8 ชั่วโมงที่แล้ว • ข่าว
ผมอยากเสริมความรู้รอบตัวให้กับคนอ่านด้วยว่า
อำนาจ ความจริง และสิทธิในการปกป้องชีวิต
ปืนมีไว้เพื่อทำลายชีวิตจริง แต่เมื่อมองกลับอีกด้านหนึ่ง
ปืนก็สามารถช่วยชีวิตคนได้เหมือนกัน
ข่าวเหตุการณ์กราดยิงในต่างประเทศหลายครั้ง ทำให้เรามักเห็นแต่ภาพของปืนในฐานะเครื่องมือสังหาร แต่ถ้าลองย้อนกลับมาคิดกับเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นในประเทศไทย อย่างเหตุกราดยิงที่โคราช
ลองคิดดูว่า...
ถ้าในวินาทีนั้นมีประชาชนคนหนึ่งที่ผ่านการอบรม ผ่านการฝึกฝน มีอาวุธปืนอย่างถูกกฎหมาย และอยู่ในสถานการณ์ที่สามารถหยุดผู้ก่อเหตุได้อย่างปลอดภัย
ความสูญเสียบางอย่างอาจไม่เกิดขึ้นก็ได้
นี่ไม่ได้หมายความว่าเราควรมีปืนเพื่อเอาไปยิงใคร
แต่มันหมายความว่า ปืนไม่ได้มีแต่ด้านที่ทำลายชีวิต
มันสามารถเป็นเครื่องมือในการปกป้องชีวิต ปกป้องครอบครัว และปกป้องทรัพย์สินของตัวเองได้เช่นกัน
และนี่คือสิ่งที่ผมสนใจมากกว่าเรื่องปืน
มันคือเรื่องของอำนาจ
ถ้าคุณมีปืน และผมก็มีปืน
อย่างน้อยเรายังสามารถคุยกันเรื่องกฎหมายได้
ถ้าคุณมามือเปล่า และผมก็มามือเปล่า
เราสามารถคุยกันเรื่องเหตุผลได้
แต่ถ้าคุณมีปืน และผมมีมือเปล่า...
ความจริงจะอยู่ที่คุณ
เพราะคุณมีปืน
ผมไม่มีอะไรเลย
นั่นหมายความว่า ชีวิตของผมในวินาทีนั้นขึ้นอยู่กับคุณ
ไม่ว่าเหตุผลของผมจะถูกต้องแค่ไหน
ไม่ว่าความจริงจะอยู่ข้างผมแค่ไหน
ถ้าคุณมีอำนาจที่จะทำลายผมได้
ผมก็ต้องยอม
นี่คือสัจธรรมของอำนาจ
ผู้ที่มีทรัพยากรและอำนาจมากกว่า ไม่จำเป็นต้องเป็นผู้ที่ถูกต้องกว่า แต่เขาสามารถมีอำนาจมากพอที่จะบดขยี้คนที่อ่อนแอกว่าได้ และนี่คือเหตุผลหนึ่งที่ผมมองว่า สิทธิในการป้องกันตัวของประชาชนไม่ควรถูกมองว่าเป็นเรื่องไร้สาระ หรือเป็นเพียงเรื่องของคนที่ชอบปืน
เพราะรัฐไม่สามารถอยู่กับเราได้ตลอดเวลา
ในวินาทีที่คนร้ายบุกเข้ามาในบ้าน
ในวินาทีที่มีคนกำลังจะทำร้ายครอบครัว
ในวินาทีที่เกิดเหตุรุนแรงขึ้นตรงหน้า
อำนาจรัฐอาจยังมาไม่ถึง
ตำรวจอาจยังมาไม่ถึง
และความช่วยเหลืออาจยังมาไม่ถึง
ในวินาทีนั้น...
ชีวิตของคุณอาจเหลือเพียงตัวคุณเอง
นี่จึงทำให้ผมนึกถึงแนวคิดของสหรัฐอเมริกา
ในรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมครั้งที่ 2 หรือ Second Amendment มีประโยคที่สั้นมาก แต่ความหมายทางการเมืองของมันลึกมากว่า
A well regulated Militia, being necessary to the security of a free State, the right of the people to keep and bear Arms, shall not be infringed.
หรือ
ด้วยกองกำลังอาสาสมัครที่ได้รับการจัดระเบียบอย่างเหมาะสม ซึ่งจำเป็นต่อความมั่นคงของรัฐเสรี สิทธิของประชาชนในการมีและพกพาอาวุธจะต้องไม่ถูกละเมิด
สิ่งที่ผมสนใจไม่ใช่แค่คำว่า ปืน
แต่คือแนวคิดที่อยู่เบื้องหลังมัน
เพราะในประวัติศาสตร์ของแนวคิดนี้ มีความหวาดระแวงต่ออำนาจรัฐ กองทัพประจำการ และการที่ผู้ปกครองสามารถปลดอาวุธประชาชนหรือใช้กำลังเพื่อควบคุมผู้เห็นต่างได้ แนวคิดเรื่องสิทธิในการมีอาวุธจึงมีรากที่เชื่อมโยงกับความคิดเรื่องการป้องกันเสรีภาพและการป้องกันตัวเองด้วย
มันจึงเกิดแนวคิดที่ผมรู้สึกว่าน่าสนใจมาก
ประชาชนมีสิทธิในการปกป้องชีวิตและเสรีภาพของตัวเอง
ไม่ใช่เพราะประชาชนต้องการทำสงครามกับรัฐบาล
แต่เพราะมนุษย์รู้ดีว่า...
อำนาจที่ไม่มีสิ่งคานอำนาจ อาจกลายเป็นอำนาจที่กดขี่ได้
แน่นอนว่าเรื่องนี้ต้องมาพร้อมกับกฎหมาย
การอบรม การฝึกฝน วินัย และความรับผิดชอบ
เพราะการมีอาวุธโดยไม่มีความรับผิดชอบก็เป็นภัย
แต่การที่ประชาชนไม่มีสิทธิหรือไม่มีความสามารถในการปกป้องชีวิตของตัวเองเลย ก็อาจเป็นภัยอีกด้านหนึ่งเช่นกัน
ผมไม่ได้มองว่าปืนคือคำตอบของทุกปัญหา
ผมเพียงมองว่า...
คนที่ไม่มีอำนาจปกป้องตัวเอง ย่อมต้องฝากชีวิตไว้กับอำนาจของคนอื่น
และนี่คือสิ่งที่ผมคิดว่าน่ากลัวที่สุด
เพราะสุดท้ายแล้ว...
ถ้าคุณมีปืน
ผมก็มีปืน
เราคุยกันเรื่องกฎหมายได้
ถ้าคุณมือเปล่า
ผมก็มือเปล่า
เราคุยกันเรื่องเหตุผลได้
แต่ถ้าคุณมีปืน
และผมไม่มีอะไรเลย
ต่อให้ความจริงอยู่ข้างผม...
ผมก็อาจไม่มีโอกาสแม้แต่จะพูดความจริงนั้นออกมา
นี่แหละคือสัจธรรมของอำนาจ
และนี่อาจเป็นเหตุผลว่าทำไมบางสังคมจึงไม่ได้มองสิทธิในการมีอาวุธเพียงในฐานะ สิทธิในการครอบครองปืน
แต่มองมันเป็นส่วนหนึ่งของแนวคิดเรื่อง
การไม่ยอมให้ชีวิต เสรีภาพ และความปลอดภัยของประชาชน ต้องขึ้นอยู่กับความเมตตาของผู้ที่มีอำนาจมากกว่าเพียงฝ่ายเดียว
และนี่ก็คือความรู้รอบตัว
ผมขอเสริมด้วยนะครับ นี่คือคำประกาศอิสรภาพที่สวยงามราวกับบทกวี ลองอ่านดูนะครับ เขียนไว้ว่า
Declaration of Independence — Rights of the People
We hold these truths to be self-evident, that all men are created equal, that they are endowed by their Creator with certain unalienable Rights, that among these are Life, Liberty and the pursuit of Happiness.
เราถือว่าความจริงเหล่านี้เป็นสิ่งที่ประจักษ์ชัดในตัวมันเองว่า มนุษย์ทุกคนถูกสร้างขึ้นมาอย่างเท่าเทียมกัน และพวกเขาได้รับสิทธิบางประการจากพระผู้สร้าง ซึ่งเป็นสิทธิที่ไม่อาจพรากไปจากพวกเขาได้ และในบรรดาสิทธิเหล่านั้น ได้แก่ ชีวิต เสรีภาพ และการแสวงหาความสุข
That to secure these rights, Governments are instituted among Men, deriving their just powers from the consent of the governed.
เพื่อที่จะรักษาสิทธิเหล่านี้ มนุษย์จึงได้จัดตั้งรัฐบาลขึ้น และรัฐบาลย่อมได้รับอำนาจอันชอบธรรมของตนจาก ความยินยอมของผู้ถูกปกครอง
That whenever any Form of Government becomes destructive of these ends, it is the Right of the People to alter or to abolish it, and to institute new Government, laying its foundation on such principles and organizing its powers in such form, as to them shall seem most likely to effect their Safety and Happiness.
และเมื่อใดก็ตามที่รูปแบบการปกครองใดกลายเป็นสิ่งที่ทำลายจุดมุ่งหมายเหล่านี้ ย่อมเป็น สิทธิของประชาชนที่จะเปลี่ยนแปลงหรือยกเลิกรัฐบาลนั้นเสีย และจัดตั้งรัฐบาลรูปแบบใหม่ขึ้น โดยวางรากฐานอยู่บนหลักการดังกล่าว และจัดระเบียบอำนาจของรัฐบาลในรูปแบบที่ประชาชนเห็นว่าจะสามารถสร้างความปลอดภัยและความสุขให้แก่พวกเขาได้มากที่สุด
Prudence, indeed, will dictate that Governments long established should not be changed for light and transient causes;
แน่นอนว่า ความรอบคอบย่อมบอกเราว่า รัฐบาลที่ดำรงอยู่มายาวนานไม่ควรถูกเปลี่ยนแปลงเพียงเพราะเหตุเล็กน้อยหรือเหตุชั่วคราว
and accordingly all experience hath shewn, that mankind are more disposed to suffer, while evils are sufferable, than to right themselves by abolishing the forms to which they are accustomed.
และประสบการณ์ทั้งหลายก็แสดงให้เห็นว่า มนุษย์มักยอมทนต่อความทุกข์ตราบเท่าที่มันยังพอทนได้ มากกว่าจะลุกขึ้นแก้ไขสิ่งเหล่านั้นด้วยการล้มเลิกรูปแบบการปกครองที่พวกเขาคุ้นเคย
But when a long train of abuses and usurpations, pursuing invariably the same Object evinces a design to reduce them under absolute Despotism,
แต่เมื่อการกดขี่ การใช้อำนาจโดยมิชอบ และการแย่งชิงอำนาจดำเนินต่อเนื่องกันมาเป็นเวลานาน โดยมุ่งไปสู่เป้าหมายเดียวกัน และแสดงให้เห็นถึงเจตนาที่จะนำประชาชนไปอยู่ภายใต้ระบอบเผด็จการโดยสมบูรณ์
it is their right, it is their duty, to throw off such Government, and to provide new Guards for their future security.
ย่อมเป็นสิทธิของพวกเขา
และเป็นหน้าที่ของพวกเขา
ที่จะสลัดรัฐบาลเช่นนั้นทิ้งเสีย
และจัดให้มีผู้พิทักษ์ความปลอดภัยของพวกเขาในอนาคตขึ้นใหม่
คุณเห็นอะไร ในประโยคเหล่านี้ไหมครับ
ส่วนตัวแล้วผมชอบท่อนที่พูดว่า (ขยายความได้ว่า)
และเมื่อใดก็ตามที่รูปแบบการปกครองกลายเป็นเผด็จการทรราช ประชาชนย่อมมีสิทธิ์อันชอบธรรมที่จะเปลี่ยนแปลงหรือยกเลิกรัฐบาลนั้นเสีย และจัดตั้งรัฐบาลรูปแบบใหม่ขึ้น โดยวางรากฐานอยู่บนหลักการดังกล่าว และจัดระเบียบอำนาจของรัฐบาลในรูปแบบที่ประชาชนเห็นว่าจะสามารถสร้างความปลอดภัยและความสุขให้แก่พวกเขาได้มากที่สุด
โฆษณา