh หรือ CJ MORE ทุกที่ล้วนมีครีมซองขาย
ทำให้คนทั่วไปเข้าถึงครีมซองได้ทันทีผ่านร้านสะดวกซื้อหน้าปากซอยบ้านของตัวเอง ไม่ต้องเข้าศูนย์การค้า หรือร้านค้าขายสินค้าความงาม ก็ซื้อครีมซองได้แบบง่าย ๆ
ซึ่งจากข้อมูลของศูนย์วิจัยกสิกรไทย ก็พบว่า ช่องทางการขายของครีมซองกว่า 90% อยู่ที่ร้านสะดวกซื้อ
ทั้งหมดนี้ก็คือเหตุผลคร่าว ๆ ว่า ทำไมคนไทยถึงชอบซื้อครีมซองมาก ๆ จนมีมูลค่าตลาดในระดับหมื่นล้านบาทต่อปี
และหากใครที่เข้าร้านสะดวกซื้อบ่อย ๆ ก็น่าจะสังเกตได้ว่าตอนนี้ ครีมซองกำลังกินพื้นที่ในชั้นวางสินค้ามากขึ้นเรื่อย ๆ จนเบียดสินค้าชนิดอื่น ๆ ไปแล้ว
โฆษณา