12 ส.ค. เวลา 02:09 • ยานยนต์

จีนไม่ได้คิดค้น LFP แต่ทำไมถึงผูกขาดตลาดแบตเตอรี่โลกได้สำเร็จ?

ลองจินตนาการดูนะครับว่า ถ้าอยู่ดีๆ ราคาน้ำมันดิบโลกเกิดดิ่งพสุธาแบบไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย ทั้งที่คนยังขับรถกันเต็มถนน
โลกคงปั่นป่วนวุ่นวายสุดๆ แต่นี่ไม่ใช่เรื่องสมมติ เพราะมันกำลังเกิดขึ้นจริงกับขุมพลังแห่งอนาคต…
มันไม่ได้เกิดกับน้ำมัน แต่ดันไปเกิดกับสิ่งที่เรียกว่าแบตเตอรี่
ข้อมูลจาก Bloomberg บอกตัวเลขที่ทำเอาหลายคนต้องขยี้ตา ราคาแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนร่วงลงมาเยอะมากในช่วงปี 2024
พอเข้าปี 2025 เป็นต้นมา ราคาก็ไหลลงไปอีกจนเหลือแค่ร้อยนิดๆ ดอลลาร์สหรัฐต่อกิโลวัตต์ชั่วโมง ซึ่งถือว่าถูกที่สุดตั้งแต่ปี 2017…
สถานการณ์ตอนนี้คือต่อให้อเมริกาหรือยุโรปจะตั้งกำแพงภาษีสกัดกั้นของจากจีนสูงระดับร้อยเปอร์เซ็นต์ ก็ยังสู้ต้นทุนนำเข้าไม่ได้อยู่ดี
คำถามที่น่าสนใจคือจีนไปทำอีท่าไหนถึงกดราคาต้นทุนได้ต่ำเตี้ยเรี่ยดินขนาดนี้
อะไรคือความลับเบื้องหลังการทุบราคาครั้งประวัติศาสตร์ที่ทำให้ค่ายรถฝั่งตะวันตกถึงกับกุมขมับ…
คำตอบไม่ได้มาจากเทคโนโลยีต่างดาวที่ไหนเลย แต่มันมาจากแบตเตอรี่ตัวนึงที่อดีตเคยถูกตราหน้าว่าเป็นของเกรดต่ำ
สมัยก่อนใครๆ ก็มองว่ามันเป็นแค่ลูกเมียน้อยที่ค่ายรถยักษ์ใหญ่พากันเมินหน้าหนี
แต่จีนกลับเลือกที่จะเก็บเศษซากที่ไม่มีใครเอานี้มาชุบชีวิตใหม่จนกลายเป็นอาวุธระดับทำลายล้าง
ชื่อของมันคือ LFP หรือลิเธียมไอออนฟอสเฟต
เรื่องราวการต่อสู้ของเจ้าแบตเตอรี่ชนิดนี้เดือดกว่าซีรีส์หักเหลี่ยมธุรกิจทั่วไปมาก เพราะมันเต็มไปด้วยการเดิมพันนโยบายระดับชาติ…
ก่อนจะเจาะลึกว่า LFP พลิกเกมได้ยังไง เรามาแกะกล่องดูกันก่อนว่าในก้อนสี่เหลี่ยมหนักๆ ใต้ท้องรถมันมีอะไรซ่อนอยู่
หลักการพื้นฐานเลยคือแบตเตอรี่จะมีขั้วบวกและขั้วลบ ซึ่งฝั่งขั้วลบส่วนใหญ่ทำจากกราไฟต์ที่หาซื้อง่ายและราคาถูก
แต่ตัวการที่ทำให้แบตเตอรี่แพงมันไปกระจุกตัวอยู่ที่ฝั่งขั้วบวก ซึ่งกินสัดส่วนต้นทุนไปเกินครึ่งของทั้งก้อน…
ในวงการนี้เขาจะแบ่งค่ายแบตเตอรี่ตามสูตรเคมีที่ใช้ทำขั้วบวกนี่แหละครับ โดยมีอยู่สองกลุ่มใหญ่
กลุ่มแรกขอเรียกว่าทีมไฮโซ แบตเตอรี่กลุ่มนี้เกิดจากการจับธาตุโลหะสามชนิดมามัดรวมกัน
พระเอกที่ขาดไม่ได้เลยคือโคบอลต์ ชื่อเรียกทางเทคนิคในวงการจึงมักจะเป็น NMC หรือ NCA
จุดเด่นของทีมไฮโซคือพลังล้นเหลือ มีความหนาแน่นของพลังงานสูงมาก ยัดประจุไฟฟ้าลงไปได้เยอะ…
รถที่ใช้แบตเตอรี่กลุ่มนี้เลยเหยียบคันเร่งวิ่งข้ามจังหวัดได้ไกลกว่าแบบชิลๆ
แต่ของดีก็ต้องแลกมาด้วยราคาที่ต้องจ่ายหนัก แร่โคบอลต์เป็นของหายากและแพงระยับ
แหล่งผลิตใหญ่ที่สุดในโลกดันไปอยู่ประเทศคองโก ซึ่งมีประเด็นอ่อนไหวเรื่องการใช้แรงงานเด็กแบบที่ทั่วโลกจับตา…
การพึ่งพาโคบอลต์เลยกลายเป็นระเบิดเวลาทั้งเรื่องต้นทุนและภาพลักษณ์ที่ค่ายรถตะวันตกอยากหนีให้ไกล
หันมามองทีมมวยรองอย่าง LFP กันบ้าง ตัวนี้ใช้สารเคมีหลักแค่เหล็กและฟอสเฟต
ลองคิดดูเล่นๆ ว่าเหล็กกับฟอสฟอรัสคือสิ่งที่เราแทบจะเดินเตะได้ทั่วไปบนโลก ราคาถูกแสนถูกและไม่ต้องง้อโคบอลต์เลย…
แต่โลกนี้ไม่เคยมีอะไรสมบูรณ์แบบ ข้อเสียของ LFP ในยุคแรกคือความอึดน้อยมาก
ถ้าฝืนเอามาใส่รถไฟฟ้า ระยะทางวิ่งจะหายไปครึ่งหนึ่งเมื่อเทียบกับทีมไฮโซ แถมน้ำหนักยังเยอะกว่าด้วย
ย้อนไปช่วงปี 2010 ค่ายรถตะวันตกอย่าง Tesla หรือค่ายญี่ปุ่นอย่าง Nissan เลยเทใจไปหาทีมไฮโซกันหมด…
ยุคนั้นทุกคนต้องการพิสูจน์ว่ารถไฟฟ้าขับไปต่างจังหวัดได้โดยไม่ต้องจอดตายกลางทาง
วิศวกรตะวันตกเลยตราหน้า LFP ว่าเป็นแค่เทคโนโลยีโลว์คอสต์ เหมาะกับรถกอล์ฟหรือรถตัดหญ้าเท่านั้น
แต่ในขณะที่โลกหันหลังให้ มังกรอย่างจีนกลับมองเห็นโอกาสที่ซ่อนอยู่ในเงามืด…
ช่วงปี 2009 รัฐบาลจีนงัดนโยบายระดับชาติออกมาเพื่อกวาดล้างรถเมล์และรถแท็กซี่ที่ใช้น้ำมัน
เป้าหมายคือบังคับเปลี่ยนเป็นรถไฟฟ้าทั้งหมดเพื่อแก้ปัญหามลพิษทางอากาศที่กำลังทำร้ายคนในเมืองหลวง
เมื่อรัฐบาลสวมบทป๋าควักกระเป๋าจ่ายเงินอุดหนุนและต้องการรถจำนวนมหาศาล ค่ายรถจีนอย่าง BYD เลยกระโดดกอด LFP ไว้แน่น…
เหตุผลง่ายมากคือมันถูกและทนความร้อนได้ดีเยี่ยม โอกาสที่จะเกิดไฟลุกไหม้ลามทั้งคันแทบจะเป็นศูนย์
ทุกอย่างดูเหมือนจะไปได้สวยสำหรับมวยรองตัวนี้ จนกระทั่งจุดพลิกผันครั้งใหญ่เดินทางมาถึงในปี 2016
รัฐบาลจีนเกิดเปลี่ยนใจแก้เกมนโยบายเงินอุดหนุนใหม่ทั้งหมดแบบไม่ทันตั้งตัว…
จากเดิมที่แจกเงินง่ายๆ จีนเปลี่ยนกฎเหล็กว่ารถต้องวิ่งได้ไกลขึ้นและแบตเตอรี่ต้องมีความหนาแน่นพลังงานสูง
นโยบายนี้เหมือนฟ้าผ่ากลางวง LFP เพราะข้อกำหนดใหม่มันช่างพอดีและเข้าทางแบตเตอรี่ทีมไฮโซไปเต็มๆ
สถานการณ์บีบบังคับให้ค่ายรถจีนทั้งหมดต้องจำใจกลืนเลือดทิ้งเพื่อนเก่าไว้ข้างหลัง…
แม้แต่ BYD เองก็ต้องหันไปซบไหล่ NMC เพื่อให้รถตัวเองยังได้เงินอุดหนุนและขายแข่งในตลาดได้
ช่วงเวลาอันมืดมิดนั้นส่วนแบ่งตลาด LFP ร่วงกราวรูดจนหลายคนฟันธงว่านี่คือจุดจบที่แท้จริง
ปิดตำนานมวยรองอย่างสมบูรณ์แบบไม่มีทางได้เกิดอีกแล้ว…
แต่โลกธุรกิจมันมีจุดหักมุมเสมอ จุดเปลี่ยนครั้งที่สองที่ชี้ชะตาโลกเกิดขึ้นในปี 2019
รัฐบาลจีนประกาศข่าวช็อกวงการว่าเงินอุดหนุนรถไฟฟ้ากำลังจะหมดลงและเตรียมยกเลิกถาวร…
การดึงปลั๊กเงินอุดหนุนออกทำให้ค่ายรถทุกค่ายให้ตื่นจากฝันกลับมาเผชิญความจริงที่ว่าต้นทุนคือพระเจ้า
เมื่อไม่มีเงินฟรีจากรัฐ การแบกต้นทุนแบตเตอรี่ NMC ที่แพงลิบลิ่วกลายเป็นภาระหนักอึ้งจนธุรกิจแทบเดินต่อไม่ได้
ค่ายรถเริ่มมองหาทางรอดและสายตาก็หันกลับมาจ้องเพื่อนเก่าที่เคยทิ้งไปอีกครั้ง…
แต่จะกลับไปตายรังใช้ของเดิมๆ มันก็ไม่ตอบโจทย์ผู้บริโภคเพราะปัญหาแบตหมดเร็วยังแก้ไม่ตก
นี่จึงเป็นที่มาของนวัตกรรมพลิกโฉมหน้าประวัติศาสตร์ที่มาพร้อมชื่อสุดเท่อย่าง “Blade Battery” จากค่าย BYD
ความอัจฉริยะของมันไม่ใช่การเปลี่ยนสารเคมีแต่คือการรื้อโครงสร้างวิศวกรรมใหม่ทั้งหมด…
ปกติเวลาสร้างแบตเตอรี่เขาจะต่อเลโก้เอาเซลล์เล็กๆ มัดรวมใส่กล่องโมดูลแล้วค่อยประกอบเป็นแพ็คใหญ่
การมีทั้งเซลล์และโมดูลทำให้เปลืองพื้นที่ไปเปล่าๆ เพราะต้องเผื่อที่ให้เคสพลาสติกและสายไฟระโยงระยาง
วิศวกรของ BYD เลยตั้งคำถามท้าทายว่าทำไมเราต้องมีโมดูลให้วุ่นวาย…
พวกเขาฉีกตำราทิ้งแล้วจับเซลล์แบตเตอรี่มารีดเป็นแผ่นยาวบางคล้ายใบมีดแล้วเสียบลงแพ็คโดยตรง
เทคนิคนี้ทำให้ยัดเนื้อเซลล์แบตเตอรี่ลงไปได้หนาแน่นขึ้นมหาศาลในพื้นที่เท่าเดิม
แถมแผ่นใบมีดพวกนี้ยังทำหน้าที่เป็นโครงสร้างสร้างความแข็งแรงในตัวเองโดยไม่ต้องง้อโครงเหล็กโมดูล…
นวัตกรรมนี้ทำให้รถรุ่นใหม่ของ BYD วิ่งได้ไกลทะลุหกร้อยกิโลเมตรในขณะที่ต้นทุนถูกกว่าคู่แข่งครึ่งต่อครึ่ง
และสร้างความฮือฮาด้วยการทดสอบเอาตะปูแทงทะลุแบตเตอรี่ตอนชาร์จไฟเต็ม…
ผลคือเงียบกริบไม่มีควันไม่มีไฟอุณหภูมิแทบไม่ขยับ
ในขณะที่พอเอา NMC มาทดสอบแบบเดียวกันปุ๊บแบตเตอรี่ก็ระเบิดตูมไฟลุกท่วมในเสี้ยววินาที
ความสำเร็จระดับถล่มทลายนี้ทำเอาเบอร์หนึ่งวงการผลิตแบตเตอรี่อย่าง CATL อยู่นิ่งไม่ได้…
ต้องเร่งสปีดวิจัยเทคโนโลยีตัวเองตามมาติดๆ จนในที่สุดปี 2021 LFP ก็พลิกนรกกลับมาแซง NMC ได้สำเร็จ
และยึดครองส่วนแบ่งการตลาดในจีนได้อย่างเบ็ดเสร็จเด็ด
แต่นอกจากการพลิกเกมด้วยวิศวกรรมแล้ว มันยังมีความลับระดับโลกซ่อนอยู่เบื้องหลังการผูกขาดครั้งนี้ด้วย
ความจริงที่หลายคนไม่เคยรู้คือ LFP ไม่ได้ถูกคิดค้นโดยคนจีนตั้งแต่แรก…
แต่มันถูกค้นพบโดยนักวิทยาศาสตร์ชาวอเมริกันเจ้าของรางวัลโนเบล
เรื่องวุ่นวายมันอยู่ตรงที่สิทธิบัตรดันตกไปอยู่กับกลุ่มบริษัทในสวิตเซอร์แลนด์ที่ตั้งราคาค่าลิขสิทธิ์แพงมหาโหด
ความหน้าเลือดนี้ทำเอานักลงทุนทั่วโลกขยาดไม่มีใครกล้าควักเงินวิจัยต่อยอดเพราะกลัวไม่คุ้มทุน…
แต่มันมีช่องโหว่เล็กๆ เกิดขึ้นตอนที่ผู้ถือสิทธิบัตรยอมให้บริษัทจีนเอาไปใช้ฟรี
แลกกับเงื่อนไขเหล็กแค่ข้อเดียวคือต้องผลิตและขายเฉพาะในประเทศจีนเท่านั้นห้ามส่งออกเด็ดขาด
เงื่อนไขนี้กลับกลายเป็นเกราะป้องกันภัยชั้นเยี่ยมที่ปกป้องจีนจากคู่แข่ง…
มันเปิดโอกาสให้ค่ายจีนซุ่มวิจัยทดลองใช้นวัตกรรมนี้อยู่ในถ้ำของตัวเองเงียบๆ เป็นสิบปี
ในขณะที่ค่ายรถฝั่งตะวันตกมัวแต่มองข้ามและทิ้งช่วงการพัฒนาไปแบบไม่เห็นฝุ่น
จนกระทั่งปี 2022 สิทธิบัตรเจ้ากรรมหมดอายุลงอย่างเป็นทางการ…
จีนก็ถีบประตูถ้ำออกมาโชว์ความเชี่ยวชาญพร้อมซัพพลายเชนที่ครบวงจรที่สุดตั้งแต่เหมืองแร่ยันโรงงาน
แถมยังกำต้นทุนการผลิตที่ต่ำเตี้ยเรี่ยดินระดับที่ไม่มีบริษัทไหนบนโลกวิ่งตามทันอีกแล้ว
พอเข้าปี 2024 พายุความเปลี่ยนแปลงก็พัดกระหน่ำซ้ำเติมคู่แข่งตะวันตกให้บอบช้ำหนักเข้าไปอีก…
กลุ่มทุนเหมืองแร่แห่เปิดเหมืองขุดลิเธียมกันเมามันจนผลผลิตล้นตลาดทำเอาราคาลิเธียมดิ่งหัวลงรุนแรง
ผนวกกับวิกฤตอสังหาริมทรัพย์ในจีนที่ทำให้ราคาเหล็กตกต่ำอย่างหนักตามไปด้วย
เมื่อส่วนประกอบหลักกอดคอกันราคาตก ต้นทุนผลิต LFP ที่ถูกอยู่แล้วก็ยิ่งถูกลงไปอีกจนน่าใจหาย…
ผลที่ตามมาคือสงครามราคาหั่นแหลกเดือดที่สุดในประวัติศาสตร์ ค่ายรถจีนเปิดตัวรถใหม่แทบจะวันเว้นวันในราคาเหมือนแจกฟรี
ในขณะที่ผู้ผลิตแบตเตอรี่เบอร์หนึ่งอย่าง CATL แม้รายได้รวมจะลดลงแต่กำไรบรรทัดสุดท้ายกลับพุ่งสูงปรี๊ด
เพราะความสามารถจัดการต้นทุนภายในที่เก่งกาจระดับเหนือมนุษย์นี่แหละครับ…
เรื่องน่าตื่นเต้นที่สุดคือผลพลอยได้นี้ไม่ได้หยุดแค่วงการรถยนต์แต่มันลามไปสั่นสะเทือนอุตสาหกรรมโครงข่ายไฟฟ้าด้วย
พอแบตเตอรี่ถูกลงมาก การลงทุนสร้างโรงไฟฟ้ากักเก็บพลังงานเพื่อเก็บไฟจากโซลาร์เซลล์ก็คุ้มค่าขึ้นมาทันที
จากที่ต้องพึ่งโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติปั่นไฟเสริมตอนคนใช้เยอะ วันนี้เราเอาตู้คอนเทนเนอร์ใส่แบตเตอรี่ไปตั้งแทนได้เลย…
สร้างง่ายกว่า ปลอดภัยกว่า ไร้มลพิษ และต้นทุนเริ่มจะถูกกว่าการปั่นไฟแบบเดิมๆ แล้วด้วยซ้ำ
เม็ดเงินลงทุนมหาศาลกำลังไหลเข้าโปรเจกต์พวกนี้ นี่อาจเป็นจุดเริ่มต้นการปฏิวัติระบบไฟฟ้าครั้งยิ่งใหญ่ของโลก
เรื่องราวการเดินทางอันยาวนานของแบตเตอรี่มวยรองตัวนี้สอนบทเรียนราคาแพงให้โลกธุรกิจได้รู้…
ผู้ชนะในสมรภูมิเทคโนโลยีไม่จำเป็นต้องเป็นคนแรกที่คิดค้นนวัตกรรมได้เสมอไป
แต่ผู้ชนะที่แท้จริงคือคนที่กัดฟันอดทนพัฒนาต่อยอดหาทางเอาชนะข้อจำกัดให้ได้ต่างหาก
จีนไม่ได้ให้กำเนิดเทคโนโลยีนี้แต่กล้าเดิมพันอนาคตตัวเองกับสิ่งที่คนทั้งโลกเบือนหน้าหนี…
ยอมเจ็บปวดยอมใช้เวลาเป็นสิบปีลองผิดลองถูกจนแปรสภาพของเกรดบีให้เป็นอาวุธลับยึดครองโลกพลังงาน
และถึงวันนี้มันจะเป็นพระเอก แต่ในห้องแล็บของค่ายยักษ์ใหญ่ก็กำลังซุ่มพัฒนาผู้ท้าชิงตัวใหม่อย่างแบตเตอรี่เกลืออยู่
ใครจะไปรู้ ในอนาคตอันใกล้เราอาจเห็นการปฏิวัติราคาพลังงานครั้งใหม่ที่รุนแรงกว่าเดิม…
และเมื่อวันนั้นมาถึง คำว่าวิกฤตพลังงานอาจกลายเป็นแค่ศัพท์โบราณที่ลูกหลานต้องไปหาอ่านในหนังสือประวัติศาสตร์ก็เป็นได้
References : [bloomberg, reuters, electrek, insideevs, ft]
=========================
😴 นอนไม่หลับ? 😴 หลับไม่สนิท?
=========================
ใครที่มีปัญหานอนไม่สนิท ตื่นมาแล้วเพลียเหมือนผมบ้างครับ ผมอยากแนะนำ Diip CBD ที่มีทั้งแบบกัมมี่และแคปซูล
พอดีผมได้ลองใช้เองมาเพียงแค่อาทิตย์แรก บอกเลยว่าชีวิตเปลี่ยน ปัญหาเรื่องการนอนหมดไปเลยครับ สนใจแอดไลน์ @diipgeek มีผู้เชี่ยวชาญดูแลคอยปรึกษาตลอด 24 ชั่วโมง
The original article appeared here https://www.tharadhol.com/china-did-not-invent-lfp/
ติดตามสาระดี ๆ อัพเดททุกวันผ่าน Line OA ด.ดล Blog
คลิกเลย --> https://lin.ee/aMEkyNA
——————————————––
ติดตาม ด.ดล Blog เพิ่มเติมได้ที่
=========================
โฆษณา