Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
ViT
•
ติดตาม
11 ส.ค. เวลา 17:43 • ภาพยนตร์ & ซีรีส์
สไปเดอร์แมน: บทเรียนจากเพื่อนบ้านที่แสนดี
ช่วงนี้มีกระแสของ Spider-Man: Brand New Day อย่างแน่นหนา
ซึ่งต้องบอกตามตรงว่า ผมยังไม่มีโอกาสได้ดูเลยครับ 555+
แต่เร็ว ๆ นี้ผมพึ่งเล่นเกม Marvel's Spider-Man 2 จบมา ถึงเกมมันจะออกมาได้สองปีแล้วก็ตาม
แต่ผมก็เจออย่างหนึ่งที่ประทับใจแล้วอยากเขียนให้ทุกท่านได้เห็น
สิ่งหนึ่งของสไปเดอร์แมนที่ประทับใจผม ไม่ใช่การกอบกู้โลก ช่วยเหลือชีวิตคนเป็นร้อยเป็นพันทุกวี่ทุกวัน
ซึ่งแน่นอนว่าเป็นเรื่องปกติที่เขาต้องทำอยู่แล้ว
แต่สิ่งหนึ่งที่เหนือไปกว่านั้นคือ การเป็น "เพื่อนบ้านที่แสนดี" อย่างแท้จริง
ในเกมภาคนี้จะมีระบบแอปพลิเคชั่น FNSM ซึ่งเป็นแอปเชื่อมต่อระหว่างประชาชนทั่วไปกับสไปเดอร์แมนทั้งสองคน ใครมีปัญหาอยากให้พวกเขาช่วย ก็ติดต่อมาในแอป แล้วเดี๋ยวสไปเดอร์แมนจะโหนไยไปช่วยเอง
โดยมีภารกิจหนึ่งที่ติดต่อเข้ามา เป็นหลานสาวที่ขอให้สไปเดอร์แมนตามหาคุณปู่ที่เป็นอัลไซเมอร์ของเธอ ซึ่งคลาดกันในสวนสาธารณะ Central Park แน่นอนว่าสไปเดอร์แมนก็แกะรอยและตามหาจนเจอ
สไปเดอร์แมนได้เจอตัว "คุณปู่เอิร์ล" นั่งอยู่บนม้านั่งริมบึงน้ำเล็ก ๆ ภายในสวน
แทนที่เขาจะรีบพาตัวคุณปู่กลับไปหาหลานสาวซึ่งเขาทำได้อย่างรวดเร็ว จะได้รีบไปช่วยคนอื่นและปฏิบัติหน้าที่ต่อไป
กลับกัน สไปเดอร์แมนเลือกที่จะนั่งลงข้างคุณปู่อย่างสบายใจ ไม่เกร็ง ไม่รีบร้อน
"ว่าไงครับ คุณ" สไปเดอร์แมนทักทายคุณปู่เอิร์ล "สไปเดอร์แมน! ไม่ว่าคุณจะคิดว่าผมทำอะไร ผมเปล่านะ" คุณปู่เอิร์ลตอบกลับอย่างตกใจเล็กน้อย "หลานสาวขอให้ผมมาตามหาคุณน่ะครับ" สไปเดอร์แมนบอกพลางขำเล็กน้อย
จากนั้นคุณปู่เอิร์ลก็เล่าว่าเขาขอภรรยาแต่งงานตรงนี้ ที่ที่เรานั่งกันนี่แหละ "ว้าว! จริงเหรอครับ งั้นผมขอถาม คุณขอเธอยังไงเหรอครับ?"
คุณปู่เอิร์ลก็เล่าถึงเดทวันนั้นของเขากับภรรยาที่สวนสัตว์และอธิบายให้เรารับรู้ได้ว่าเขาคิดถึงเธอมากแค่ไหน
"คุณเคยมีความรักมั้ย สไปเดอร์แมน?" คุณปู่หันไปถาม "ก็...ครับ ผมมี" สไปเดอร์แมนคิดเล็กน้อย ก่อนตอบอย่างมั่นใจ
"ผมขอบอกอะไรอย่างสิ ผมรู้ว่าผมกำลังจะจากไป มันน่ากลัวแทบแย่จริง ๆ นึกว่าตัวเองพร้อม แต่ไม่มีอะไรทำให้เราพร้อมได้จริง ๆ ไม่มีเลย แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่ผมมาที่นี่ เหมือนเธออยู่กับผมอีกครั้ง และผมเหมือนได้มีชีวิตอีกครั้ง เหมือนผมได้กลับบ้าน แต่วันนั้นผมประหม่าสุด ๆ เหมือนกระพริบตาทีเดียว....แล้วเธอก็หายไปเลย" คุณปู่เอิร์ลเล่า "ผมเสียใจด้วยครับ"
"คุณว่าหลานสาวผมตามหาอยู่เหรอ ไปหาเธอกันเถอะ" สไปเดอร์แมนสะกิดคุณปู่และชี้ หลานสาวของคุณปู่ตามมาจนเจอทั้งคู่พอดี
สไปเดอร์แมนลุกจากม้านั่ง และให้หลานปู่คุยกันต่อไป "ปู่ผิดเองที่เดินไปเรื่อย แต่สไปเดอร์แมนดูแลปู่ดีเลยล่ะ แถมคุยเรื่องคุณย่ากันด้วย" คุณปู่เอิร์ลพูดให้หลานสาวฟัง
ก่อนสไปเดอร์แมนจะหันมาดูทั้งคู่และไปต่อ โดยไม่ได้พูดอะไร
มีภารกิจอีกหนึ่งอย่าง รอบนี้เป็นคำขอของ ฮาเวิร์ด (Howard) และพิดจี้ (Pidgy) ชายไร้บ้านและนกพิราบคู่หูที่คุ้นเคยกันกับสไปเดอร์แมนดี สไปเดอร์แมนไปถึงท่าเรือและเจอทั้งคู่
"ไงฮาเวิร์ด พิดจี้ เป็นไงกันบ้าง" สไปเดอร์แมนทักทายอย่างไม่รอช้า
"โอ้ เราแค่แวะนั่งเล่นน่ะ นั่งด้วยกันมั้ย" ฮาเวิร์ดถามอย่างเป็นมิตร
หลังจากที่นั่งคุยกัน ฮาเวิร์ดก็ชี้ให้สไปเดอร์แมนดูเรือเฟอร์รี่ แล้วเล่าว่าเขาเคยชอบมันมากแค่ไหน เหมือนกับจะได้ออกผจญภัยไปกับมัน
"ฮาเวิร์ด?" สไปเดอร์แมนเรียกชื่อเขาด้วยท่าทีงุนงง
"เห็นเรือยนต์สีเหลืองนั่นมั้ย อยากพาเจ้าผึ้งน้อยนั่นออกเดินทางจริง ๆ ไปสู่ดินแดนโบราณในผืนเมฆ" ฮาเวิร์ดเล่า "นี่...ฮาเวิร์ด" สไปเดอร์แมนเรียกอีกครั้ง แต่ฮาเวิร์ดไม่ได้ขานรับและเล่าต่อ
"เห็นเสาสามต้นนั่นมั้ย" ฮาเวิร์ดชี้ไปยังฝั่งตรงข้ามแม่น้ำ "ปล่องไฟนั่นน่ะเหรอ" สไปเดอร์แมนถาม "ผมเคยทำงานที่นั่น 20 ปี โดนไล่ออก เสียศูนย์ไปพักนึงเลยล่ะ แล้วภรรยาก็จากไป ผมเสียดวงใจไปด้วย แต่นกของผม มันสอนให้ผมบินอีกครั้ง โดยเฉพาะเจ้าพิดจี้น้อย" ฮาเวิร์ดเล่า
"ผมเสียใจด้วยฮาเวิร์ด มีอะไรให้ผมช่วยได้บ้าง" สไปเดอร์แมนถาม "สุดท้ายแล้ว คุณเห็นเทพีเสรีภาพไกล ๆ นู่นมั้ย" จากนั้นฮาเวิร์ดก็ผิวปาก และพิดจี้ก็บินขึ้นไปรวมกับฝูงนกพิราบตัวอื่น ๆ
"ช่วยผมอย่างสิสไปเดอร์แมน ผมกำลังจะผจญภัยครั้งสุดท้าย แต่ผมอยากให้พวกนกเป็นอิสระก่อน ให้มันได้เห็นโลกนอกเมืองกันบ้าง คุณช่วยพามันขึ้นเหนือได้มั้ย ไม่ก็ที่สงบ ๆ" ฮาเวิร์ดขอร้องสไปเดอร์แมน "ไม่รู้สิฮาเวิร์ด นี่ครอบครัวของคุณ" สไปเดอร์แมนตอบอย่างเกรงใจ "ถึงเวลาแล้ว ลองผิวปากสิ"
สไปเดอร์แมนผิวปาก จากนั้นฝูงนกพิราบก็มาหาเขา สไปเดอร์แมนโหนไยพาพวกมันบินไปรอบเมือง พาทัวร์สถานที่ต่าง ๆ
เขามีความสุขและสนุกกับการได้โบยบินคู่กับพิดจี้และสหายอย่างที่สุด
ระหว่างทางฮาเวิร์ดโทรมาถามและขอบคุณสไปเดอร์แมน "ขอบคุณครับ มีคนไม่มากในชีวิตนี้ที่ดีกับผม" ฮาเวิร์ดบอก "ได้เสมอ! คุณมาเยี่ยมพวกมันได้ด้วยนะ นั่งรถไฟมาสิ!" สไปเดอร์แมนบอกและทั้งคู่ก็วางสาย
จนได้ที่ที่เหมาะสมที่พวกนกจะอยู่ในย่าน Queens
จากนั้นสไปเดอร์แมนก็ขึ้นรถไฟกลับไปหาฮาเวิร์ด
เมื่อถึงท่าเรือที่เจอกันตอนแรก
แต่ฮาเวิร์ดไม่ได้นั่งอยู่ตรงนั้น
กลับกัน ที่ตรงนั้นมีรถพยาบาลมาจอดอยู่
สิ่งที่สไปเดอร์แมนสงสัยแต่แรก เขาก็เข้าใจในทันที
ฮาเวิร์ดได้ออก "ผจญภัย" ครั้งสุดท้ายของเขาแล้ว "โทษที เพื่อนผมเองน่ะ" สไปเดอร์แมนเดินเข้าไปที่รถพยาบาลแล้วบอกเจ้าหน้าที่
"แน่นอนครับ ใช้เวลาเต็มที่เลย ถ้าเกิดนี่ช่วยได้...ดูเหมือนเขาจะไปอย่างสงบแล้วครับ" เจ้าหน้าที่ตอบ
"ใช่เลย ในที่สุดเขาก็ได้ผจญภัยครั้งสุดท้ายกับภรรยาของเขาแล้ว"
สองภารกิจนี้เป็นอะไรที่บอกถึง "ตัวตน" ของสไปเดอร์แมนได้หลายอย่าง
แน่นอนว่าเขาเป็นฮีโร่ที่มีพลังเหลือล้น ปราบวายร้ายตัวฉกาจและกอบกู้โลกได้เสมอ
แต่สิ่งที่ทำให้สไปเดอร์แมนคือสไปเดอร์แมน คือการเป็น "เพื่อนบ้านที่แสนดี" ให้ทุกคน
แน่นอน เขาสามารถโหนใยพาคุณปู่เอิร์ลกลับไปหาหลานสาว หรือรีบบินหาที่อยู่ให้ฝูงนกพิราบได้ในพริบตา แต่เขากลับเลือกที่จะหยุดพักและนั่งฟังผู้คน เสมือนเป็น "เพื่อนบ้าน" ที่ใจดี เพื่อนบ้านที่เป็นห่วงเป็นใยคนหนึ่งของเราโดยที่ไม่ได้ใช้พลังพิเศษเลยแม้แต่น้อย
นี่เป็นสิ่งที่ผมได้เข้าใจหลังจากได้เล่นเกมนี้ทั้งสามภาค แน่นอนว่าตอนที่ได้โลดแล่นไปทั่วเมือง ได้ต่อยตีกับวายร้าย ใช้พลังมันสะใจเหลือเกิน แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าสิ่งหนึ่งที่เป็นสเน่ห์ของสไปเดอร์แมนคือการได้เป็น "เพื่อนบ้านที่แสนดี" สมชื่อของเขาโดยแท้จริง
พลังอันยิ่งใหญ่
มาพร้อมกับความรับผิดชอบอันใหญ่ยิ่ง 🕷🕸️
เกม
หนัง
บันทึก
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย