12 ส.ค. เวลา 18:25 • ความคิดเห็น

Always choose kind….

หลายปีก่อน มีเรื่องราวใหญ่โตระดับโลกที่วิล สมิธ เดินขึ้นไปตบหน้าคริส ร็อคกลางงานเวทีออสการ์จากความโมโหที่คริส ร็อคไปพูดจาแซวภรรยาที่โกนหัวเพราะโรคส่วนตัวนั้น ถูกวิพากษ์วิจารณ์ไปหลายแง่หลายมุม
ความเห็นในโลกโซเชี่ยลที่มีทั้งเห็นด้วยกับวิล สมิธที่เป็นฮีโร่ออกมาปกป้องภรรยา ซึ่งอ่านๆดูเหมือนคนไทยจะเอนมาด้านนี้ และมีทั้งประนามการการใช้กำลังเกินเหตุ ทำตัวเป็นผู้ร้ายใช้ความรุนแรงซึ่งฝรั่งจะค่อนข้างเอนไปด้านไม่เห็นด้วยกับวิล สมิธ
2
ผมอ่านเจอข้อความของคุณรวิศ หาญอุตสาหะ ที่เคยเขียนใน FB ว่าพอได้เห็นเรื่องวิล สมิธก็คิดถึงอดีตสมัยเรียนมัธยมที่ตัวเองถูกลูกคนรวยกับพรรคพวกแกล้งหนักมากมาตลอด จนถึงขั้นเอาของรักของหวงไปเตะเป็นฟุตบอลเล่น ไปฟ้องครูก็ไม่ช่วยอะไรแถมโดน bully ต่อเพราะคู่กรณีเป็นลูกคนรวย จนทำให้เขาต้องออกจากโรงเรียนด้วยสาเหตุนี้ เห็นเหตุการณ์นี้ ความทรงจำอันเจ็บปวดก็ผุดขึ้นมาทันที
1
ผมเองก็มีประสบการณ์คล้ายกับคุณรวิศ ในตอนที่ผมเรียนโรงเรียนประจำ ตั้งแต่ ป5 จน ม. ต้น ผมโดนแกล้ง โดนล้อค่อนข้างหนักมาก ด้วยความที่เป็นคนตัวเล็ก ร่างกายก็ไม่แข็งแรงพอที่จะสู้กับใคร ผิวขาวน่าแกล้ง เพื่อนที่แกล้งผมในสมัยนั้นก็คงไม่ได้คิดอะไร แค่คงแกล้งเอาสนุก แต่คนที่โดนแกล้งนั้นแทบไม่อยากไปเรียนเลย รู้สึกด้อย เจ็บใจ และต้องหวาดผวาอยู่เป็นประจำ
ผมเคยโดนแกล้งจนวันหนึ่งทนไม่ไหว พกคัตเตอร์ไปกะว่าจะลองสู้ดูซักตั้ง แต่ถึงเวลาก็สู้ไม่ได้อยู่ดี แค่หยิบคัตเตอร์มาก็โดนหัวเราะเยาะ แถมโดนยึดคัตเตอร์แถมเอาไปล้อต่ออีก ในช่วงเวลานั้น ผมจินตนาการบ่อยๆว่าจะมีใครซักคนมาช่วยปกป้อง มายืนขวางแล้วไล่พวกขี้แกล้งไปเหมือนที่เคยอ่านในหนังสือ
1
…แต่ก็ไม่มี
พอเห็นเหตุการณ์วิล สมิธ ผมกลับมองเห็นตัวเองในภาพของภรรยาที่ต้องโกนหัวแล้วถูกบูลลี่อยู่ข้างล่างอย่างน่าเจ็บใจ แต่เขาก็ยังมีฮีโร่ที่อาจจะขาดสติในมุมของใครหลายคน เดินขึ้นไปปกป้องและทวงคืนความน่าอายนั้น แน่นอนว่าคนที่ไม่เคยถูกบูลลี่จะเข้าใจได้ยากว่าการกระทำแบบนั้นมีความหมายแค่ไหน โดยเฉพาะพวกที่ชอบแกล้ง ชอบบูลลี่นั้นมักจะจำอะไรไม่ได้เลยเวลาโตขึ้นมาว่าเคยแกล้งเคยทำอะไรไว้บ้าง
ผมจึงมักจะเลี่ยงไม่ค่อยไปงานเลี้ยงสังสรรค์เพื่อนสมัยโรงเรียนประจำ แต่เรื่องที่พีคกว่านั้นคือเมื่อหลายปีก่อน ผมซึ่งพอมีชื่อเสียงจากการทำงานอยู่บ้าง ตัดสินใจไปตามคำชวนของเพื่อนบางคน อย่างน้อยก็ไปเจอเพื่อนสมัยเด็กที่ไม่เจอกันนาน ส่วนใหญ่ก็จะคุยกันเรื่องความหลัง ความประทับใจในอดีตซึ่งผมแทบไม่มี มีแต่ความทรงจำเรื่องโดนแกล้งเป็นส่วนใหญ่
พองานเลี้ยงเล็กๆเริ่มต้น ก็มีเพื่อนคนหนึ่งขึ้นไปยืนบนเวทีแล้วหันหน้ามาทางผม ถามประมาณว่าทำไมดังแล้วหยิ่ง ไม่ค่อยมางานมาเจอเพื่อน เพื่อนกันไม่ทำกันแบบนี้หรอกนะเว้ย
ผมเองนึกไม่ถึงว่าอายุปูนนี้ โดนแกล้งมาตั้งแต่เด็ก โตขนาดนี้ก็ยังจะโดนบูลลี่แบบนี้อีก พวกเขาเองก็จำกันไม่ได้อยู่แล้วว่าเด็กๆเคยแกล้งอะไรผม คนที่แกล้งส่วนใหญ่ไม่มีใครจำได้ คนโดนแกล้งต่างหากที่ยังไงแผลในใจก็ยังอยู่
ผมได้แต่นั่งนิ่งๆเหมือนภรรยาวิล สมิธ ไม่มีวิลที่จะเดินไปแก้ต่างพร้อมตบหน้าซักทีว่าที่ผมไม่ค่อยได้มาก็เพราะความทรงจำที่ไม่ดีในอดีตต่างหาก คนที่แกล้งผมในอดีตก็จำอะไรกันไม่ได้แล้ว เห็นแต่ผมที่เป็นคนมีชื่อเสียง แล้วคงหมั่นไส้
ผมก็ได้แต่ยิ้มๆ แล้วก็ไม่ไปงานเลี้ยงรุ่นใดๆอีกเลย ไม่ว่าจะถูกแขวะ ถูกประชด หรือถูกขอร้องยังไงก็ตาม ปล่อยให้ข้อหา “ดังแล้วหยิ่ง” ค้างไว้แบบนั้นตามเดิม
หลายปีก่อนมีหนังเรื่อง wonder ที่เป็นเรื่องราวของเด็กที่มีใบหน้าผิดปกติที่ต้องไปโรงเรียนและต้องผจญกับโลกภายนอก แต่คนรอบข้างก็ให้กำลังใจและช่วยเหลือจนเด็กนั้นเข่้มแข็งและสามารถต่อสู้กับแรงกดดันภายนอกได้
ในช่วงที่หนังกำลังเข้าโรง เราชักชวนกันในห้องไลน์ของครอบครัวใหญ่ให้ไปดูหนังเรื่องนี้กัน คุณพ่อผมหรือคุณปู่ของหลานๆก็เขียนเล่าเรื่องหนึ่งซึ่งน่าจะเป็นประโยชน์และเป็นกำลังใจให้เด็กๆที่นอกจากจะไม่ bully คนแล้ว ยังควรมี “ความกล้า” ในการช่วยเหลือคนที่ถูกรังแกอีกด้วย
เป็น “ความกล้า” ที่ยิ่งใหญ่กว่ากล้าปีนเขา กล้าโดดหอ กล้าขึ้นรถไฟเหาะ มากมายนัก ..
“เมื่อวานนี้ไปดูหนังเรื่องwonder ทำให้มีเรื่องอยากเล่าให้หลานๆฟัง เรื่องราวผ่านมากว่าหกสิบปีแล้ว มีเพื่อนนักเรียนชั้นประถมคนหนึ่งมือข้างหนึ่งพิการมาแต่เกิด ไม่มีนิ้ว ต้องคอยซ่อนมือไว้ในกระเป๋า
เพื่อนบางคนจะคอยแกล้ง กระชากมือ ออกมาล้อเลียน ทำให้อาย นั่งก้มหน้าอยู่มุมห้องไม่กล้าพูดหรือเล่นกับใคร
ปู่(ตา)ได้เข้าไปช่วยดูแล ห้ามปรามไม่ให้คนรังแก และชวนเขาไปเล่นด้วย สอนการบ้าน สร้างความมั่นใจ และชวนเพื่อนที่นิสัยดีไม่แกล้งคนมาอีก 4-5คน มาเป็นช่วยคุ้มครองดูแล ทำให้เพื่อนที่มีปมด้อยมั่นใจ เรียนและเติบโตมาด้วยดี
ในโลกของความจริงจะมีคนแกล้งและถูกแกล้งเสมอ แม้จะโตเป็นผู้ใหญ่ ดังนั้นนอกจากเราต้องฝึกเห็นใจคนอื่นแล้ว เราต้องมั่นใจในตัวเรา เวลาเราเป็นฝ่ายถูกแกล้ง จะต้องกล้าสู้ยืนหยัด หาเพื่อนที่ดีมาร่วมกันสู้ ไม่ท้อถอยไปหลบที่มุมห้อง หาทางทำความเข้าใจสร้างมิตรภาพกับคนที่มาแกล้ง ซึ่งอาจกลายเป็นเพื่อนที่ดีก็ได้
หนังเรื่องwonder ให้ข้อคิดที่ดีมาก เด็กๆที่ยังไม่ได้ดู ควรไปดู...”
เราทุกคนไม่ว่าจะเป็นนักเรียนหรือโตเป็นผู้ใหญ่ เราก็จะมักจะคิดว่าการกระทำของตัวเองเป็นสิ่งที่ถูกต้องทั้่งนั้น การแกล้งคน ใจร้ายต่อคน ถ้าไปถามคนที่กระทำจริงๆก็คงมีเหตุมีผลที่อธิบายเข้าข้างตัวเองได้เสมอ
บางคนก็อาจจะอยากเป็นฮีโร่ในกลุ่มของตัวเอง อยากแสดงความแข็งแรงอวดให้คนอื่นยอมรับ หรืออาจจะมีประสบการณ์เลวร้ายอะไรบางอย่างที่อยากจะระบายเพื่อความรู้สึกที่ยุติธรรมขึ้นในใจก็ตาม
แต่ในอีกมุมหนึ่ง การเป็นฮีโร่ตัวจริงนั้น อาจจะไม่ใช่การที่ทำอย่างที่ใจคิดว่าถูก หรือทำเพื่อตัวเองเท่าไหร่นัก แต่เป็นความเมตตาและปรารถนาดีกับผู้อื่นมากกว่า จึงจะเป็นฮีโรที่แท้จริงและไม่ทิ้งบาดแผลให้กับคนอื่นจนทนไม่ไหวหรือต้องอยู่กับบาดแผลนั้นจนเติบใหญ่
ถ้าจะต้องเลือกระหว่างใจคิดและอยากทำกับความเมตตา เลือกความเมตตา
รวมถึงการให้ความเห็นในที่สาธารณะถ้าไม่ได้เข้าไจอะไรจริงๆด้วยนะครับ..
“If you have the choice between being right and being kind, choose being kind” (Dr. Wayne W. Dyer)
โฆษณา