13 ส.ค. เวลา 10:47 • บ้าน & สวน

ฝรั่งบุลลี่สินค้าจีน ???

ผมเห็นคนแชร์รูปนี้ในเฟส แล้วคนก็มาคอมเม้นกันเดือดๆ
อ่านแล้วก็เห็นว่าน่าสนใจดี เพราะทางฝ่ายเชียร์จีน
ก็บอกว่ามันเป็นวิธีสกปรกของฝรั่ง ที่พยายามกีดกัน
สินค้าจีน ไม่ให้ขายได้
…แต่มันใช่การบุลลี่จริงไหม ผมจะเล่าให้ฟังครับ ….
เรื่องนี้อาจแปลกกับคนธรรมดา แต่ไม่ใช่กับช่างอย่างพวกผม
เชื่อไหมครับ มีเยอะมากเลย ที่มีการเตือนแบบนี้
สำหรับอุปกรณ์ช่างต่างๆ ที่มาจากจีน ในต่างประเทศ
หรือในไทย เราไม่เตือนลักษณะนี้
แต่ผู้ขายที่ดี จะย้ำเสมอ ว่านี่คือสินค้าจีนที่ต้องระวัง
ถามว่าทำไมต้องทำแบบนั้น
มันมี 2 เหตุผลครับ
คือ
1 ) มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมจีนเองนั่นแหละ
ที่จะต่างกับชาวบ้านเขาอยู่แล้วพอสมควร
คือ มันเป็นเอกเทศครับ คนใช้มักจะไม่คุ้นเคย
กับมาตรฐานลักษณะนี้ และเป็นเหตุผลว่าทำไมไซส์
มาตรฐานต่างๆของจีนจึงไม่เป็นสากล หาอะไหล่ยาก
ในหลายผลิตภัณฑ์
โลกเรา คุ้นเคยกับมาตรฐานแบบ DIN จากเยอรมัน
(มาตรฐานสูงสุด) JIS ของญี่ปุ่น หรือ ANSI ของอเมริกา
ที่เป็นมาตรฐานรองลงมา
แล้วมันไม่ใช่แค่สามชาติที่ผลิตนี้เท่านั้น ที่ยึดมาตรฐานนี้
แต่ชาติที่ผลิตของส่งออกไปให้ประเทศพวกนี้ ก็มักออกกฎ
มาตรฐานผลิตภัณฑ์ฯ ของตัวเอง ให้ล้อไปกับพวกนี้ด้วย
เพื่อจะได้ขายของได้
 
เช่น มอก. ไทย จะล้อไปกับ JIS มากที่สุด และหลายรายการ
จะล้อไปกับ ANSI ดังนั้นสินค้าไทยจึงค่อนข้างน่าเชื่อถือ
สำหรับโลกเรา มากพอสมควร
ผู้ส่งออกอื่นๆ ก็คล้ายเรานี่แหละ ถ้ามีปลายทางสินค้าที่
ประเทศเหล่านี้เป็นหลัก ทั่วโลกจึงคุ้นเคยดี
และวางมาตรฐานการใช้งาน วงรอบการใช้ไปตามนั้น
แต่ของจีน มันไม่งั้น พวกเขามีมาตรฐานเฉพาะ
ซึ่งหลายรายการ เขากำหนดขั้นต่ำไว้ต่ำกว่ามาตรฐาน
ที่เป็นสากลมากพอสมควร
…มันก็เลยต้องเตือนกันแบบที่เห็นนี่เอง….
2) จีนมีการสินค้าก็อปปี้สินค้าของตัวเองที่ได้มาตรฐานเยอะ
จากข้อที่แล้ว มันไม่ใช่การบอกว่าสินค้าจีนทั้งหมด
มีคุณภาพต่ำแต่อย่างใด
เพราะไอ้ตัวมาตรฐานสากล พวกเขาก็มีเยอะ
ปัญหาคือ ในจีนนั้นมีการก็อปปี้กันเองเยอะนี่สิ
ก็ก็อปปี้แบรนด์จีนที่มาตรฐานสูง แล้วมั่วส่งไป
พร้อมๆกันในล็อตเดียวนี่แหละ
(ซึ่งอันนี้ต้องโทษคนส่งออก ไม่ใช่ผู้ผลิตจีน)
เมื่อผู้ซื้อ เจอบ่อยๆเข้า จึงต้องเตือนกันอย่างที่เห็น
เพราะของที่ก็อป กับของมาตรฐาน มันคุณภาพห่างกันไกลเลย
ในงานช่าง ความปลอดภัยคือเรื่องสำคัญที่สุดครับ
ดังนั้น เราจึงจำเป็นต้องรู้ ขีดจำกัดของเครื่องมือต่างๆ
ว่าใช้งานได้แค่ไหน ทนทานได้แค่ไหน จึงปลอดภัย
การใช้งานอุปกรณ์เหล่านี้แบบเกินกำลัง มีอันตรายมาก
ส่วนของก็อปปี้นั้น ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเลย อันตรายสุดๆ
ในหลายประเทศ จึงต้องมีการเตือนกันตามที่เห็น
เพื่อให้ผู้ใช้งานทราบว่า กำลังของอุปกรณ์นั้นแค่ไหน
และต้องระวังเป็นพิเศษนั่นเอง
…มันจึงไม่ใช่การบุลลี่ กีดกันการค้าแต่อย่างใด….
…แต่เป็นคำเตือนด้านความปลอดภัยนั่นเอง..
การแสดงที่มาสินค้า ไม่ใช่เป็นเพียงการบ่งบอกแหล่งผลิต
แต่มันจังแสดงถึงมาตรฐานอีกด้วย และหากสินค้ามีผลด้าน
ความปลอดภัยหรือคุณภาพ ก็ยิ่งต้องเตือนกัน
…เปรียบเทียบง่ายๆ ก็คล้ายๆกับการที่สหรัฐตีตราหมูส่งออก
นั่นแหละครับ หลายชาติจะเตือนแบบนี้ เพราะสหรัฐอนุญาต
ให้ใช้สารเนื้อแดงบางตัว นี่ก็คือลักษณะเดียวกัน….
ส่วนในไทยนั้น….
ว่ากันตามจริง มาตรฐานผลิตภัณฑ์ของเรา สูงกว่าจีนครับ
เพราะในอดีต ผู้ผลิตไทย จำเป็นต้องยึดตามมาตรฐาน
ของประเทศผู้ซื้อค่ายโลกเสรีเป็นหลัก ไม่งั้นก็ขายไม่ได้
แต่ปัจจุบัน สินค้าจีนมีเต็มไปหมด
ทั้งเกรดดี ไม่ดี ก็มีผสมรวมกันในตลาด
เพราะเราขาดความเข้มงวดด้านนี้มานาน
ปล่อยให้สินค้าที่ต่ำกว่ามาตรฐานตัวเองเข้ามาได้ง่ายๆ
แน่นอน สินค้าคุณภาพต่ำ สินค้าก็อปปี้ ต้นทุนเขาต่ำกว่า
พอมันเข้ามา ผู้ผลิตไทยที่เน้นขายภายในก็วายวอดกันหมด
จะเหลือก็แต่ พวกที่ผลิตตามมาตรฐานที่ส่งออก
ที่ยังอยู่กันได้ แต่ราคาก็แพงจนคนไทยเองจับไม่ลง
เป็นผลให้เสียเปรียบสินค้าคุณภาพต่ำในที่สุด
มันค่อนข้างแย่ ที่เป็นแบบนั้น ทั้งในแง่ความปลอดภัย
ของคนทำงาน และระบบเศรษฐกิจภาพรวมของเรา
มันถึงเวลาแล้วรึยัง ที่ไทยต้องเอามาตรฐานเรากลับคืนมา
เพื่อคืนความปลอดภัยของคนทำงาน และเศรษฐกิจภาพรวม
…ผมว่าทุกคนรู้ ว่าเราควรทำแบบนั้น …
…แต่ก็ไม่เคยมีหน่วยงานรัฐจริงจังกับเรื่องนี้เลย…
…ก็… ไม่รู้ว่าเพราะอะไรน่ะนะ …
สุดท้าย
อย่างที่ผมบอก สินค้าจีนในส่วนเครื่องมือเหล่านี้
มันก็มีของดี มาตรฐานสูง ขายในบ้านเราอยู่ครับ
แต่แบรนด์จีนพวกนี้ ก็ไม่ใช่ว่าจะถูกเลย
หากเทียบกับคู่แข่งชาติอื่น ราคาจะใกล้กันมาก
มันจึงไม่สร้างปัญหานัก
ปัญหาจริงๆ จะอยู่ที่แบรนด์ไม่ได้มาตรฐานมากกว่า
และแบรนด์พวกนี้แหละ ที่ครองตลาดงานช่างเราอยู่
โดยเฉพาะในมือรายย่อย ตามต่างจังหวัด
ซึ่งน่าห่วง เพราะความเคยชินกับมาตรฐานที่ดีกว่า
อายุใช้งานมากกว่า อาจทำให้ไม่ปลอดภัยได้
มอก. ไทย ควรหรือไม่ที่จะต้องดูแล คือเรื่องที่ต้องคิด
1
แต่ไงก็ตาม สินค้าจีนพวกนี้ ก็ไม่ใช่ไม่มีข้อดี
ข้อดีของมันก็คือ ทำให้คนเริ่มธุรกิจได้ง่ายนี่แหละ
เพราะหลายรายการ เช่น ตู้เชื่อม โต๊ะเลื่อยวงเดือน
หรืออีกหลายรายการ มันถูกกว่าสินค้าจากที่อื่นมาก
คนทุนน้อย จึงสามารถเข้าถึง และเริ่มต้นกิจการได้
รวมถึงคนชอบ DIY ตามบ้าน ก็สามารถซื้อติดบ้าน
เอาไว้ใช้งานได้สบายกระเป๋า ไม่ต้องซื้อเกรดดีราคาสูง
ซึ่งก็เกินความจำเป็นในการใช้งานตามบ้าน
แถมแอพส้มมีผ่อนอีก มันจึงเป็นข้อดีต่อสองกลุ่มนี้
คำแนะนำของผมคือ
ถ้าเป็นคนเริ่มกิจการ งานยังไม่ชุกนัก
การใช้ของจีน เป็นทางเลือกที่ดี
หรือซื้อใช้ในบ้านก็เป็นทางเลือกที่โอเคที่สุด
แต่หากตั้งธุรกิจจนมั่นคงได้แล้ว ผมแนะนำว่าอย่าใช้ดีกว่า
เพราะการใช้งานเครื่องมือพวกนี้อย่างหนักหน่วง
มันจะทำให้ไม่ปลอดภัยเอามากๆ และความเที่ยงตรง
แม่นยำในงานเราเอง ก็จะแย่ลงไปด้วย คุณภาพงานเสีย
พูดง่ายๆ ใช้แบบบ้านๆได้ แต่อย่าเอามาใช้แบบอุตสาหกรรม
ส่วนอุปกรณ์ที่ผมไม่แนะนำให้ใช้ ไม่ว่าในระดับไหน
ก็จะมีหลายรายการ หลักๆคือ ใบตัดต่างๆ , ดอกสว่าน(หัวไขควงด้วย) , ไขควงวัดไฟฟ้า , ปลั๊กเชื่อมต่อ
และตลับเมตร ทั้งแบบเทป และเลเซอร์
ซึ่งไอ้เครื่องวัดจีนราคาถูกเนี่ย พาพังมานักต่อนักแล้ว
ระยะมันเพี้ยน ไม่ได้มาตรฐานนัก พอทำไปก็ต้องมานั่งแก้กัน
ส่วนแบรนด์จีนในไทย ถ้าเป็นงานช่างที่ได้มาตรฐาน
เท่าที่ลองมา ก็คงต้องยกให้กับ Dongcheng , Hoto
อย่าให้หลุดไปจากสองแบรนด์นี้แล้วกัน
1
ถูกกว่าของฝรั่ง ญี่ปุ่น แต่ไม่มาก คุณภาพโอเค
หรือถ้าสนับสนุนคนไทยด้วยกัน ก็ Pumpkin ครับ
1
…เจ้าส้มของคนไทยนี่ ถึงจ้างผลิตในจีนเยอะแต่เราคุมตามมาตรฐานของ JIS เพราะต้องส่งออกทั่วโลก และมีหลายส่วน
ที่ผลิตในญี่ปุ่น เยอรมัน และบ้านเราเอง จึงได้มาตรฐาน
ใช้งานได้ไม่แพ้ Makita ของญี่ปุ่นเลย ราคาก็คนไทยเข้าถึง
…ช่วยกันซื้อคนไทยด้วยกันดีกว่าครับ เชื่อเหอะ
ดีกว่าไปใช้ของคุณภาพต่ำ เพราะเห็นแก่ถูก…
…ซึ่งจริงๆ ถ้าถูกแล้วพังเร็ว มันก็คือแพงนั่นแหละ…
…แล้วก็นะ….
บูธ Pumpkin นี่ เวลาออกงาน พริตตี้สวยด้วยนะ …
…ผมนี่โดนน้องน้ำหวานตก จนซื้อแล้วเป็นแสน 555….
1
…คนไหนในรูป ลองเดาสเปกผมดู😁😁😁….
โฆษณา