11 ส.ค. เวลา 13:41 • ข่าวรอบโลก

ทำความรู้จัก วันหนี้นิเวศโลก วันที่มนุษย์ใช้ทรัพยากรเกินกว่าที่โลกสร้างใหม่ได้

สมมติง่ายๆ ว่าโลกมีทรัพยากรให้เราใช้ปีละ 100 บาท แต่เรากลับใช้เงินก้อนนั้นหมดตั้งแต่เดือนกรกฎาคม จากนั้นอีก 5 เดือนที่เหลือ เรายังต้องใช้ชีวิตต่อ ทั้งที่เงินของปีนี้หมดไปแล้ว
นี่คือภาพที่ใกล้เคียงกับสิ่งที่เรียกว่า Earth Overshoot Day หรือ ‘วันหนี้นิเวศโลก’ วันที่ใช้บอกว่า “มนุษย์ใช้ทรัพยากรธรรมชาติที่โลกสามารถสร้างกลับคืนมาได้ภายในหนึ่งปีหมดลงแล้ว”
สำหรับในปีนี้ (ค.ศ. 2026) วันหนี้นิเวศโลกตรงกับวันที่ 30 กรกฎาคม ที่ผ่านมา
แน่นอน ในโลกความจริง แม้ผ่านวันที่ 30 กรกฎาคมมาแล้ว ไม่ได้หมายความว่า น้ำจะหมด ป่าจะหาย หรือปลาจะสูญพันธุ์ไปพร้อมกัน
แต่หมายความว่า ถ้าเอาทรัพยากรที่โลกสามารถสร้างใหม่ได้ตลอดทั้งปีมาเทียบกับปริมาณที่มนุษย์ใช้ เราได้ใช้ส่วนที่ธรรมชาติสร้างทดแทนได้หมดเร็วกว่ากำหนด
และตอนนี้เป็นการเข้าสู่การใช้ทรัพยากรแบบที่ ‘เกินกำลังของธรรมชาติ’
Global Footprint Network ผู้จัดทำ Earth Overshoot Day ใช้ตัวเลขสองชุดในการคำนวณ หนึ่งคือ Ecological Footprint หรือปริมาณทรัพยากรและบริการจากธรรมชาติที่มนุษย์ต้องการ
อีกชุดคือ Biocapacity หรือความสามารถของธรรมชาติในการผลิตทรัพยากรขึ้นมาใหม่และรองรับของเสียที่เกิดจากกิจกรรมของมนุษย์
เมื่อความต้องการของมนุษย์สูงกว่าความสามารถของธรรมชาติ ก็เกิดสิ่งที่เรียกว่า Ecological Overshoot หรือเปรียบได้กับการถอนเงินมากกว่าที่หามาและฝากไว้
ซึ่งเป็นผลมาจากทั้งด้านพื้นที่เพาะปลูก ป่าไม้ แหล่งประมง พื้นที่เลี้ยงสัตว์ พื้นที่เมือง ตลอดจนความสามารถของธรรมชาติในการดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์จากการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล
เช่น ถ้าเราจับปลามากกว่าที่ปลาเพิ่มจำนวนได้ ปริมาณปลาก็ลดลง ถ้าตัดไม้เร็วกว่าที่ป่าเติบโต ป่าก็ฟื้นตัวไม่ทัน ถ้าใช้ดินหนักเกินไป ดินก็เสื่อมโทรม และถ้าปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์เร็วกว่าที่ระบบธรรมชาติจะดูดซับได้ คาร์บอนก็สะสมอยู่ในชั้นบรรยากาศ
ตามการคำนวณของ Global Footprint Network พบว่า สถานการณ์การใช้ทรัพยากรในปัจจุบัน มนุษย์จะต้องมีโลกประมาณ 1.73 ใบ เพื่อรองรับความต้องการดังกล่าว
แต่เรามีโลกอยู่ใบเดียว
ประเด็นสำคัญอีกอย่าง การคำนวณ ‘วันหนี้นิเวศโลก’ ไม่ได้รีเซ็ทตัวเลขใหม่ เมื่อเปลี่ยนปีปฏิทิน ปัญหาที่เกริ่นไว้ไม่ได้หายไป แต่ยังสะสมต่อเนื่อง
สำหรับวันหนี้นิเวศโลกในปีก่อน ตรงกับวันที่ 24 กรกฎาคม ส่วนปีนี้ตรงกับวันที่ 30 กรกฎาคม แต่นั่นไม่ได้หมายว่าโลกสร้างทรัพยากรเพิ่มขึ้นได้ 6 วัน หรือคนใช้น้อยลง 6 วัน
เพราะวันที่ขยับช้าลงส่วนหนึ่งไม่ได้เกิดจากมนุษย์ใช้ทรัพยากรน้อยลง แต่เกิดจาก การปรับปรุงข้อมูลและวิธีคำนวณ
Global Footprint Network มีการปรับข้อมูลเกี่ยวกับความสามารถของมหาสมุทรในการดูดซับคาร์บอน ทำให้ผลการคำนวณเปลี่ยนไป ขณะเดียวกันแนวโน้มการใช้ทรัพยากรของมนุษย์ก็ยังผลักวันดังกล่าวให้เร็วขึ้น
เมื่อทุกปัจจัยถูกนำมาคำนวณรวมกัน วันหนี้นิเวศของปี 2026 จึงออกมาเป็นวันที่ 30 กรกฎาคม เป็นการปรับจากทั้งจากสถานการณ์จริงและจากข้อมูลที่ถูกปรับปรุง
ข้อมูลที่ใช้คำนวณเรื่องนี้ไม่ได้เกิดขึ้นแบบเรียลไทม์ การผลิตสินค้า การใช้ที่ดิน การประมง ป่าไม้ การใช้พลังงาน และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั่วโลกต้องใช้เวลาในการรวบรวมและตรวจสอบ
เมื่อมีข้อมูลใหม่ Global Footprint Network ก็สามารถย้อนกลับไปคำนวณปีที่ผ่านมาใหม่ได้
ดังนั้น เมื่อมีการประกาศตัวเลขแต่ละปีย้อนหลัง ตัวเลขของปีเก่าที่เราเห็นในวันนี้ อาจไม่เหมือนกับตัวเลขที่เคยประกาศในปีนั้น
หรือถ้ามองภาพใหญ่กว่านั้น จะเห็นแนวโน้มที่ชัดกว่า ในช่วงต้นทศวรรษ 1970 Earth Overshoot Day ยังอยู่ใกล้สิ้นปี โดยข้อมูลชุดล่าสุดระบุว่าในปี 1972 ตรงกับวันที่ 31 ธันวาคม
จากนั้นวันดังกล่าวค่อยๆ ขยับเร็วขึ้น ผ่านเดือนธันวาคม ตุลาคม กันยายน สิงหาคม และเข้าสู่เดือนกรกฎาคมในปัจจุบัน
ปีสำคัญในช่วงหลัง ได้แก่
2000: 23 กันยายน
2010: 15 สิงหาคม
2020: 18 สิงหาคม
2022: 2 สิงหาคม
2023: 2 สิงหาคม
2024: 1 สิงหาคม
2025: 1 สิงหาคม
2026: 30 กรกฎาคม
ทุกครั้งที่เราใช้พลังงาน กินอาหาร เดินทาง ซื้อสินค้า หรือใช้ทรัพยากร เรากำลังอยู่ในระบบเดียวกับป่า ทะเล ดิน น้ำ และอากาศ
ในรายงานของ Global Footprint Network แนะนำว่า สิ่งที่ต้องทำต่อจากนี้ คือการลดความต้องการใช้ทรัพยากรลง พร้อมกับเพิ่มความสามารถของธรรมชาติในการฟื้นตัวกลับมาให้ได้มากที่สุด
ในระดับระบบ หมายถึงการลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิล เพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน ลดการสูญเสียอาหารและทรัพยากรตั้งแต่ต้นทาง ไปจนถึงการจัดการป่าไม้ แหล่งน้ำ และทรัพยากรประมงให้อยู่ในระดับที่ธรรมชาติสามารถฟื้นตัวได้
รวมถึงการฟื้นฟูพื้นที่ธรรมชาติที่เสื่อมโทรมให้กลับมาทำหน้าที่ผลิตทรัพยากรและดูดซับคาร์บอนได้มากขึ้น
ขณะเดียวกัน การเปลี่ยนแปลงต้องขยับไปถึงรูปแบบการผลิต พลังงาน การขนส่ง เมือง และนโยบายของภาครัฐ ล้วนกำหนดว่าทรัพยากรจะถูกใช้มากน้อยเพียงใด
การทำให้วันหนี้นิเวศขยับออกไปอย่างมีนัยสำคัญจึงต้องเกิดขึ้นทั้งในระดับชีวิตประจำวันและระดับโครงสร้าง
และการอยู่ภายในขีดจำกัดของโลกไม่ได้หมายถึงการหยุดพัฒนา แต่หมายถึงการหาวิธีผลิต กิน อยู่ และเติบโตทางเศรษฐกิจ โดยใช้ทรัพยากรให้น้อยลง และเปิดพื้นที่ให้ธรรมชาติได้ฟื้นตัวมากขึ้น
อ้างอิง
Earth Overshoot Day 2026 Falls on July 30:
The Highest Overshoot Ever Recorded, Yet Most Countries Remain Unprepared https://overshoot.footprintnetwork.org/newsroom/eod-2026-en/
โฆษณา