เมื่อวาน เวลา 03:11 • ความคิดเห็น

ถ้าถามว่าชีวิตต้องเจอกับบททดสอบเยอะขนาดไหน คงตอบได้ทันทีเลยว่า ตลอดชีวิต

ชีวิตคนเราไม่ต่างอะไรกับหนังที่มีความยาวหลายสิบปี มีทั้งจุด Climax จุด Peak มีช่วงที่เรื่องราวพุ่งขึ้นสูงและมีช่วงที่ตกลงมา จริง ๆ แล้วกราฟของชีวิตมันสูงขึ้นเรื่อย ๆ ตามอายุที่เพิ่มขึ้น หรือเราแค่รู้สึกอ่อนไหวกับมันมากกว่าเดิม เพราะทุกครั้งที่เจอเรื่องอะไรขึ้นมา เรามักจะคิดว่า “นี่เราต้องเจอแบบนี้อีกแล้วเหรอ”
เราทำงานมา 3 ปี พอเข้าปีที่ 4 ทุกอย่างก็เปลี่ยนไป เราต้องย้ายออฟฟิศ จากที่หนึ่งไปอีกที่หนึ่ง ข้อดีคือเดินทางสะดวกขึ้น แต่สิ่งที่เราเสียไปคือทีมที่เคยทำงานเข้าขากันมาก มีความสุขด้วยกัน คุยกัน เที่ยวและเล่นด้วยกัน
พอย้ายมาที่ใหม่เราคิดว่ามันคงดีขึ้น แต่อยู่ไปเรื่อย ๆ มันกลับแย่ลง เราแทบไม่มีบทบาทอะไรเลยในที่แห่งนี้ ไม่มีคนสนิท ไม่รู้จะต้องหันหน้าไปถามใคร บางคนก็พูดจาไม่ดี ทำให้ไม่รู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของที่นี่เลย
แต่มีสิ่งนึงที่ดีมากและคงดีที่สุดสำหรับที่นี่ในตอนนี้ คือเพื่อนที่นั่งข้าง ๆ เราอยู่กันคนละทีมแต่แค่บังเอิญนั่งข้างกัน แล้วก็บังเอิญเป็นติ่งเหมือนกัน ทำให้เราคุยกันรู้เรื่อง จากที่เราเคยติ่งคนเดียว ครั้งนึงเราเคยไปกับเพื่อนคนนี้ มันมีความสุขมากเลยนะ มากจนไม่คิดว่าจะเจอความรู้สึกแบบนี้อีกแล้วในการติ่ง (ติ่ง Introvert Pro max)
จนมาวันนึงเพื่อนก็ได้รับโทรศัพท์ ว่าเค้าก็ต้องย้ายไปนั่งที่อื่นแล้ว ใจเราหล่นลงไปแรงมาก เพราะมันเหมือนสิ่งเดียวที่ทำให้รู้สึกว่าที่นี่ไม่โดดเดี่ยวจนเกินไป กำลังจะหายไป แพนิคก็กลับมา
สิ่งเดียวที่จะทำให้ก้าวข้ามความรู้สึกนี้ไปได้มีแค่การบอกตัวเองว่าวันนึงเรื่องนี้จะกลายเป็นเรื่องเล็ก ๆ จุดนึงในชีวิต จะเป็นเรื่องที่เราหวนกลับมานึกถึงแล้วรู้ว่า ครั้งนึงเคยมีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้น หรือเราอาจลืมมันไปเลยในสักวัน
เพียงแต่วันนี้ที่มันยังอยู่ มันกลับรู้สึกเหมือนความรู้สึกนี้จะอยู่กับเราตลอดกาลและไม่มีวันหายไปไหน
โฆษณา