13 ส.ค. เวลา 12:00 • ธุรกิจ

หรือจีนจะเป็นผู้ชนะ? สมรภูมิชิปรุ่นเก่าที่จะเป็นตัวชี้ชะตาเศรษฐกิจโลก

สงคราม Semiconductor ที่ดุเดือดตอนนี้ เราจะสังเกตเห็นได้ว่าส่วนใหญ่มันมีแค่เรื่อง AI ล้ำๆ เพียงอย่างเดียว เปิดฟีดข่าวมาทีไรก็เจอแต่ Generative AI กับ Large Language Models เต็มไปหมด…
1
มูลค่าตลาดนี้ปาไปหกแสนห้าหมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่อ่านข่าวทีไรก็เจอแต่มุมมองเกี่ยวกับเรื่อง High Performance Computing วันเวียนอยู่อย่างงั้น
ซึ่งคนส่วนใหญ่มักจะโฟกัสแค่ว่าใครจะสร้าง Microchip ที่เล็กและแรงที่สุดในโลกได้ หมกมุ่นกันสุดๆ กับการสร้างชิปขนาด 3 นาโนเมตร หรือ 2 นาโนเมตร…
ฝั่งอเมริกาก็ทุ่มทุนสร้างสุดๆ ควักเงินห้าหมื่นสองพันเจ็ดร้อยล้านดอลลาร์สหรัฐผ่าน CHIPS Act ดึงฐานการผลิตกลับประเทศ
โดยหวังจะยืนหนึ่งในวงการและกันไม่ให้ Supply Chain สะดุดตอนแข่งกันสร้างอาวุธ AI…
แต่รู้มั๊ยครับว่าเรื่องนี้มีจุดบอดขนาดยักษ์ซ่อนอยู่ เพราะไอ้ชิปล้ำๆ ที่แข่งกันสร้างเนี่ย มันเป็นแค่ Market Share จิ๊บจ๊อยของการใช้งานจริงบนโลกใบนี้
ชิปส่วนใหญ่ที่เราใช้ตั้งแต่ตื่นยันหลับคือสิ่งที่วงการเรียกว่า “Legacy Chips” หรือชิปตกรุ่นนั่นแหละ
เทคโนโลยีพวกนี้อายุหลายสิบปี ต้นทุนถูกกว่ากาแฟแก้วนึงซะอีก แล้วก็ไม่ได้ผลิตในโรงงานหรูๆ ที่อเมริกาด้วย…
จุดพีกมันอยู่ตรงที่อเมริกาไปแบนไม่ให้จีนนำเข้าเครื่องจักรทำชิป AI ขั้นสูง รัฐบาลจีนก็เลยเดินเกมใหม่ที่น่ากลัวเป็นอย่างมาก
พอจีนเจอเพดานสกัดดาวรุ่ง ดันขึ้นไปทำชิปไฮเทคไม่ได้ จีนก็เลยเปลี่ยนแผนมากินรวบฐานรากแทน เทเงินรัฐหลายพันล้านดอลลาร์หันมาบุกตลาด “Legacy Chips” เต็มสูบ…
อาวุธลับของจีนที่โลกทุนนิยมตะวันตกสู้ไม่ได้เลยก็คือเงินอุดหนุนแบบไม่อั้นนี่แหละครับ
ก่อนอื่นต้องมาทำความเข้าใจกันก่อนว่า “Legacy Chips” คืออะไร
วงการนี้มักจะเรียกชิปที่ผลิตระดับ 28 นาโนเมตร หรือเก่ากว่านั้นว่า Legacy Node เทคโนโลยี 28 นาโนเมตร เริ่มใช้กันตั้งแต่ปี 2011 ซึ่งถือว่าโบราณมากในโลกเทคโนโลยี…
นอกจากนี้ยังรวมไปถึงสถาปัตยกรรมระดับ 40, 65, 90 นาโนเมตร ไปจนถึงระดับไมครอนด้วย
แน่นอนว่าไม่มีใครอยากได้ชิปโบราณไปใส่ในสมาร์ทโฟนหรือ Server AI ของ Nvidia กันอย่างแน่นอน
เพราะของพวกนั้นต้องการความแรงและประหยัดไฟขั้นสุด ซึ่งชิปจิ๋วๆ เท่านั้นที่ตอบโจทย์
แต่ถ้าจะทำรถยนต์ EV ตู้เย็นอัจฉริยะ หรือแขนหุ่นยนต์ สิ่งที่ต้องใช้คือชิปเก่าๆ พวกนี้ต่างหาก…
เหตุผลคือชิปรุ่นเก่ามีขนาดใหญ่กว่า มันเลยอึดถึกทนแบบสุดๆ Transistor ในชิป 3 นาโนเมตรเปราะบางมาก โดนความร้อนหรือคลื่นแม่เหล็กนิดหน่อยก็ไม่รอดแล้ว
แต่ “Legacy Chips” สู้ชีวิตมาก ทนร้อนในห้องเครื่องรถยนต์ได้สบายๆ ทนรังสีในอวกาศยังได้เลย
พวกมันเหมือนเป็นชนชั้นแรงงานของโลกดิจิทัล หน้าตาไม่หรูหราแต่ขาดไม่ได้เด็ดขาด…
ข้อมูลบอกเลยว่าชิปส่วนใหญ่ในโลกคือเทคโนโลยีเก่า จีนเองก็เพิ่มกำลังการผลิตกลุ่มนี้แบบก้าวกระโดด
ปี 2023 จีนกินส่วนแบ่งตลาดกลุ่มนี้ไปแล้วร้อยละ 31 ของโลก และจะพุ่งไปร้อยละ 39 ในปี 2027
ยิ่งอุตสาหกรรมยานยนต์ยิ่งขาดชิปพวกนี้ไม่ได้ รถใหม่คันนึงต้องใช้ชิปพวกนี้เป็นพันๆ ตัว พอกระแสรถ EV มาแรง ความต้องการชิปก็ยิ่งพุ่งทะยานแบบฉุดไม่อยู่…
ทั้งระบบเครื่องยนต์ พวงมาลัยพาวเวอร์ เบรก หรือจัดการแบตเตอรี่ ต้องใช้ “Legacy Chips” แบบรัวๆ
ถ้ารถยนต์คันละหลายล้านขาดชิปคุมกระจกไฟฟ้าราคาแค่ 50 เซนต์ รถคันนั้นก็ออกจากโรงงานไม่ได้เลย
ตอนนี้จีนกำลังผุดโรงงานสร้างชิปพวกนี้แบบอลังการงานสร้าง สเกลใหญ่จนโลกต้องตกตะลึง
หลายคนอาจจะงงว่าของถูกก็ดีกับผู้บริโภคไม่ใช่เหรอ แล้วจะไปกลัวทำไม…
เอาจริงภาพนี้มันคุ้นๆ เหมือนเคยดูหนังซ้ำ ประวัติศาสตร์เคยเกิดเรื่องแบบนี้มาแล้วในวงการแผงโซลาร์เซลล์
ช่วงต้นทศวรรษ 2000 ยุโรปกับอเมริกาคือเบอร์ต้นๆ เรื่องโซลาร์เซลล์ เยอรมนีคือผู้นำตลาดตัวจริงเสียงจริง
บริษัทตะวันตกกะจะกินยาวๆ เป็นร้อยปี อย่าง SolarWorld ของเยอรมนีก็ยิ่งใหญ่มากจนไปขยายฐานที่อเมริกา
แต่จีนเห็นช่องทาง เลยประกาศให้โซลาร์เซลล์เป็นยุทธศาสตร์ชาติซะเลย…
รัฐบาลจีนเปย์หนักมาก ให้ที่ดินฟรี เงินกู้ดอกเบี้ยศูนย์เปอร์เซ็นต์ คืนภาษีจุกๆ ให้โรงงานในประเทศ
ผลคือปี 2012 แผงโซลาร์เซลล์จีนราคาถูกแสนถูกไหลทะลักท่วมตลาดโลก ราคาร่วงลงไปต่ำกว่าทุนอีก
บริษัทตะวันตกที่อยู่ในระบบทุนนิยมเสรีจะเอาอะไรไปสู้ เจอของขายขาดทุนแบบนี้ก็ไม่รอดสิครับ
บริษัทจีนอย่าง Suntech ขยายตัวดุดันจนราคาตลาดโลกพังยับเยิน…
สุดท้ายบริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง SolarWorld ก็ทนพิษบาดแผลไม่ไหว ล้มละลายไปในที่สุด
ผู้บริหารฝั่งตะวันตกโวยวายกันใหญ่ว่านี่มันทุ่มตลาดผิดกฎหมายชัดๆ เล่นไม่ซื่อ
แต่วันนี้จีนยึดตลาดโซลาร์เซลล์ไปแล้วกว่าร้อยละ 90 ของโลก แผนนี้สำเร็จไปแล้วอย่างสวยงาม แล้วตอนนี้จีนก็กำลังกาง Playbook เล่มเดิมเป๊ะๆ มาใช้กับอุตสาหกรรมชิปรุ่นเก่า…
ทำไมอเมริกาถึงสู้เรื่องราคาไม่ได้ มาดูโครงสร้างต้นทุนการทำโรงงานชิปหรือ Fab กันก่อน
ต้นทุนก้อนใหญ่สุดไม่ใช่ค่าแรงหรือวัตถุดิบ แต่มันคือ Depreciation หรือค่าเสื่อมราคา
สร้างโรงงาน Fab ใหม่ทีนึงใช้เงินมหาศาลทะลุสองหมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ เงินพวกนี้จมไปกับการสร้าง Clean Room และเครื่องจักรราคาแพงมหาศาล…
ทางบัญชีเขาจะทยอยหักเงินก้อนนี้เป็นค่าเสื่อมราคาตามอายุการใช้งานเครื่องจักรประมาณ 5 ถึง 7 ปี
แปลว่าทุกปีบริษัทจะมีรายจ่ายโผล่มาปีละหลายพันล้านดอลลาร์ ชิปทุกตัวเลยต้องแบกค่าผ่อนโรงงานไปด้วย
ต้นทุนต่อชิปคือต้นทุนโรงงานบวกค่าดำเนินการแล้วหารด้วยจำนวนที่ผลิตได้ ถ้าต้นทุนโรงงานยังพุ่งปรี๊ด ราคาขายชิปก็ลดไม่ได้ ไม่งั้นโรงงานก็เตรียมตัวเจ๊งได้เลย…
แต่รัฐบาลจีนเข้ามาแทรกแซง แจกที่ดินฟรี ออกเงินกู้ดอกเบี้ยศูนย์เปอร์เซ็นต์ให้ ต้นทุนตั้งต้นแทบไม่ต้องจ่ายเอง แปลว่าค่าเสื่อมราคาในสมการต้นทุนแทบจะหายวับไปเลย
อย่างที่เซินเจิ้นหรืออู๋ซี รัฐบาลท้องถิ่นซัพพอร์ตหนักมาก ฟรีภาษีบ้าง ลดค่าเครื่องจักรบ้าง แถมยังมีกองทุน Big Fund เฟส 3 วงเงินเกือบห้าหมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐมาเป็นแบ็กอัปอีก…
บริษัทยักษ์ใหญ่จีนอย่าง SMIC ก็เพิ่งทุ่มเงินหลายพันล้านขยายกำลังผลิตชิปเก่าแบบบ้าคลั่ง
โรงงานจีนไม่ต้องตั้งราคาเผื่อผ่อนโรงงาน แค่เก็บให้พอค่าไฟ ค่าน้ำ ค่าแผ่นซิลิคอนก็พอ
แถมค่าไฟค่าน้ำรัฐก็ยังช่วยอุดหนุนให้อีกต่างหาก จีนยังคุมผลิตซิลิคอนดิบร้อยละ 80 ของโลกด้วย
ข้อได้เปรียบพวกนี้ทำให้จีนขายชิปถูกจนบริษัทตะวันตกสู้ไม่ได้เลย…
ตลกร้ายคือที่จีนขยายตลาดได้ขนาดนี้ ส่วนนึงเพราะนโยบายอเมริกาเองนั่นแหละ
ปลายปี 2022 อเมริกาแบนไม่ให้จีนเข้าถึงชิป AI และเครื่องจักรทำชิปล้ำๆ อย่าง EUV จาก ASML
กะจะสกัดดาวรุ่งไม่ให้จีนพัฒนาเทคโนโลยีทหารและ AI ไปไกลกว่านี้ แต่พอจีนซื้อเครื่องมือล้ำสุดไม่ได้ เงินเหลือเพียบ ก็เลยไปกว้านซื้อเครื่องรุ่นเก่าอย่าง DUV แทน…
เครื่อง DUV ไม่ได้โดนแบน จีนก็เลยเอามาเร่งผลิตชิปรุ่นเก่าซะล้นตลาดเลย จนตอนนี้พวกเขาสามารถพัฒนาเครื่อง DUV ที่ใช้ในสเกลอุตสาหกรรมได้สำเร็จแล้วด้วย
อเมริกากะจะปิดเพดานไม่ให้จีนพุ่งขึ้นบน แต่กลายเป็นบีบให้จีนขยายฐานออกข้างจนใหญ่ยักษ์
บริษัทตะวันตกอย่าง Texas Instruments หรือ GlobalFoundries ตอนนี้เครียดหนักมาก
พวกเขาอยู่ในตลาดทุน ต้องทำกำไรให้ผู้ถือหุ้นชื่นใจ ต้นทุนทำโรงงานในอเมริกาก็แพงกว่าเอเชียบานตะไท…
TSMC เคยบอกว่าผลิต Wafer ในไต้หวันต้นทุนหลักพันดอลลาร์ แต่ถ้าไปทำที่แอริโซนาจะแพงขึ้นเกือบสามเท่า
ถ้าโรงงานจีนขายชิปตัวละ 10 เซนต์ แต่ต้นทุนอเมริกาปาไป 50 เซนต์แล้ว จะเอาอะไรไปสู้
ผลลัพธ์คือโรงงานอเมริกาจะเสียส่วนแบ่งตลาด กำไรหด และต้องปิดตัวไปในที่สุด
ซึ่งนี่แหละการทุ่มตลาดของจริง ตอนนี้ราคาชิ้นส่วนสำคัญของรถ EV ที่เคยแพงลิ่ว จีนก็หั่นราคาซะจนน่าตกใจ…
ผู้บริหารยุโรปถึงกับโอดครวญว่านี่มันบิดเบือนกลไกตลาดชัดๆ แต่ใครจะสน บางคนอาจจะปลอบใจตัวเองว่าจีนแค่ผลิตไว้ใช้เอง แต่ตัวเลขมันฟ้องว่าจีนเตรียมครองตลาดโลกแน่ๆ
พอจีนผลิตเกินความต้องการในประเทศ ก็ต้องส่งออกมากวาดล้างตลาดโลก ถ้าโรงงานตะวันตกเจ๊งหมด โลกตะวันตกก็ต้องพึ่งพาชิปจีนแบบร้อยเปอร์เซ็นต์…
แล้วตะวันตกจะแก้เกมนี้ยังไงดี วิธีเบสิกสุดคือตั้งกำแพงภาษี สหรัฐฯ ก็เตรียมจะขึ้นภาษีชิปจีนสองเท่า แต่ชิปมันไม่เหมือนเหล็กหรือแผงโซลาร์เซลล์
มันมีปัญหาที่เรียกว่า “Embedded Chip Dilemma” ซ่อนอยู่ ชิปพวกนี้ไม่ได้แพ็กใส่กล่องส่งมาเดี่ยวๆ แต่มันฝังตัวอยู่ในสินค้าอย่างเครื่องซักผ้าหรือรถยนต์
ถ้าเก็บภาษีเฉพาะตัวชิปก็แทบไม่มีผล เพราะชิปมันถูกประกอบมาในเครื่องซักผ้าจากจีนหรือเวียดนามแล้ว…
ถ้าจะสกัดชิปจีนจริงๆ ศุลกากรอเมริกาต้องรื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าทุกชิ้นมาดูแผงวงจร ซึ่งมันเป็นไปไม่ได้เลย
ให้ลองคิดดูนะครับว่าชุดสายไฟรถยนต์ Ford F-150 อาจจะมีชิปจีนซ่อนอยู่ยี่สิบตัว จะให้เก็บภาษีรถทั้งคันเลยรึไง บริษัทอเมริกากว่าร้อยละ 44 ยังไม่รู้เลยว่าสินค้าตัวเองมีชิปจีนซุกอยู่ไหม
ถ้าเก็บภาษีมั่วซั่ว คนอเมริกันนั่นแหละต้องแบกรับภาระของแพง ซวยกันถ้วนหน้า… คนกำหนดนโยบายอเมริกาตอนนี้ปวดหัวตึ้บ จะเลือกทางไหนก็เจ็บตัว
ทางออกที่ดูดีสุดคือคว่ำบาตรแบบฉลาดๆ ให้เลิกใช้ชิปจีนโดยไม่กระทบเงินเฟ้อ
แต่มันทำยากเว่อร์ๆ ทางเลือกเดิมๆ อย่างตั้งกำแพงภาษีก็พอช่วยบริษัทในประเทศได้บ้าง แต่คนซื้อต้องรับกรรมจ่ายของแพง
แต่ทางเลือกที่พังพินาศที่สุดคือการปล่อยเบลอ ไม่ทำอะไรเลย ยอมให้จีนทุ่มตลาดจนกินรวบ…
ซึ่งถ้าปล่อยไว้แบบนี้ โรงงานชิปเก่าแก่ฝั่งตะวันตกก็เตรียมตัวเก็บของกลับบ้าน ล้มละลายได้เลย
นั่นหมายความว่าอเมริกาต้องยกธงขาว ยื่นกุญแจคุมฮาร์ดแวร์โลกให้กับคู่แข่งเบอร์หนึ่งอย่างถาวร
เรื่องนี้สอนให้รู้เลยว่า สงครามยุคนี้ไม่ได้วัดกันที่ใครมีของเล่นล้ำสุดไฮเทคสุด
แต่วัดกันที่ว่าใครคุมรากฐานเทคโนโลยีที่ทุกคนบนโลกต้องใช้ต่างหาก เพราะใครที่คุมฐานได้ คนนั้นคือผู้ชนะตัวจริง…
References : [bloomberg,reuters,cnbc,wsj,ft]
=========================
😴 นอนไม่หลับ? 😴 หลับไม่สนิท?
=========================
ใครที่มีปัญหานอนไม่สนิท ตื่นมาแล้วเพลียเหมือนผมบ้างครับ ผมอยากแนะนำ Diip CBD ที่มีทั้งแบบกัมมี่และแคปซูล
พอดีผมได้ลองใช้เองมาเพียงแค่อาทิตย์แรก บอกเลยว่าชีวิตเปลี่ยน ปัญหาเรื่องการนอนหมดไปเลยครับ สนใจแอดไลน์ @diipgeek มีผู้เชี่ยวชาญดูแลคอยปรึกษาตลอด 24 ชั่วโมง
The original article appeared here https://www.tharadhol.com/or-will-china-win/
ติดตามสาระดี ๆ อัพเดททุกวันผ่าน Line OA ด.ดล Blog
คลิกเลย --> https://lin.ee/aMEkyNA
——————————————––
ติดตาม ด.ดล Blog เพิ่มเติมได้ที่
=========================
โฆษณา