14 ส.ค. เวลา 05:07 • ประวัติศาสตร์

รอยเลือดและเส้นทางสายไหม “เจงกิสข่าน” มหาบุรุษผู้ลบประชากรโลกไป 11%

การผงาดขึ้นสู่อำนาจของ “เจงกิสข่าน (Genghis Khan)” ผู้ก่อตั้งจักรวรรดิมองโกล ในช่วงต้นศตวรรษที่ 13 ได้พลิกโฉมโลกใบนี้ในแบบที่นักปกครองน้อยคนนักจะทำได้
จากทุ่งหญ้ากว้างใหญ่แห่งมองโกเลีย เจงกิสข่านได้รวบรวมเผ่าเร่ร่อนให้เป็นหนึ่งเดียว และสร้างกองทัพที่เข้ากวาดล้างทั่วทวีปเอเชียและยุโรปด้วยความเร็วและความแม่นยำที่ไม่มีใครเทียบได้ กองทัพของเขาเข้ายึดครองดินแดนอันกว้างใหญ่ตั้งแต่จีนไปจนถึงตะวันออกกลาง ทั้งเมืองต่างๆ เส้นทางการค้า และอาณาจักรทั้งหมดต่างถูกสยบให้อยู่ภายใต้ผืนธงมองโกลเพียงผืนเดียว ขนาดของความเสียหายนั้นก็ใหญ่หลวงเกินประเมิน นักประวัติศาสตร์คาดว่ามีผู้เสียชีวิตหลายสิบล้านคนระหว่างการทำศึกของมองโกล
เมืองต่างๆ ถูกบดขยี้ทำลายล้างและประชากรถูกกวาดล้างตลอดเส้นทางที่กองทัพผ่าน พื้นที่ทั้งภูมิภาค เช่น บางส่วนของเปอร์เซียและจีนตอนเหนือ ต้องใช้เวลานานหลายร้อยปีกว่าจะฟื้นตัวจากความพินาศนี้ และการพิชิตศึกดังกล่าวก็ส่งผลกระทบต่อการค้า เกษตรกรรม และโครงสร้างประชากรในระดับโลก โดยนักวิชาการบางท่านถึงกับเสนอว่า การรุกรานของมองโกลเป็นสาเหตุให้ประชากรโลกในช่วงศตวรรษที่ 13 ลดลงถึง 11%
อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางระลอกคลื่นแห่งความโหดร้ายนี้ ก็ได้ให้กำเนิดหนึ่งในอาณาจักรที่มีผืนแผ่นดินติดต่อกันที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ เชื่อมโยงโลกตะวันออกและตะวันตกเข้าด้วยกันอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน
แม้จะเต็มไปด้วยคราบเลือดและร่องรอยการสูญเสีย แต่ในที่สุด การปกครองของมองโกลก็ได้เปิดเส้นทางสายไหมให้มีความปลอดภัยสำหรับการค้าและการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรม อันเป็นการวางรากฐานและกำหนดทิศทางประวัติศาสตร์โลกไปอีกหลายยุคสมัย
2
โฆษณา