12 ส.ค. เวลา 11:35 • การศึกษา

ศาสตราจารย์ ท่านผู้หญิง นพคุณ ทองใหญ่ ณ อยุธยา (พ.ศ 2455 - 2533) : ศาสตราจารย์หญิงคนแรกของประเทศไทย

-------------------
    ศาสตราจารย์ ท่านผู้หญิง นพคุณ ทองใหญ่ ณ อยุธยา นามเดิมว่า "โนบุโกะ" แปลว่า "อนันตพิพัฒนา" เมื่อสมรสแล้วได้เปลี่ยนชื่อเป็น "นพคุณ" ท่านเกิดเมื่อวันที่ 17 กันยายน พ.ศ 2455 ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา บิดาเป็นชาวญี่ปุ่น ตระกูลทาคากิ ชื่อนายโรกุจิโรมารดาเป็นชาวอเมริกัน ชื่อนางลูลูแบล วินนี มีพี่น้องร่วมบิดามารดา 8 คน
ท่านผู้หญิงนพคุณ เริ่มเรียนที่โรงเรียนในรัฐนอร์ทคาโรไลนา และจบการศึกษาระดับมัธยมที่รัฐนิวยอร์ค ท่านเป็นนักเรียนที่มีผลการเรียนดีมาก ได้คะแนนเล่าเรียนสูงสุด และได้ทุนเล่าเรียนต่อระดับปริญญาตรีของมหาวิทยาลัยคอร์แนล  พ.ศ 2477 สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีทางอักษรศาสตร์และวิทยาศาสตร์ (เกียรตินิยม) โดยมีวิชาครุศาสตร์เป็นวิชารอง
เมื่อจบการศึกษาท่านผู้หญิงนพคุณ ไปเป็นอาจารย์พิเศษสอนระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ในโรงเรียนมัธยมที่เมืองอีทากา ตามความต้องการของโรงเรียนที่ขาดครู  อนึ่ง ขณะที่เรียนในมหาวิทยาลัยคอร์แนล ท่านผู้หญิงนพคุณ ได้ช่วยสอนภาษาอังกฤษให้กับนักเรียนไทยและได้รู้จักกับหม่อมราชวงศ์จักรทอง ทองใหญ่ นักศึกษาภาควิชากีฏวิทยา ในคณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยคอร์แนล ซึ่งต่อมาก็เป็นคู่ชีวิตของท่านผู้หญิง
พ.ศ 2478 ท่านได้เดินทางมาเมืองไทยกับสามี และเริ่มสมัครเข้าเป็นอาจารย์ในจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยโดยเป็นลูกจ้างชั่วคราว สอนวิชาครู แผนกฝึกหัดครู คณะอักษรศาสตร์และวิทยาศาสตร์ พ.ศ 2479 ได้รับบรรจุเป็นข้าราชการตำแหน่งผู้ช่วยโท ในแผนกเดียวกัน ได้สอนนิสิตฝึกหัดครู และนักเรียนมัธยมหอวัง ต่อมาเมื่อได้ตั้งโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาท่านก็ได้สอนภาษาอังกฤษนักเรียนเตรียมอุดมศึกษาด้วย
พ.ศ 2484 ท่านได้โอนไปสังกัด คณะอักษรศาสตร์และวิทยาศาสตร์ แม้ท่านจะเปลี่ยนชื่อจาก "โนบุโก" เป็น "นพคุณ" แล้ว แต่ลูกศิษย์ยังคงเรียกว่า "อาจารย์มาดามโนบูโกะ" หรือเรียกสั้นๆว่า "อาจารย์มาดาม" เหมือนเดิม ในระหว่างสงครามมหาเอเชียบูรพา มหาวิทยาลัยขาดแคลนครูสอนภาษาอังกฤษ ท่านผู้หญิงนพคุณจึงต้องไปสอนภาษาอังกฤษให้หลายคณะ นอกจากคณะอักษรศาสตร์ก็มีคณะวิทยาศาสตร์และคณะวิศวกรรมศาสตร์ และยังได้รับแต่งตั้งให้ทำงานอื่นๆอีกหลายงาน
พ.ศ 2492 ท่านได้เลื่อนขั้นเป็นอาจารย์เอก พ.ศ 2497 ได้รับแต่งตั้งเป็นรองหัวหน้าแผนกวิชาภาษาต่างประเทศ และพ.ศ 2498 ได้รับแต่งตั้งเป็นข้าราชการสามัญชั้นพิเศษ เป็นข้าราชการหญิงคนแรกในประเทศไทย ที่ได้เป็นชั้นพิเศษ และต่อมา พ.ศ 2499 ก็ได้ดำรงตำแหน่งศาสตราจารย์ แผนกวิชาภาษาต่างประเทศ ของคณะอักษรศาสตร์และครุศาสตร์เป็นศาสตราจารย์หญิงคนแรกของประเทศไทย
พ.ศ 2502 ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง หัวหน้าแผนกวิชาภาษาอังกฤษ คณะอักษรศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จนเกษียณอายุราชการเมื่อพ.ศ 2515
ท่านผู้หญิงนพคุณ มีผลงานการจัดทำตำราเรียน เพื่อใช้ประกอบการสอนวิชาภาษาอังกฤษ ที่เด่นๆคือ
1. ตำราชุดฝึกทักษะทางภาษา ชื่อ "Review of English Fundamentals for University Students" ประกอบด้วยแบบฝึกหัดไวยากรณ์ ตัวอย่างงานเขียนแบบต่างๆ สำหรับฝึกการอ่านเพื่อความเข้าใจ และฝึกการเขียน ทำให้ผู้เรียนที่สนใจ มีความรู้แน่นแฟ้นและสามารถใช้ภาษาอังกฤษได้เป็นอย่างดี
      2. "Grammar Notes : Error in Composition  Commonly Made by Students in Thailand" เป็นหนังสือที่รวบรวมข้อผิดพลาดในการใช้ภาษาอังกฤษของคนไทยที่พบเสมอ
3. "A view of Civilization" เป็นหนังสือที่รวบรวม เรียบเรียงผลงานของคณาจารย์หลายคน มารวมพิมพ์เป็นรูปเล่ม แทนการแจกให้นิสิตเป็นเอกสารแยกส่วน
     4. ชุดโคลงกลอนภาษาอังกฤษ "A Book of Verse for First - Year Students" เป็นหนังสือ ที่เน้นให้เห็นความไพเราะของภาษา สำหรับนิสิตอักษรศาสตร์ปีที่ 1 จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยโดยเฉพาะ
ท่านผู้หญิงนพคุณเป็นผู้ที่มีความสนใจ รักการเขียนและการอ่านโคลงกลอนภาษาอังกฤษมาก ดังนั้นเมื่อพระองค์เจ้าจักรพันธ์เพ็ญศิริ จักรพันธ์ ได้มาขอร้องให้เขียนเนื้อเพลงภาษาอังกฤษ สำหรับเพลงพระราชนิพนธ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จึงรับทำด้วยความเต็มใจ และรู้สึกเป็นเกียรติอย่างสูง เพลงพระราชนิพนธ์ที่ท่านผู้หญิงนพคุณเป็นผู้แต่งได้แก่เพลง ใกล้รุ่ง  สายฝน และ When
หน้าที่สำคัญอันมีเกียรติที่มหาวิทยาลัยมอบหมายก็คือ การเป็นผู้อ่านประกาศกิตติคุณอาคันตุกะที่มาเยือนประเทศไทย โอกาสที่ได้มอบปริญญารัฐศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แก่ประธานาธิบดีลินคอน เบนส์ จอห์นสัน แห่งสหรัฐอเมริกา เมื่อพ.ศ 2509 และแด่สมเด็จพระจักรพรรดิแห่งอิหร่าน เมื่อพ.ศ 2511
ท่านผู้หญิงนพคุณ เป็นทั้งนักบริหารและอาจารย์ที่มีความสุขุมและเล็งเห็นการไกล ได้วางรากฐานทางด้านวิชาการของแผนกวิชาภาษาอังกฤษไว้เป็นอย่างดีได้ส่งเสริมให้อาจารย์ในแผนกได้ไปศึกษาต่อในต่างประเทศ แม้จะมีบุคลากรจำกัด ขาดกำลังคนและปริมาณงานล้นมือ ก็สามารถจัดหาผู้ทรงคุณวุฒิ มาเป็นอาจารย์พิเศษช่วยสอน ช่วยให้งานในแผนกดำเนินไปได้ด้วยดี
ที่น่ายกย่องอีกประการหนึ่งของท่านผู้หญิงนพคุณก็คือ การสร้างคนให้มีความสามารถในการทำงานอย่างมีคุณภาพ ตลอดระยะเวลารับราชการอยู่นั้น ท่านผู้หญิงนพคุณได้ทุ่มเทสติปัญญา กำลังกายกำลังใจ ให้แก่งานสอนภาษาอังกฤษ แก่นิสิตอย่างล้นเหลือเพราะแผนกวิชามีหน้าที่ให้บริการการสอนภาษาอังกฤษแก่นิสิตจุฬาฯทุกคณะจนจบเป็นบัณฑิต นิสิตที่สำเร็จไปแล้ว สามารถนำความรู้ทางภาษาอังกฤษไปใช้ได้อย่างดี ทั้งการศึกษาต่อ และการประกอบอาชีพ
หม่อมหลวงปิ่น มาลากุลได้เขียนถึงท่านผู้หญิงนพคุณ ไว้ตอนหนึ่งว่า
   "ชีวิตในเมืองไทยของอาจารย์โนบุโกะราบรื่น เพราะจิตใจสูง มีแต่คนรักไม่มีคนเกลียด และ...ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานตราทุติยจุลจอมเกล้าวิเศษ จึงได้เป็น "ท่านผู้หญิง"
หลังเกษียณอายุราชการ เมื่อพ.ศ 2515 ท่านผู้หญิงนพคุณยังคงเป็นอาจารย์พิเศษให้แก่คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยอยู่ระยะหนึ่ง ซึ่งเป็นระยะเดียวกับที่สมเด็จพระเทพฯ รัตนราชสุดาสยามบรมราชกุมารี ทรงเข้ารับการศึกษาในจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ท่านผู้หญิงนพคุณก็ได้เป็นอาจารย์พิเศษในพระองค์ท่านด้วย
พ.ศ 2528 ท่านผู้หญิงนพคุณได้รับพระราชทานปริญญาอักษรศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ท่านผู้หญิงนพคุณสมรสกับหม่อมราชวงศ์จักรทอง  ทองใหญ่(ผู้เคยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์) มีบุตร 4 คนคือ หม่อมหลวงประจักษศิลป หม่อมหลวงนีลนารา ชิโมมูระ หม่อมหลวงจักรานพคุณ และหม่อมหลวงสุนทรานี
โดยปกติท่านผู้หญิงนพคุณมีสุขภาพพลานามัยดี ไม่มีโรคประจำตัว ท่านทำงานและช่วยราชการที่รับผิดชอบอยู่ตลอดมา จนวันที่ 2 มีนาคม พ.ศ 2533 ได้ล้มป่วยกระทันหันด้วยโรคเกี่ยวกับเส้นเลือดในสมอง ได้รับพระมหากรุณาธิคุณ โปรดเกล้าฯ เป็นคนไข้ในพระบรมราชานุเคราะห์ รักษาที่โรงพยาบาลพร้อมมิตร และถึงแก่อนิจกรรมเมื่อวันที่ 26 มีนาคม พ.ศ 2533 สิริรวมอายุได้ 77 ปี 6 เดือน 8 วัน
นับได้ว่าท่านผู้หญิงนพคุณ เป็นสุภาพสตรีผู้หนึ่งที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงในชีวิต แม้ประเทศไทยจะมิใช่บ้านเกิด แต่ท่านผู้หญิงนพคุณก็ได้อุทิศตนมุ่งมั่นทำงาน เพื่อความก้าวหน้าของประเทศที่เลือกมาใช้ชีวิต มีชีวิตที่โชคดีและสมบูรณ์แบบ อยู่ในครอบครัวที่อบอุ่นและมีความสุข เป็นมารดาที่เฉลียวฉลาด ในการอบรมบุตรให้มีความเจริญงอกงาม
สิ่งตอบแทนที่เป็นเกียรติประวัติสูงส่งก็คือ ท่านผู้หญิงนพคุณ เป็นข้าราชการหญิงคนแรกในจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ชั้นประถมาภรณ์มงกุฎไทย ประถมามาภรณ์ช้างเผือก และยังได้รับพระราชทานตราทุติยจุลจอมเกล้าวิเศษ ซึ่งเป็นชั้นสูงสุดในระดับสามัญชน พร้อมทั้งได้รับตำแหน่งท่านผู้หญิงอันสืบเนื่องจากการปฏิบัติหน้าที่ราชการด้วยความซื่อสัตย์สุจริต และขยันขันแข็ง จึงนับว่าเป็นเกียรติยศอันน่าภาคภูมิอย่างยิ่ง
สิ่งหนึ่งที่ท่านผู้หญิงนพคุณมักกล่าวอยู่เสมอก็คือ  
   "ยิ่งได้รับเกียรติยศสูงขึ้นเท่าใด ก็ยิ่งต้องทำงานให้สมกับเกียรติยศที่ได้รับนั้น"
        ธเนศ ขำเกิด สรุป เรียบเรียง
cr. 1.ภาพต้นฉบับ และข้อมูล จากหนังสือประวัติครู ของคุรุสภา พ.ศ. 2538  นางประภา สุขีนัย เรียบเรียง
     2. หนังสือ อนุสรณ์งานพระราชทานเพลิงศพศาสตราจารย์ ท่านผู้หญิงนพคุณ ทองใหญ่ ณ อยุธยา ของคณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พ.ศ 2533
โฆษณา