12 ส.ค. เวลา 04:18 • ความคิดเห็น
รู้ว่า .สิ่งที่ตาเห็น หูได้ยิน มันเป็นของสกปรก ของบูดเน่า ทำไมยังชอบใช้ตาหูไปสัมผัส ทำไมไม่หนี .หรือ ชอบ ตาหู..มันก็เหมือน ลิ้น .ที่เรากินอาหาร เรายังเลือก .ที่จะกิน . แต่ตากับหู .เราไม่เคยดู สิ่งที่ใช้ไปสัมผัส ไม่เคยพิจารณา ใคร่ครวญ ว่ามัน จะทำให้เกิดพิษ .เกิดขึ้น .แล้วก็ไปสะสมพิษนั่น ในเริอนกาย ที่มีธาตุทั้งสี เหมือนทาสี ลงบนพื้นไปทุกวัน ตกลงไปๆ ก็ชอบอยู่อย่างนั้น
อาหารกินเข้าไปมันก็ถูกบดขยี้ ขับเป็นกากทิ้ง แล้วตาหูที่ไปสัมผัส รับเข้ามาในกาย เกิดทิฐิ เกมือนของบูดเน่า จะเอาอะไร ไปขับของเสียนั้นทิ้งไปจากกาย
สิ่งที่มันน่ากลัว ที่เกิดขึ้น ในกายที่จิตแต่ละดวง มาอาศัย ก็เรื่องราว ความคิด . คิดอยากอย่างนั้นอย่างนี้ เห็นตัวเองดี หลงว่า รู้. มีความหยิ่งยโส ก้าวร้าว ตา. ดวงตาที่ใช้ ก็เป็นดวงตาของสัตว์ มี่จะทำร้าย รังแก เบียดเบียน เอารัดเอาเปรียบ ข่มแหง รักแก้กัน มันเกิดเป็นอารมณ์ ทำให้เกิด ทิฐิความคิดเห็น มีกิริยา กายวาจาใจ ที่แสดงออกมา ตามความคิดที่อารมณ์นั้นส่งให้ เกิดขึ้นในกาย รวมทั้งสมอง ที่มีน้ำเลือดน้ำหนองของสัตว์ผู้ที่มีกรรมหล่อเลี้ยง
ในกายที่เป็นเนื้อนากรรม มันกินอะไรเข้าไปมัน ก็บูดเน่าได้ ต้องเอาออกไปทิ้งของเหม็นของเน่า กายวาจาใจ ที่แสดงออกมา ก็บ่งบอกว่า เป็นของเน่าของเสีย ที่จิตอาศัยในกาย มีรูปเป็นมนุษย์ แต่จิตนั้นตกต่ำลงไปเยี่ยงน้ำเลือดน้ำหนองของผู้ที่มีกรรมมาหล่อเลี้ยงสมอง สังขารกรรม มันก็เป็นเช่นนี้แหละ ไม่มีอะไรไปแก้ไขได้ เพราะอาศัยในกายที่เป็นกรรม
ก็ในวงกว้าง ต่างคนต่างมาอาศัยกายที่มีแต่กรรม ปรนเปรอด้วย น้ำเลือดน้ำหนองของสัตว์มาหนุนนำกาย สัตว์มันไปกินอะไรมาบ้างมาหล่อเลี้ยงสังขารกรรม ที่จิตของผู้ที่มีกรรมอาศัยชดใช้กรรมอยู่ .คนก็ไปกินเนื้อกรรมมาเลี้ยงสังขาร .สังขารมนุษย์ก็มีแต่น้ำเลือดน้ำหนองของผู้ที่มีกรรม มาบำรุงบำเรอกาย เอาแต่งมาเสริม กินน้ำลือดน้ำของผู้ที่กรรมเอร็ดอร่อย .มันก็ไม่แตกต่างจากสัตว์ทั้งหลายที่ ที่หากินมาเลี้ยงสังขาร
ส่วนคนนั่นมัน มีมายา . กินอะไร ก็เอามาปรุงแต่ง รส กลิ่น .มากมาย กืนเข้าไป ก็ขับกากทิ่ง . อารมณ์นึกคิด ก็เหมือนกัน .อารมณ์พไม่พอใจ ไม่ชอบ กักขฬะต่างๆ มันก็ของบูดเน่า ตาหูใครไปสัมผัส ของบูดเน่า มันก็มีเชื้อโรค ติดมา . เหมือนของไม่สะอาดสะอ้าน .เรารู้จักว่า สิ่งไหน มีของบูดเน่า เราก็ไม่เอาตาหูเราไปสัมผัส ให้เป็นพิษ ระเคืองกาย. กายเมื่อไม่มีพิษ มันก็ไม่คัน ไม่มีพิษ เนื่องด้วยอารมณ์นึกคิด ที่ไปสัมผัส เข้ามาในกายในจิต
เรื่องราวของการใช้ตา หูนั้น ที่เป็นส่วนหนึ่ง ที่เรียกว่า วิญญาณทั้งหกนั้น เราก็พูดถึงได้ ว่านี่ตา นี่หู .แต่ก็รับรู้ไม่ได้ว่า เรียนรู้ไม่ได้ ว่าที่ตา ที่หูนั้น มีอะไรสะสมอยู่บ้าง .คือไม่สามารถ เรื่อนรู้จักตา
.มีคนหนึ่งว่า .ตาอยู่ใกล้หู หูก็ไม่รู้จักตา .จิตน้อยๆมาอารมณ์กาย มีหูมีตา .ใช้ไปยึดไปถือ เรื่องอะไร ของบูดของเน่า ส่งเข้าไปให้จิต สมองก็ปรุงแต่งนึกคิดไป .มากมายก่ายกอง กล่อมจิตประสาทให้ลุ่มหลง มันก็เรื่องราว ที่ว่า จิตของปุถุชน .เป็นกันทั่วไป พบเห็นด้วยสาย และหูที่ได้ยิน.เหมือนกัน ในสิ่งที่ว่า มายาปรุงแต่ง
คราว เราก็มาดู ว่า ในโลกนี้ เค้าก็เรื่องราว ว่า มีประตูที่กว้างใหญ่ ประดับประดา ด้วยแสงสี ต่างมากมาย มีสถานที่มากมาย ที่เดินเข้าประตูไป แล้วยากจะออกมา ได้ .เดินเข้าไปมี คนเมา คนเสพ เสพอารมณ์ ที่ปรุง่ง ตัณหาราคะ ทะเยอทะยาน มีคนชอบ คนไม่ชอบ
.เหมือนเราเดิน เค้าในฝูงสัตว์โลก นานา รูป . แค่ตาเรา กลับเห็นเพียง รูปมนุษย์ สำคัญผิดว่า จิตมนุษย์อาศัย แต่แท้จริง กลับมิใช่จิตมนุษย์ เป็นจิตปีศาจ ที่แสดงออกมา ตาเราไม่มีตาปัญญา สำคัญผิด ว่าปีศาจนั่นเป็นมนุษย์ .ก็เห็นแล้ว ก็ไม่หนีปีศาจ ปีศาจมันก็ย่ำยี กัดกินเอา มีความไม่บายอกสบายใจเกิดขึ้นในกาย .หาสุขไม่ได้เลย
วันนี้ไหน เค้าเป็นวันแม่ แม่ก็จากเราไปนาน .ก็หลบ นำกายที่พ่อแม่ให้มา พร้อมตาหู ครบถ้วนเี ก็นำกายนี้ มาสวดมนต์ ปฏิบัติธรรม ตั้งแต่เช้า จิตก็ไม่ไปวุ่นวาย มีความสุขที่ใช้กายมาสร้างในสิ่งที่ว่า บุญกุศล ตอบแทนพระคุณ.ที่แม่ให้มา .
.แล้วก็กระจาย บุญกุ้ง เผื่อแผ่ออกไป ให้จิตที่ทุกข์ทรมานด้วยอาศัยนึกคิด . ให้พ้นทุกข์ ให้มีสุขกาย สุขใจ .ขอให้เค้า มีจิตเมตตา เห็นอกเห็นใจกัน ในเพื่อนที่ร่วมทุกข์ หนทางเดิน เดินมาอารมณ์กายพ่อแม่เป็นมนต์ชั่วขณะหนึ่ง ให้มีสติสัมปชัญญะ รู้จักกรรม ก็สร้างบุญกุศลบารมีหนีเวรกรรม ขอให้จิตอารมณ์กายมนุษย์ จงบังเกิดสันติธรรม ในกายในจิต.ทุกดวงจิต ที่ได้มาอ่าน .ให้พ้นจากอารมณ์กรรมตัวกระทำ ที่ปรุงกายปรุงจิต กายจะได้มีความสุข สุขกายสุขใจเทอญ ขอจิตมาปัญญา ดวงตาเห็นธรรม เทอญ.
โฆษณา