เมื่อวาน เวลา 12:52 • การเมือง

ปราสาทคนา

“ชาติของเรา เป็นไทยอยู่ได้ จนถึงตัวเราคนหนึ่งนี้
ก็เพราะบรรพบุรุษของเรา
เอาเลือด! เอาเนื้อ! เอาชีวิต!
และความลำบากยากเข็ญเข้าแลกไว้!
เราต้องรักษาชาติ!
เราต้องบำรุงชาติ!
เราต้องสละชีพเพื่อชาติ!”
"การที่ฝ่ายกัมพูชาใช้อาวุธร้ายแรงโจมตีต่อฝ่ายไทย เป็นเหตุให้ทหารไทยบาดเจ็บและเสียชีวิต รวมทั้งบ้านเรือนและทรัพย์สินของประชาชนได้รับความเสียหาย แสดงให้เห็นว่ากองทัพกัมพูชาไม่ปฏิบัติตามถ้อยแถลงร่วมที่ได้ให้ไว้ "
"มิหนำซ้ำยังเป็นผู้ทำลายสันติภาพ ที่ประเทศไทยพยายามสร้างและประคับประคอง ประเทศไทยจึงจำเป็นต้องใช้สิทธิในการป้องกันตนเองอย่างเต็มรูปแบบตามกฎหมายระหว่างประเทศเพื่อปกป้องแผ่นดินไทย ชีวิตของทหาร และประชาชนคนไทยทุกคน"
"​​​ประเทศไทยรักสันติ รักความสงบ แต่จะไม่ยอมให้ใครละเมิดอธิปไตย"
"บิ๊กเล็ก" พลเอก ณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม (ตำแหน่งในขณะนั้น) แถลงการณ์เมื่อวันที่ 8 ธันวาคมพ.ศ.2568
"ก่อนหน้านี้กองทัพอากาศไทยมีแผนที่จะปลดประจำการเครื่องบินขับไล่ F-16 แต่เนื่องด้วยสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา F-16 ถือว่าเป็นพระเอก แผนของกองทัพอากาศที่จะปลดประจำการเป็นไปตามแผนเดิมหรือไม่ ผมใช้คำว่าด้วยสภาวะแวดล้อมด้านความมั่นคงในปัจจุบันรวมถึงสภาพงบประมาณกองทัพอากาศจำเป็นต้องปรับโครงสร้างกำลังรบในหลากหลายรูปแบบ"
" เพื่อทำให้เรามีความมั่นใจได้ว่าเรามีความพร้อมสูงสุดในวันที่ต้องปฏิบัติ ณ ตอนนี้ ถ้าเราต้องปลดประจำการเครื่องบินขับไล F-16 ฝูงบิน 103 ซึ่งมีอายุเกือบ 40 ปี
ผมว่าเรายังไม่มีงบประมาณที่จะจัดหาทดแทนได้
ซึ่งฝูงนี้เป็นฝูงที่เราอยู่มาตั้งแต่ปี 31"
"F-16 ฝูงแรกเราขึ้นบินมาตั้งแต่ ปี 31 ก็ได้ใช้จริงในปัจจุบัน ความพร้อมในปัจจุบันมันคือภาพสะท้อนของการบริหารจัดการในอดีตที่ผ่านมาว่าเรามีการเตรียมพร้อมเพื่ออนาคต เราไม่รู้ว่าอนาคตจะเกิดอะไร แต่ถ้าเกิดแล้ว
ไม่พร้อมไม่ได้ ดังนั้นที่เราพร้อมรบในวันนี้เป็นดอกผลตั้งแต่ในอดีต เมื่อ 30-40 ปีที่แล้ว"
พลอากาศโท จักรกฤษณ์ ธรรมวิชัย รองเสนาธิการทหารอากาศ/โฆษกกองทัพอากาศ
ท่านนายกรัฐมนตรีลงพื้นที่เยี่ยมทหารที่ชายแดนไทย-กักัมพูชา
สวัสดีครับท่านผู้อ่านทุกท่าน เราจะมาย้อนรอยการปะทะชายแดนไทย-กัมพูชากันอีกครั้ง เหตุการณ์ที่ผู้เขียนจะนำเสนอต่อไปนี้ก็เกิดขึ้นจริงเมื่อปีที่แล้ว ไม่ใช่นำมาจากนิยายหรือแต่งขึ้นเอง เป็นการรบที่มีการบันทึกไว้ว่าครั้งหนึ่งเราเคยมีการยึดปราสาทที่ไม่เคยมีใครกล่าวถึงในการปะทะรอบแรก 5 วัน จนกระทั่งในช่วงเดือนกันยายนหรือเดือนตุลาคมพ.ศ.2568 ก็มีการกล่าวถึงปราสาทแห่งนี้อย่างกว้างขวาง ต่อมาในเดือนธันวาคมปีเดียวกันกองทัพไทยก็เปิดปฏิบัติการจนยึดคืนมาได้เป็นผลสำเร็จ
ก่อนที่จะเข้าสู่บทความผู้เขียนขอใช้ช่วงเวลานี้เป็นช่วงเวลาทำเงิน สำหรับภาพเครื่องบินขับไล่ F-16 ของกองทัพอากาศไทยที่นำมาเป็นภาพหน้าปกบทความนี้หากท่านใดสนใจให้ผู้เขียนนำไปปริ้นท์เป็นโปสเตอร์ สามารถทักมาหาผู้เขียนใน Facebook ส่วนตัวชื่อ Maverick Nonsak ได้ราคาที่จะให้ท่านโอนเข้าบัญชีก่อนที่ผู้เขียนจะส่งให้ร้านปริ้นท์อยู่ที่ 200 บาท หากท่านใดสนใจขอเลขบัญชีให้ท่านทักมาได้ที่แชทส่วนตัวผู้เขียนนะฮะ
สำหรับค่าปริ้นที่ท่านโอนผ่านทาง Messenger ส่วนตัวด้วยจำนวนเงิน 200 บาทรวมค่าส่ง เมื่อรับโอนแล้วผู้เขียนจะนำยอดนี้ไปใช้ในการปริ้นท์ภาพจำนวนหนึ่ง อีกส่วนที่ได้รับจะนำไปใช้เป็นค่าบำรุงพระพุทธศาสนา ค่าอาหารพระสงฆ์ ค่าถวายสังฆทาน ค่าน้ำ ค่าไฟของวัดและอื่นๆอีกมากมายที่เป็นบุญกุศล
ไม่เพียงเท่านี้รายได้จากการที่ท่านโอนให้ผู้เขียนจำนวนหนึ่งจะนำไปใช้เป็นงบสำหรับส่งเสียให้น้องชายได้เรียนจบมหาวิทยาลัยครบ 4 ปีและเป็นรายได้ให้ตัวผู้เขียนเองในการหาซื้อของดีๆมาขายต่อไป
คณะนายทหารชั้นผู้ใหญ่ขณะลงพื้นที่ปราสาทคนา
ปราสาทคนา โบราณสถานที่ชำรุดทรุดโทรมกลางป่าไม่ได้มีแค่ชำรุดทรุดโทรมไปตามกาลเวลาเท่านั้น ที่นี่เป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญในการปกป้องอธิปไตยทำให้ปราสาทได้รับความเสียหายจากการที่ฝ่ายตรงข้ามเป็นที่มั่น ชีวิตคนๆหนึ่งมันไม่ได้จบที่สนามฝึกในค่ายทหาร ชีวิตจริงมันมาจากการลงมือทำ หนึ่งคน สิบคน ร้อยคนมารวมกันจนกลายเป็นเอกภาพทำให้ทหารมีความเป็นมืออาชีพ
ไม่มีอะไรที่ทหารไทยทำไม่ได้ ไม่มีคำว่าขี้ขลาดสำหรับยอดมนุษย์ ยอดมนุษย์ผู้ไม่มีพลังวิเศษ แต่มีใจที่พร้อมจะปกป้องประเทศด้วยศาสตราวุธอันเฉียบแหลม รวดเร็ว รุนแรง และเหนือกว่า ใช่แล้ว ณ ขณะนี้เสียงคำรามกึกก้องของเครื่องยนต์ไอพ่นที่ดังกระหึ่มราวกับเสียงฟ้าร้องเหนือผืนป่าสีเขียวขจีของเทือกเขาพนมดงรักดังขึ้น
บัดนี้จุดดำทั้ง 4 จุดพุ่งทะยานไปได้เร็วในอากาศ พอซูมเข้าไปใกล้ๆจุดทั้ง 4 จัดจะเห็นสายฟ้าสีแดงซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของฝูงบิน 103 นามเรียกขาน "LIGHTNING" บนแพนหางดิ่งชัดเจน ฝูงบินสายฟ้าหรือฝูงบิน 103 กองบิน 1 โคราชมีพี่เอก พลอากาศเอก ระวิน ถนอมสิงห์ หรือที่เหล่านักบินทอ.ต่างรู้จักกันดีในนามเรียกขาน "HOLLYWOOD" กำลังทำการบินกับเครื่องบินขับไล่ F-16 คู่ใจนำหมู่บินทั้ง 4 เครื่อง ทะยานผ่านม่านเมฆที่ความสูง 20,000 ฟุต
เครื่องบินขับไล่ F-16 ฝูงบิน 103 กองบิน 1 โคราช
ในฐานะผู้บัญชาการกองบัญชาการควบคุมการปฏิบัติทางอากาศ SUPERHERO อย่างพี่เอกไม่ได้เพียงแค่สั่งการจากฐานบัญชาการ แต่ท่านเลือกที่จะนำทัพโดยขึ้นทำการบินกับเครื่องบินขับไล่ F-16 จากกองบิน 1 โคราชด้วยตัวเองเพื่อปฏิบัติภารกิจชี้ชะตาอธิปไตยเหนือชายแดนภาคอีสานใต้
นักบิน F-16 ที่มีชั่วโมงบินมากกว่า 3,000 ชั่วโมงบินไม่ได้นำเครื่องบินรบมาบินผลาญเล่นงบประมาณ 100,000 กว่าบาทซึ่งเป็นค่าเชื้อเพลิงของเครื่องบินแบบนี้ ท่านกำลังควบคุมอากาศยานที่มีสมรรถนะสูงและน่าเกรงขามเข้าสู่สนามรบจริงพร้อมไข่เหล็กที่มีตัวอักษรเชิงเสียดสีทหารกัมพูชาซึ่งเขียนโดยบรรดาช่างสรรพาวุธกองทัพอากาศไทย
เมื่อ HOLLYWOOD ขับเครื่องบินขับไล่ F-16 พร้อมเครื่องแบบเดียวกันในหมู่ทั้ง 3 เครื่อง ได้บินปฏิบัติภารกิจชี้ชะตาว่าใครคือเจ้าของอธิปไตยตัวจริง แม้นักบินจะไม่ได้บินลงมาต่ำถึงยอดไม้แถวๆปราสาทคนา แต่พี่เอกได้ทำการนำกำลังรบทางอากาศแห่งยุคสงครามเย็นที่ฟูมฟักถนุถนอมบำรุงรักษาอย่างดีมาตั้งแต่ในอดีตอดีตจนถึงปัจจุบันเป็นเวลาเกือบ 40 ปีมาทิ้งไข่จริงใส่เป้าหมาย
"ฟ้าวววววววววววววว!" "บู้มมมมมมมมมมมมม!"
และแล้วระเบิดใต้ปีกก็ถูกปลดลงมาจากฟ้าใต้ปีกของ F-16 พุ่งตรงเข้ามาโดยที่ไม่มีร่มกางออกที่บั้นท้ายของระเบิด ทหารกัมพูชาที่ยิงปะทะกับทหารไทยต่างต้องหยุดยิงทั้งๆที่สงครามยังดำเนินต่อไป ขณะนี้ระเบิดได้พุ่งแหวกอากาศผ่านยอดไม้แล้วส่งให้เกิดการระเบิดอย่างรุนแรงจนทำให้ทหารกัมพูชาตัวลอยสูงเกือบถึงยอดไม้เพราะแรงระเบิดได้
"ตู้มมมมมมมมมมมมมมม!"
เสียงระเบิดจาก F-16 ขณะโจมตีทหารกัมพูชาที่ปราสาทคนา
ตำแหน่งของปราสาทคนาในปัจจุบัน
ก่อนที่ปราสาทคนาหรือที่รู้จักกันในอีกชื่อหนึ่งว่าเขาแหลมจะกลายเป็นสถานที่ที่มีความสำคัญทางยุทธศาสตร์ ขอย้อนกลับไปเมื่อหลายพันปีที่แล้วปราสาทคนาเป็นสถานที่ที่มีความศักดิ์สิทธิ์และงดงามในสมัยอาณาจักรขอมโบราณ เมื่อกาลเวลาผ่านไปปราสาทโบราณที่มีอายุเก่าแก่กว่า 1,000 ปี ก็หลงเหลือเพียงส่วนที่เป็นโครงสร้างฐานปราสาทศิลาแลง ขนาดประมาณ 50x50 เมตร และผนังบางส่วนที่พังทลายลงตามกาลเวลาให้เห็นในปัจจุบัน
สำหรับที่ตั้งปราสาทคนาตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ตำบลแนงมุด อำเภอกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์ เนื่องความที่สถานที่แห่งนี้ตั้งอยู่บนพื้นที่สูงข่มซึ่งเป็นชัยภูมิที่ได้เปรียบทางการทหารอย่างมาก ทำให้พื้นที่นี้เป็นพื้นที่เพ่งเล็ง และมีความสำคัญในการตรวจการณ์ความเคลื่อนไหวบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา
แม้ปราสาทคนาจะเป็นโบราณสถานเก่าแก่ที่มีอายุมากกว่าพันปีบนแผ่นดินไทย แต่ในช่วงเวลาหนึ่งพื้นที่แห่งนี้กลับถูกกัมพูชาเข้ายึดครองและดัดแปลงเป็นฐานที่มั่นทางทหารอย่างเต็มรูปแบบ เมื่อทหารกัมพูชาได้ลักลอบเข้ามาพสกเขาไม่เพียงแต่จะสถาปนาเป็นฐานปฏิบัติการทางทหารมาอย่างยาวนานไม่ต่ำกว่า 10 ปี ทหารกัมพูชาพยายามอ้างสิทธิ์ว่าปราสาทแห่งนี้ตั้งอยู่บนผืนแผ่นดินของตน
ทหารไทยยังคงดูแลอธิปไตยที่ยาวกว่า 700 เมตรตามชายแดนไทย-กัมพูชาตลอด 24 ชั่วโมง
ในช่วงที่ยึดครอง มีทหารกัมพูชาประจำการอยู่ไม่ต่ำกว่า 100 นาย พวกเขาได้ขุดคูเรตหรือสนามเพลาะล้อมรอบโบราณสถานกลางป่าเพื่อใช้ในการรบ ซึ่งถือเป็นการละเมิดหลักสากลในการใช้โบราณสถานเป็นที่ตั้งทางทหาร นอกจากนี้ยังมีการใช้ซอกหินหรือถ้ำดัดแปลงเป็นที่เก็บเสบียงและทำครัว เรียกว่าฐานหิน 3 ก้อน หรือ ฐานต้นไทร
การสร้างเส้นทางลำเลียงแทนการเดินเนินเขาที่ลาดชัน ทหารกัมพูชาได้มีการสร้างบันไดไม้จำนวน 1,181 ขั้น ระยะทางประมาณ 450 เมตร เพื่อใช้ลำเลียงเสบียงและอาวุธจากหน้าผาฝั่งกัมพูชาขึ้นมายังตัวปราสาท รวมถึงมีการสร้างกระเช้าเพื่อช่วยในการส่งกำลังบำรุงด้วย
เกิดเป็นไทย มิใช่ รักสงบ
เรารุกรบ ขยับเคลื่อน ฝ่าขวากหนาม
ทหารไทย ไม่หวั่นเกรง ไฟสงคราม
คุณความดี จารึกไว้ นักรบไทย
เชิดชูเกียรติ วีรบุรุษ ปราสาทคนา
ทหารกล้า กองทัพบกไทย ดุจเหล็กแข็ง
รุกยึดมา ประจักษ์ชัด ให้สำแดง
ความแข็งแรง ทหารไทย มิรองใคร
ทหารบก เอฟสิบหก สายดุดัน
ใจขยัน ยึดคนา จากเขมร
ทั้งนายร้อย นายสิบ ทหารเกณฑ์
ชี้ให้เห็น ว่าเขาป้อง ชายแดนไทย
ปราสาทคนา แสนสวยงาม จักกลับมา
รอเวลา บูรณะ โดยกรมศิลป์
ชายแดนไทย มีทหาร คุ้มแดนดิน
สุรินทร์มี ที่เที่ยวใหม่ ชิดชายแดน
ชื่อบทกวี : ปราสาทคนา
ประพันธ์โดย : จ่าหวาน เกรียงไกร
วันที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2568 เป็นวันที่ต้องจารึกไว้ในประวัติศาสตร์เมื่อเครื่องบินขับไล่ F-16 ต้องทิ้งระเบิดใส่ BM-21 ครั้งแรก หลังจากที่กองทัพกัมพูชายิงจรวด BM-21 เข้ามาในฝั่งไทย
ในความเงียบงันของป่าทึบชายแดนภาคอีสานใต้ เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2568 เสียงนกป่าที่เคยร้องกังวานกลับเงียบหายไป แทนที่ด้วยบรรยากาศกดดันจนแทบหายใจไม่ออก ณ ป่าแห่งหนึ่งในพื้นที่อ.พนมดงรัก ขณะที่หมู่ลาดตระเวนของทหารพรานไทยกำลังเคลื่อนที่ผ่านแนวป่าตามปกติ พวกเขาได้เผชิญหน้ากับกำลังพลของกัมพูชาที่รุกล้ำเข้ามาลากรั้วลวดหนามในเขตอธิปไตยของไทย
การเผชิญหน้าในวันนั้นเต็มไปด้วยเสียงตะโกนและการยั่วยุที่รุนแรง ฝ่ายกัมพูชาดื้อแพ่งอ้างคำสั่งจากเบื้องบน เพื่อยึดครองพื้นที่ จนกระทั่งประกายไฟแห่งสงครามได้ปะทุขึ้นต่อจากที่ศรีษะเกษซึ่งถูกจรวด BM-21 ตกในวันเดียวกันที่ปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่งส่งผลให้มีพลเรือนเสียชีวิต จากแค่ปะทะกันด้วยวาจาทหารทั้ง 2 ฝ่ายได้เปิดฉากใช้อาวุธปืนจนกลายเป็นการปะทะกันครั้งใหญ่ที่สะเทือนไปทั่วทั้งแนวชายแดน
เมื่อลมหนาวพัดผ่านเข้ามาในช่วงปลายปี พ.ศ. 2568 สมรภูมิที่เคยคุกรุ่นก็กลับมาเดือดพล่านอีกครั้งในปฏิบัติการรอบที่สอง คราวนี้ภารกิจทวงคืนอธิปไตยเหนือปราสาทคนาตกอยู่ในความรับผิดชอบของพี่เติ่ง พลโท วีรยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 หรือที่รู้จักกันในนาม "ขุนศึกอีสาน"
นายทหารผู้ช่ำชองพื้นที่ป่าและเติบโตมาจากสายกำลังรบของภาคอีสานโดยตรง พี่เติ่งไม่ใช่แม่ทัพที่สั่งการจากห้องแอร์ แต่ท่านคือผู้นำที่ลงไปกินนอนร่วมกับลูกน้องในแนวหน้า พร้อมกับเป้าหมายเดียวที่ชัดเจนคือการยึดคืนผืนแผ่นดินไทยทุกตารางนิ้วอย่างเบ็ดเสร็จ
ท่านได้ตัดสินใจเปิดฉากยุทธการครั้งสำคัญ โดยสั่งการให้ทหารหลักจากกองทัพภาคที่ 2 และหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 26 สนธิกำลังกันเป็นหนึ่งเดียว ภายใต้แผนการรบที่สอดประสานกันอย่างเป็นระบบ
ทหารพราน นักรบชุดดำ
ทหารพรานและทหารราบเริ่มเคลื่อนกำลังเข้าสู่พื้นที่เพ่งเล็ง ท่ามกลางห่ากระสุนปืนและจรวด BM-21 ที่ฝ่ายกัมพูชาระดมยิงเข้าใส่อย่างไม่ขาดสายราวกับห่าฝน ในการรบครั้งนี้ทหารไทยต้องเผชิญกับอุปสรรคทั้งจากทุ่นระเบิดที่วางไว้อย่างหนาแน่นและพื้นที่สูงข่มของปราสาทคนาที่ทำให้ฝ่ายตรงข้ามมองเห็นการเคลื่อนไหวได้ทั้งหมด
ในสมรภูมิอันดุเดือดนี้ พี่เติ่งได้แต่งเครื่องแบบลายพรางสีเขียวดิจิตอลลงมาส่งต่อขวัญและกำลังใจให้เหล่านักรบด้วยการมอบตะกรุดหลวงปู่เจียม และย้ำกับลูกน้องเสมอว่าให้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรอบคอบและปลอดภัยที่สุด ทหารไทยเริ่มรุกคืบเข้าไปจนถึงแนวกำแพงศิลาแลงของปราสาทเก่าแก่ ทหารกล้าทุกนายต้องจับปืนบุกผ่านคูเลตหรือสนามเพลาะที่ทหารกัมพูชาขุดล้อมรอบโบราณสถานเอาไว้เพื่อใช้เป็นฐานที่มั่นทางทหาร
ไม่สู้ก็ตายอย่างไร้ศักดิ์ศรีมันคุ้มแล้วกับชีวิตชายชาติทหารกระสุนที่ยิงออกไป เสียงปืนรัวดังสนั่นสลับกับเสียงระเบิดกัมปนาท แต่ทหารไทยยังคงสู้ไม่ถอยด้วยเลือดนักสู้ที่มีจิตใจตั้งมั่นและสาบานร่วมกันว่าจะไม่ยอมเสียแผ่นดินไปแม้แต่ปลายนิ้วก้อย
เครื่องบินขับไล่ F-16MLU จากฝูงบิน 403 กองบิน 4 ตาคลี
ท่ามกลางสมรภูมิภาคพื้นดินดินที่ทวีความรุนแรงและดุเดือดถึงขีดสุด ณ บริเวณเนิน 350 ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญข้างปราสาทตาควายและปราสาทคนา เสียงกระสุนปืนเล็กปืนใหญ่และระเบิดยังคงดังสนั่นกึกก้องอย่างไรไม่ขาดสายทำให้ชรบ.ที่ดูแลความสงบในพื้นที่ได้ยินเต็มสองหูในเวลากลางวันและยามค่ำคืน พร้อมกับลูกไฟของกระสุนปืนใหญ่ที่มองด้วยตาเปล่าในยามราตรีเช่นกัน
ในขณะที่ทหารหลักและทหารพรานไทยพยายามรุกคืบเพื่อทวงคืนพื้นที่อธิปไตย ความสูญเสียที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้นก็ได้ปรากฏชัดขึ้น เมื่อทหารไทย 2 นายต้องสละชีพในระหว่างปฏิบัติการเข้าตีเนินสูงข่มแห่งนี้ ท่ามกลางห่ากระสุนและการปะทะที่ดุเดือดที่สุดเท่าที่เคยมีมา
ภาพที่สร้างความสะเทือนใจและบีบคั้นหัวใจคนไทยทั้งประเทศ คือภาพของโลงศพที่คลุมด้วยธงชาติไทยอย่างสมเกียรติ ถูกลำเลียงออกจากแนวหน้าท่ามกลางกระสุนและระเบิดที่ดังกึกก้องไม่ขาดสาย ความโศกเศร้าจากสูญเสียเพื่อนร่วมรบครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงตัวเลขในรายงานสงคราม แต่พวกเขาคือลูกผู้ชายที่มีครอบครัว มีความฝัน มีศรัทธา และมีหัวใจที่แน่วแน่ในการรักษาแผ่นดินไทยจนวินาทีสุดท้าย
ในสมรภูมิปราสาทคนาที่เต็มไปด้วยไปด้วยเลือดนักรบและกล้าหาญของทหารไทยผู้ซึ่งมิกลัวเกรงความตาย ทหารกล้าทุกนายได้จับอาวุธสู้รบในแนวหน้ากลังจากที่ไม่มีพลทหารเทิดศักดิ์ ศรีลาชัย วีรบุรุษผู้กล้าแห่งปราสาทคนา ที่เสียชีวิตจากการที่ได้สละชีพเอาตัวเองเข้าบังสะเก็ดระเบิดเพื่อปกป้องเพื่อนร่วมรบในสมรภูมิเดือด อยู่มาวันหนึ่งก็มีการปฏิบัติการขั้นเด็ดขาดเหนือเวหา เมื่อเสียงวิทยุสื่อสารแผดกังวานขอการสนับสนุนทางอากาศโดยใกล้ชิดเพื่อทำลายฐานทหารที่กัมพูชาสร้างรุกที่ดินปราสาทคนา
เหนือน่านฟ้าสีครามที่ความสูง 20,000 ฟุต พี่เอก พลอากาศเอก ระวิน ถนอมสิงห์ หรือ Callsign "HOLLYWOOD" ผู้บัญชาการกองบัญชาการควบคุมการปฏิบัติทางอากาศ (ผบ.คปอ.) ท่านเป็นนักบินระดับปรมาจารย์ที่มีชั่วโมงบิน F-16 มากกว่า 3,000 ชั่วโมง กำลังประคองคันบังคับนำหมู่บินเครื่องบินขับไล่ F-16 จากฝูงบิน 103 "LIGHTNING" กองบิน 1 โคราช ทะยานแหวกม่านเมฆเข้าสู่จุดปล่อยอาวุธโดยไร้การต่อต้านทางอากาศจากฝ่ายตรงข้าม
พี่เอก หรือชื่อและยศที่แท้จริงคือพลอากาศเอก ระวิน ถนอมสิงห์ "HOLLYWOOD" นักบินระดับปรมาจารย์ที่มีชั่วโมงบิน F-16 มากกว่า 3,000 ชั่วโมงแห่งกองทัพอากาศไทย
พี่เอกรู้ดีว่าสมรภูมิปราสาทเป็นหนึ่งในจุดยุทธศาสตร์สำคัญในการรบตามแนวสันปันน้ำหลังจากที่มีรายงานว่าทหารไทยทุกนายกำลังขับไล่ทหารกัมพูชาที่รุกล้ำอธิปไตยไทยมานาน ในนาทีที่ชี้เป็นชี้ตายนักบิน F-16 อย่าง  Hollywood ไม่ได้เพียงแต่นั่งบัญชาการอยู่ในศูนย์ยุทธการ แต่ท่านตัดสินใจทิ้งไข่ด้วยตนเองในฐานะที่มีประสบการณ์บินกับเครื่องบิน F-16 มากว่า 3,000 ชั่วโมง
เครื่องบิน F-16 ทิ้งระเบิดนำวิถีด้วยเลเซอร์ที่ความสูงเกินสายตาคนบนดินจะมองเห็น ระเบิดไม่ได้มีทิศทางจะพุ่งชนปราสาทคนา ระเบิดที่พี่เอกและนักบินฝูงทิ้งกำลังพุ่งไปที่เป้าหมายนั่นคือบังเกอร์และสิ่งก่อสร้างทางการทหารที่กัมพูชาสร้างล้ำดินแดนไทย ระเบิดที่ทิ้งลงไปคืออันตรายที่ทหารกัมพูชาคาดเดาได้ยากและอาจทำให้พวกเขาตายไวกว่าปืน M16 ที่ทหารไทยระดมยิงในขณะนี้
"ฟ้าวววววววววววววววววววว!" "บู้มมมมมมมมมมมมมมมมมม!"
เสียงเครื่องบิน F-16 ทิ้งระเบิด
เสียงเครื่องยนต์ไอพ่นของเครื่องบินขับไล่ F-16 ที่ดังกึกก้องสะท้านฟ้าราวกับเสียงฟ้าร้องหรือจะสู้เสียงไข่เหล็กที่พุ่งลงถล่มสิ่งก่อสร้างของข้าศึก นั่นคือ บังเกอร์ ระบบสลิงและกระเช้าไฟฟ้า แรงระเบิดกัมปนาททำลายเส้นทางลำเลียงพลจนพังพินาศในพริบตา
นายกฯขณะถ่ายรูปร่วมกับทหารที่ปราสาทคนา
นอกจากนี้ยังทิ้งระเบิดนำวิถีด้วยเลเซอร์ทำลายคลังอาวุธและฐานปืนค.ของข้าศึกที่ซ่อนตัวอยู่ใต้ซอกหินจนเละเป็นจุล การสนับสนุนทางอากาศที่เด็ดขาดและรุนแรงของ Hollywood ช่วยเปิดทางให้ทหารราบ ทหารพราน และหน่วยรบพิเศษหมวกแดงจากค่ายเอราวัณ สามารถรุกคืบไต่หน้าผาเข้าเคลียร์พื้นที่ได้ทีละจุด จนในที่สุดธงชาติไทย ก็ถูกนำขึ้นไปปักเหนือหน้าผาปราสาทคนาอย่างสง่างาม เพื่อประกาศศักดาว่าที่นี่คือแผ่นดินไทย
ไม่เพียงเท่านี้เครื่องบินขับไล่ F-16 จากฝูงบิน 103 กองบิน 1 โคราชและฝูงบิน 403 กองบิน 4 ตาคลีไม่ต้องบินต่ำระดับยอดไม้หลบหลีดต่อการตรวจจับจากฝ่ายตรงข้าม จนสามารถบินรุกเข้าไปทิ้งไข่ในดินแดนกัมพูชาตามที่ข่าวทีวีหลายสำนักในไทยรายงาน
โดยใช้เทคโนโลยีระเบิดนำวิถีด้วยเลเซอร์ที่มีความแม่นยำสูง พุ่งเป้าไปที่การทำลายค่ายทหาร คลังสรรพาวุธ และทำลายถนนเพื่อไม่ให้ไปถึงปราสาทคนาจนทหารกัมพูชาเริ่มหมดเรี่ยวแรงที่จะต่อสู้กับทหารไทยแล้วหนีออกจากพื้นที่ตรงนี้ ในที่สุดทหารไทยก็ปักธงชาติที่ปราสาทคนาเป็นอันว่าดินแดนนี้คือดินแดนไทย 100%
หลังจากที่สงครามสิ้นสุดลง ทางการไทยได้จัดพิธีบวงสรวงครั้งยิ่งใหญ่ขึ้น ณ ปราสาทคนา โดยมีไฮไลต์สำคัญคือการรวมตัวของนางรำกว่า 400 คน ที่มาร่วมร่ายรำเพื่อความเป็นสิริมงคลและระลึกถึงวีรกรรมของทหารกล้าที่สละชีพจนยึดคืนปราสาทแห่งนี้กลับมาอีกครั้ง
ในส่วนของแผนฟื้นฟูและพัฒนา พื้นที่แห่งนี้ได้ถูกบรรจุเข้าในโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเปลี่ยนจากสมรภูมิรบให้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ผสมผสานความงดงามของธรรมชาติเข้ากับวิถีชีวิตและวัฒนธรรมของชุมชน
แผนการพัฒนานี้ครอบคลุมถึงการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานภายใต้นโยบายน้ำไหล ไฟสว่าง ทางดี มีสัญญาณโทรศัพท์ ของกองทัพบกไทยที่มีพลเอก พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบกเป็นผู้นำ เพื่ออำนวยความสะดวกทั้งแก่กำลังพลและนักท่องเที่ยวในอนาคต
นายกรัฐมนตรีนำคณะมาตรวจเยี่ยมทหารที่ปราสาทคนาหลังจากสงครามจบลง
พี่เติ่งหรือ พลโท วีรยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในขั้นตอนนี้ โดยท่านได้เดินทางมาเป็นประธานในพิธีทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้แก่กำลังพลที่เสียชีวิต และร่วมพิธีวางพวงมาลา ณ อนุสาวรีย์เทิดศักดิ์ เพื่อเป็นเกียรติแก่ ร้อยตรี เทิดศักดิ์ ศรีลาชัย และวีรชนนายอื่น ๆ
นอกจากนี้ พี่เติ่งยังคงลงพื้นที่เพื่อตรวจเยี่ยมความเรียบร้อยและกำชับให้ทหารในพื้นที่ดูแลความปลอดภัยอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะการเก็บกู้ทุ่นระเบิดที่ยังหลงเหลือเพื่อให้พื้นที่ปลอดภัยสำหรับการท่องเที่ยวอย่างแท้จริง
ผ่านไปหลายเดือนหลังจากที่มีพิธีบวงสรวงปราสาทคนาเครื่องบินชับไล่ F-16 ปรากฎตัวอีกครั้ง คราวนี้เป็นการฝึกบินตามวงรอบเหนือปราสาทที่ทหารไทยยึดมาได้ F-16 ทั้ง 2 สองเครื่องที่สังกัดฝูงบิน 103 กองบิน 1 โคราช ได้บินไล่ยิงกันกลางอากาศในการฝึกการรบทางอากาศ ซึ่งเป็นกิจวัตรประจำวันที่ทหารอากาศไทยคุ้นชิน
เครื่องบิน F-16 ยังคงขึ้นบินอย่างต่อเนื่องตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชาสื่อถึงความพร้อมรบของทหารอากาศไทยที่ผ่านประสบการณ์จริงมาแล้ว และพร้อมที่จะรับมือหากมีการรบรอบที่ 3 เกิดขึ้น
บนท้องฟ้าสีคราม F-16 ได้ส่งเสียงสนั่นดังไปทั่วอำเภอพนมดงรัก ทำให้มีบางครั้งชาวบ้านมองเห็นรูปทรงเครื่องบินชัดเจน แม้จะบินที่ความสูงเกินยอดไม้แต่ทหารอากาศไทยผู้มีใจรักชาติกำลังฝึกฝนและพัฒนาฝีมือกับเขี้ยวเล็บที่ผ่านการปะทะจริงในสมรภูมิชายแดนไทย-กัมพูชามาแล้วให้ดียิ่งขึ้นในการรับมือกับเครื่องบินขับไล่ของฝ่ายตรงข้าม
แม้ช่วงนี้จะมีข่าวว่านายกรัฐมนตรีของไทยจะไม่ขึ้นทำการบินกับ F-16 แต่กองทัพอากาศไทยก็ยังส่งเครื่องบินขับไล่ F-16 ขึ้นทำการฝึกบินตามวงรอบอยู่เป็นประจำเหนือน่านฟ้าอีสานใต้ ในขณะเดียวกันทหารกัมพูชาก็กำลังขยับเข้าใกล้ปราสาทคนาอีกครั้ง แล้วกลับมาพร้อมที่จะยั่วยุให้ทหารไทยเป็นฝ่ายยิงก่อน แต่ทว่าพวกเขากลับต้องวิ่งหนีกระเจิงเมื่อมองขึ้นไปบนฟ้าเห็นสิ่งที่พวกเขาไม่อยากเห็น
เครื่องบินขับไล่ F-16 2 เครื่องบินผ่านปราสาทคนา ทำให้พวกเขาขวัญหายวิ่งหนีกระเจิง เพราะคิดว่าทหารอากาศไทยจะบินมาทิ้งระเบิด แต่จริงๆแล้วเป็นการฝึกบินสู้รบทางอากาศระยะประชิดหรือที่นักบินมักเรียกติดปากว่า Dog Fight
หลังจากที่ทหารกัมพูชาวิ่งป่าราบเข้าป่าไปตั้งหลัก เครื่องบินขับไล่ F-16 ได้บินพุ่งขึ้นฟ้าราวกับจรวดแล้วมุ่งหน้ากลับสู่กองบิน 1 โคราช เพื่อเตรียมตัวก่อนอีกไม่กี่วันที่นายกรัฐมนตรีจะมาเยี่ยมเยี่ยมฝูงบิน F-16 ที่เคยมีบทบาทจริงในการปะทะตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา โดยนายกรัฐมนตรีจะพบปะพูดคุยและให้กำลังใจก่อนที่นักบินเอฟ-16 ของเราจะหวนคืนสู่ท้องฟ้าอีกครั้ง
หมอกที่ปราสาทคนา
สมรภูมิปราสาทคนา พิสูจน์แล้วว่ายอดมนุษย์ไม่ได้มีแค่ในจอเงิน แต่ในชีวิตจริงเรายังมียอดมนุษย์นั่นคือทหารไทยที่ตอบโต้อริราชศัตรูอย่างห้าวหาญ รักษาดินแดนไว้ใต้ผืนธงไตรรงค์ และทำให้คนไทยมีแผ่นดินอยู่อย่างเต็มภาคภูมิ เรื่องราวของปราสาทคนาถือเป็นตัวอย่างวีรกรรมอันน่ายกย่องที่แสดงให้เห็นว่าทหารไทยไม่ได้หวั่นไหวต่อการสูญเสียกำลังพลถึง 2 นาย แต่ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าทหารที่สละชีพปกป้องดินแดนไทย คือบุคคลที่เราควรยกย่องเชิดชู สำหรับวันนี้ขอลาไปก่อน สวัสดีครับ
Credit บทความและภาพประกอบ
Thai PBS
Thairath TV
K H Sim
TOP NEWS
vengisnapsjet
H.C.HO
Ticha Suppermsathien
THAI PRESS
Thai Burma railway ทางรถไฟสายมรณะ
หน้ากากแอ๊คชั่น
หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 45
เรียบเรียงโดย : จ่าหวาน เกรียงไกร
โฆษณา