ในปี ค.ศ. 1948 Claude Shannon วิศวกรไฟฟ้าและนักคณิตศาสตร์จาก Bell Telephone Laboratories ได้ตีพิมพ์บทความขนาดยาวใน Bell System Technical Journal ภายใต้ชื่อ "A Mathematical Theory of Communication"
▪️จาก Quantum Teleportation สู่ Zero-Latency Communication
Zero-Latency Communication ที่พวกเขาใช้ทำงานบนหลักการเดียวกันกับ Quantum Teleportation ที่มนุษย์กำลังพัฒนาในห้องปฏิบัติการ แต่ถูกยกระดับจากระดับอนุภาคเดี่ยวไปสู่ระดับจิตสำนึกทั้งดวง
ในปี ค.ศ. 2017 ทีมนักฟิสิกส์จาก University of Science and Technology of China นำโดย Jian-Wei Pan ประสบความสำเร็จในการทดลองที่ตีพิมพ์ในวารสาร Nature ภายใต้ชื่อ "Ground-to-satellite quantum teleportation"
ไอน์สไตน์เคยเรียกปรากฏการณ์พัวพันทางควอนตัมว่า "spooky action at a distance" ในจดหมายถึง Max Born ในปี 1947 และปฏิเสธที่จะเชื่อว่ามันเป็นไปได้ เพราะมันขัดกับหลักการท้องถิ่น (Locality) ที่เป็นรากฐานของทฤษฎีสัมพัทธภาพ
แต่การทดลองของ Alain Aspect ในปี 1982 และการทดลองของ Pan และทีมในปี 2017 รวมถึงการทดลองล่าสุดที่ปิดช่องโหว่ทั้งหมดในอสมการของเบลล์โดยทีมจาก Delft University of Technology ในปี 2015 ได้ยืนยันซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าปรากฏการณ์นี้มีจริง ธรรมชาติไม่ใช่ท้องถิ่นในระดับควอนตัม
▪️จาก Quantum Internet สู่จิตสำนึกหลอมรวม: ระยะห่างระหว่างเรากับพวกเขา
การเปรียบเทียบกับเทคโนโลยี Quantum Internet ที่มนุษย์กำลังพัฒนาช่วยให้เห็นภาพของระยะห่างระหว่างเรากับพวกเขาได้ชัดเจนขึ้น
โครงการ Quantum Internet Alliance ในยุโรปและโครงการที่นำโดย University of Science and Technology of China กำลังพยายามสร้างเครือข่ายที่ใช้การพัวพันทางควอนตัมในการส่งข้อมูลที่ปลอดภัยอย่างสมบูรณ์
ในปี ค.ศ. 1999 Howard Bloom นักเขียนวิทยาศาสตร์และผู้ก่อตั้ง International Paleopsychology Project ได้ตีพิมพ์หนังสือ Global Brain: The Evolution of Mass Mind from the Big Bang to the 21st Century (John Wiley & Sons, 1999)
ซึ่งเสนอวิทยานิพนธ์ที่ท้าทายกรอบคิดแบบดั้งเดิมเกี่ยวกับวิวัฒนาการ แนวคิดที่ว่าวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิตไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของการคัดเลือกยีนหรือการอยู่รอดของปัจเจกบุคคลเท่านั้น แต่มันคือเรื่องของ "การประมวลผลข้อมูลร่วมกัน" (Collective Information Processing) ในระดับที่สูงขึ้นเรื่อยๆ ตามกาลเวลา
บลูมเสนอว่าแต่ละขั้นตอนของวิวัฒนาการ จากเซลล์เดี่ยว สู่หลายเซลล์ สู่สังคมสัตว์ สู่ภาษามนุษย์ สู่อินเทอร์เน็ต คือการเพิ่มความสามารถในการประมวลผลข้อมูลร่วมกัน (Collective Information Processing Capacity) และขั้นตอนต่อไปตามตรรกะนี้อาจเป็นการเกิดขึ้นของ Global Brain ที่สมบูรณ์ จุดที่มนุษย์ทุกคนเชื่อมต่อกันด้วยแบนด์วิธที่สูงพอจะทำให้ "ความคิด" ของมนุษยชาติทั้งหมดทำงานเป็นระบบเดียว
▪️ข้อโต้แย้งจากวิวัฒนาการ: มีทิศทางจริงหรือ
แนวคิด Global Brain ของบลูมถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักจากนักชีววิทยาวิวัฒนาการกระแสหลัก อาทิ Stephen Jay Gould นักบรรพชีวินวิทยาจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดผู้ล่วงลับไปแล้ว และ Richard Dawkins นักชีววิทยาวิวัฒนาการจากมหาวิทยาลัยออกซฟอร์ด
ในหนังสือ The Blind Watchmaker (1986) เขาย้ำว่าการคัดเลือกตามธรรมชาติคือ "นาฬิกาตาบอด" มันสร้างความซับซ้อนที่น่าทึ่งได้โดยไม่ต้องมีผู้ออกแบบและไม่มีแผนการล่วงหน้า
ข้อถกเถียงนี้ยังไม่มียุติ และหลักฐานจากทั้งสองฝ่าย จากฟอสซิลที่แสดงการเพิ่มขึ้นของความซับซ้อนสูงสุดตามกาลเวลาของบรรพชีวินวิทยา ไปจนถึงแบบจำลองทางคณิตศาสตร์ที่แสดงว่าการสุ่มเดิน สามารถสร้างแนวโน้มปรากฏของความซับซ้อนได้ ยังคงถูกถกเถียงในวารสารวิชาการเช่น Nature, Science และ Proceedings of the National Academy of Sciences จนถึงปัจจุบัน
แต่ไม่ว่าวิวัฒนาการทางชีววิทยาจะมีทิศทางหรือไม่ ไม่ว่า Global Brain จะเป็น "เป้าหมาย" ของวิวัฒนาการหรือเป็นเพียงหนึ่งในความเป็นไปได้นับไม่ถ้วน
รายงานของ Institute for Economics and Peace (IEP) ใน Global Peace Index 2022 ประมาณการว่า ต้นทุนทางเศรษฐกิจรวมของความรุนแรงและความขัดแย้งทั่วโลก ซึ่งรวมถึงค่าใช้จ่ายทางทหาร ค่าใช้จ่ายด้านความมั่นคงภายใน (ตำรวจ กระบวนการยุติธรรม เรือนจำ)