11 ส.ค. เวลา 03:33 • การเมือง

ข้อพิพาททะเลจีนใต้ จีนและไต้หวัน: อ้างสิทธิ์ครอบคลุมพื้นที่เกือบทั้งหมดด้วย

ความขัดแย้งทะเลจีนใต้ คือข้อพิพาทเรื่องดินแดนและอาณาเขตทางทะเลระหว่างจีน ไต้หวัน และชาติอาเซียน 6 ประเทศ ได้แก่ เวียดนาม ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย และบรูไน โดยจีนอ้างสิทธิ์เหนือพื้นที่ส่วนใหญ่ด้วย [เส้นประ 9 เส้น] ทับซ้อนกับเขตเศรษฐกิจจำเพาะของประเทศอื่นๆ ท่ามกลางความกังวลเรื่องความมั่นคงและการเดินเรือระดับโลก
ทะเลจีนใต้นั้นมีความสำคัญในหลายด้าน ทั้งในด้านการเมือง ด้านเศรษฐกิจ และด้านยุทธศาสตร์
ในด้านการเมืองนั้น ทะเลจีนใต้เป็นเส้นทางเดินเรือที่สำคัญของประเทศมหาอำนาจต่างๆ ทั้ง สหรัฐอเมริกา จีน ญี่ปุ่น โดยพื้นที่บริเวณดังกล่าวนั้นสามารถใช้เป็นเส้นทางเดินเรือสินค้า ใช้เป็นเส้นทางลำเลียงน้ำมัน เป็นเส้นทางการเดินอากาศ และสามารถใช้เคลื่อนย้ายกองกำลังทางทหารได้อีกด้วย ดังนั้นประเทศมหาอำนาจทั้งหลายรวมถึงรัฐสมาชิกของอาเซียน จึงมีความต้องการที่จะครอบครองพื้นที่ดังกล่าว ซึ่งอาจกล่าวได้ว่าหากประเทศมหาอำนาจประเทศใดสามารถครอบครองพื้นที่ทะเลจีนใต้ได้ ก็จะสามารถกุมอำนาจทางการเมืองของอาเซียนได้ด้วย
ในด้านยุทธศาสตร์ เนื่องจากว่าทะเลจีนใต้เป็นเส้นทางเชื่อมต่อระหว่างมหาสมุทรอินเดียและมหาสมุทรแปซิฟิก จึงทำให้บริเวณดังกล่าวนี้เป็นเส้นทางการเดินเรือระหว่างประเทศที่สำคัญ ทั้งเรือพาณิชย์และเรือรบ รวมถึงพื้นที่ในบริเวณทะเลจีนใต้ โดยเฉพาะพื้นที่หมู่เกาะนั้น ยังสามารถใช้เป็นฐานทัพทางทะเลได้อีกด้วย เนื่องจากความลึกของระดับน้ำทะเลนั้นเอื้ออำนวยเหมาะแก่การปฏิบัติการทางทะเล
ด้านเศรษฐกิจ ทะเลจีนใต้นั้นเป็นเส้นทางการเดินเรือที่สำคัญโดยเฉพาะในการเดินเรือเพื่อการพาณิชย์ โดยเป็นบริเวณที่มีการเดินเรือมากเป็นอันดับ 2 ของโลก
อีกทั้งยังเป็นบริเวณที่มีความสมบูรณ์ในด้านทรัพยากรธรรมชาติโดยเฉพาะพลังงานธรรมชาติ ทั้งน้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ ก๊าซเหลวธรรมชาติ ซึ่งถือได้ว่าเป็นพื้นที่ที่มีความมั่นคงทางด้านพลังงานที่สำคัญแห่งหนึ่งของโลกเลยทีเดียว นอกจากนี้พื้นที่ในบริเวณดังกล่าวยังมีความอุดมสมบูรณ์ทางด้านสัตว์ทะเล โดยมีสัดส่วนของจำนวนสัตว์ทะเลมากถึง 1 ใน 3 ของโลก ซึ่งส่งผลให้ประเทศที่มีอาณาเขตติดกับทะเลจีนใต้นั้น มีการเจริญเติบโตในด้านอุตสาหกรรมการประมงอย่างต่อเนื่อง
ข้อพิพาททะเลจีนใต้
ปัญหาในทะเลจีนใต้ที่มีการกล่าวถึงมากที่สุดก็คือปัญหาในเรื่องเกี่ยวกับการอ้างกรรมสิทธิ์เหนือหมู่เกาะต่างๆในทะเลจีนใต้ โดยเฉพาะหมู่เกาะสแปรตลีย์ และหมู่เกาะพาราเซล ซึ่งคาดการณ์กันว่าเป็นบริเวณที่มีความอุดมสมบูรณ์ทั้งแหล่งพลังงานธรรมชาติ ทรัพยากรธรรมชาติทางทะเล โดยปัญหาการอ้างกรรมสิทธิ์นี้เกิดขึ้นมาหลายทศวรรษแล้วแต่ยังไม่มีทีท่าว่าจะได้รับการแก้ไขได้โดยง่าย ซึ่งแต่ละประเทศที่มีอาณาเขตติดกับทะเลจีนใต้นั้นก็มักจะยกเหตุผลต่างๆขึ้นมาสนับสนุนการกล่าวอ้างกรรมสิทธ์ของตน ยกตัวอย่างเหตุที่อ้างเช่น
จีน อ้างว่าหมู่เกาะสแปรตลีย์ นั้นเป็นของจีนมาตั้งแต่โบราณโดยอ้างสิทธิทางประวัติศาสตร์ว่าค้นพบตั้งแต่สมัยราชวงศ์ชิง และเมื่อพรรคคอมมิวนิสต์ได้เข้าปกครองประเทศในปี ค.ศ.1949 จีนก็ได้ประกาศอำนาจอธิปไตยของตนเหนือหมู่เกาะดังกล่าว โดยให้หมู่เกาะสแปรตลีย์ นั้นเป็นส่วนหนึ่งของเขตการปกครองเกาะไหหลำ รวมถึงในปี ค.ศ.1989 จีนก็ได้สร้างฐานทัพบนหมู่เกาะดังกล่าวด้วย และในปัจจุบันจีนได้ให้สัมปทานแก่บริษัทน้ำมันของสหรัฐอเมริกาในการสำรวจน้ำมันและก๊าซธรรมชาติอีกด้วย
ไต้หวัน ได้อ้างกรรมสิทธิ์ โดยใช้เหตุผลทางประวัติศาสตร์ เช่นเดียวกับจีน รวมถึงการที่ไต้หวันได้ส่งทหารไปเกาะ Itu Abu ซึ่งอยู่ในพื้นที่ของหมู่เกาะสแปรตลีย์ ตั้งแต่ปี ค.ศ.1956 รวมถึงการสร้างฐานทัพบนเกาะไทปิงด้วย ทั้งยังได้ทำแผนที่โดยผนวกหมู่เกาะสแปรตลีย์ เป็นของตนในปี ค.ศ.1958 รวมถึงการอ้างการสืบช่วงสิทธิจากฝรั่งเศส ในสมัยที่ฝรั่งเศสยึดหมู่เกาะบางส่วนในปี ค.ศ.1975 ปัจจุบันเวียดนามได้มีการให้สัมปทานน้ำมันแก่ต่างชาติ รวมถึงได้มีการสร้างป้อมทหารและติดตั้งปืนต่อสู้อากาศยานเหนือหมู่เกาะ
ข้อพิพาททะเลจีนใต้
ฟิลิปปินส์ ได้อ้างว่า ในปี ค.ศ.1947 นาย Thumas Cloma ซึ่งเป็นนักผจญภัยชาวฟิลิปปินส์ ได้ค้นพบเกาะ Kalayaan ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของหมู่เกาะสแปรตลีย์ และ ฟิลิปปินส์ก็ได้ครอบครองเกาะดังกล่าวและใช้ประโยชน์มาอย่างต่อเนื่อง ต่อมาในปี ค.ศ.1978 ฟิลิปปินส์ได้ประกาศให้เกาะดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของจังหวัด Palawan โดยในปัจจุบันนี้ได้มีการสร้างเมืองบนเกาะ Kalayaan ชื่อว่าเมือง Thitu
มาเลเซีย ได้อ้างกรรมสิทธิ์เหนือเกาะบางเกาะของหมู่เกาะสแปรตลีย์ โดยมาเลเซียได้ประกาศเขตแดนทางทะเลของตนในส่วนของเขตไหล่ทวีปและเขตเศรษฐกิจจำเพาะ (EEZ) ในปี ค.ศ.1979 และในปี ค.ศ.1980 ตามลำดับ อีกทั้งยังได้พิมพ์แผนที่เผยแพร่ว่าเขตไหล่ทวีปของตนได้ครอบคลุมถึง 11 เกาะของหมู่เกาะสแปรตลีย์ นอกจากนี้ยังมีการอ้างหลักการสืบช่วงสิทธิต่อจากอังกฤษด้วย ในปัจจุบันมาเลเซียได้ให้สัมปทานน้ำมันแก่บริษัทของสหรัฐอเมริกา รวมถึงมีการส่งทหารเข้าไปในหมู่เกาะด้วย
บรูไน ได้อ้างกรรมสิทธิ์เหนือ Louisa Reef และ Louisa Reef ซึ่งอยู่ในเขตไหล่ทวีปของตน จากการที่ประเทศต่างๆได้กล่าวอ้างกรรมสิทธิ์เหนือหมู่เกาะสแปรตลีย์ ในทะเลจีนใต้นั้นทำให้เกิดข้อพิพาททางเขตแดนเรื่อยมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยมีสถานการณ์ตึงเครียดเป็นระยะ ยกตัวอย่างเช่น ในปี ค.ศ.1988 ได้เกิดการปะทะระหว่างกองทัพเรือจีนและเวียดนามในบริเวณ Johnson South Reef ในหมู่เกาะสแปรตลีย์ จนทหารเวียดนามได้เสียชีวิตมากถึง 70 นาย
หรือในปี ค.ศ.2011 เวียดนามได้กล่าวหาว่าจีนขัดขวางเรือสำรวจน้ำมันของตนในเขตเศรษฐกิจจำเพาะของเวียดนาม แต่จีนได้โต้กลับว่า เวียดนามได้รุกล้ำน่านน้ำและคุกคามชาวประมงจีน ซึ่งเป็นเหตุให้ทั้ง 2 ประเทศได้ข่มขวัญกันโดยการซ้อมรบด้วยกระสุนจริงในทะเลจีนใต้ เป็นต้น
จะเห็นได้ว่าปัญหาข้อพิพาทในเรื่องเขตแดนในบริเวณจีนใต้นั้นเป็นปัญหาที่มีความต่อเนื่องและยาวนานและไม่มีท่าทีว่าจะจบได้โดยง่าย ซึ่งจำเป็นที่ทุกฝ่ายจะต้องเข้ามาร่วมแก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยเฉพาะอาเซียนเองที่จะต้องเข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหานี้เนื่องจากว่ามีรัฐสมาชิกอาเซียนเข้าไปพิพาทเป็นจำนวนมาก
ข้อพิพาททะเลจีนใต้
ปัญหาข้อพิพาทในทะเลจีนใต้นั้น เป็นปัญหาที่พิพาทกันมาอย่างยาวนาน และยังไม่มีทีท่าว่าจะแก้ไขปัญหาดังกล่าวได้โดยง่าย จากที่ผ่านมาจะเห็นได้ว่าอาเซียนมีความพยายามที่จะแก้ไขปัญหาดังกล่าวตลอดมา แต่อย่างไรก็ดี การแก้ไขปัญหาของอาเซียนที่ผ่านมานั้น ยังมีช่องว่างอยู่ค่อนข้างมาก
ยกตัวอย่างเช่น การที่อาเซียน ไม่ได้ระบุถึงข้อกำหนดหรือบทลงโทษ ใน ปฏิญญาอาเซียน-จีน ว่าด้วยแนวปฏิบัติของฝ่ายต่างๆในกรณีพิพาทในทะเลจีนใต้ ในกรณีที่รัฐภาคีในปฏิญญาไม่ได้ปฏิบัติตามปฏิญญาฉบับดังกล่าว ดังที่ได้กล่าวไปแล้วข้างต้น หรือ เหตุปัจจัยอื่นๆ เช่นกรณีที่ จีนต้องการจะให้แก้ไขปัญหาทะเลจีนใต้ในระดับทวิภาคี แต่เวียดนามต้องการที่จะแก้ไขปัญหาในระดับภูมิภาค เป็นต้น
ทั้งนี้ การแก้ไขปัญหาดังกล่าวนั้น อาจมีแนวทางในการดำเนินการ ได้ในหลายกรณี ดังต่อไปนี้
1. จัดให้มีการดำเนินการพัฒนาพื้นที่ รวมถึงการบริหารจัดการทรัพยากรต่างๆร่วมกัน ซึ่งประเด็นในเรื่องการอ้างกรรมสิทธิ์เหนือดินแดนนั้น ต้องพักไว้ก่อน เพื่อลดสถานการณ์ตึงเครียดในปัจจุบัน อันเป็นหนทางที่นำไปสู่การเจรจาทางการทูตในลำดับต่อไป ทั้งนี้ อาจมีการกำหนดพื้นที่พิพาทนั้นให้เป็นกรรมสิทธิ์ร่วมกันก็ได้
2. อาเซียนอาจต้องเข้าไปมีบทบาทในฐานะเป็นผู้ไกล่เกลี่ยหรือช่วยประสานงานในปัญหาดังกล่าว โดยอาจเปิดการเจรจาในระดับทวิภาคี ระหว่างรัฐคู่พิพาท พร้อมกันนี้ หากมีความเริ่มมีความตึงเครียดเกิดขึ้น อาเซียนอาจส่งหนังสือหรือแสดงความกังวลในเรื่องดังกล่าว เป็นครั้งคราว
3. อาเซียนอาจจะจัดหาบุคคลที่สาม หรือชาติที่เป็นกลาง เข้ามามีส่วนร่วมดำเนินการเจรจา เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว
4. นำปัญหาดังกล่าวยกขึ้นสู่ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ(ICJ) เพื่อตัดสินชี้ขาดปัญหาดังกล่าว
ข้อพิพาททะเลจีนใต้
เรียบเรียงโดยอาจารย์ต้นสัก สนิทนาม
#ทะเลจีนใต้ #ข้อพิพาท #การเมือง #มาเลเซีย #จีน #บรูไน #เวียดนาม
โฆษณา