เมื่อวาน เวลา 01:57 • ธุรกิจ
สิ่งที่กำลังนึกคิด มันเป็นอารมณ์ ส่งลงมาปกคลุม ที่วิญญาณทั้งหก ทั้งสมอง .พอนึกคิด รถมันติด .อารมณ์ที่เกิดขึ้น ก็สังตา ไปมอง รถมันติด พอสิ้นเดือน นึกคิด ว่าเงินหมด อารมณ์มันก็ ปกคลุมวิ่งทั้งหกปกคลุมหัว ต้องให้ตา ใช้หู .ไม่มองดู .ที่ไหนมา เงินพอจะหามา ซื้อข้าวของเลี้ยงชีวิต ประทังชีวิตไปได้
.นั่น ก็เป็นอารมณ์ไปเสียทั้งหมด กายนี้ เป็นทาสของอารมณ์ เดี๋ยวเรื่องนั้นเรื่องนี้ ต่อเนื่องสลับ ไปเรื่อย จิตนี้ กายนี้มีแต่กรรม นำพาให้เป็นไป อยู่ไปกิน กับนอน ก็แก่ เจ็บ ตาย. เป็นทางเดิน ที่จิตนี้ อาศัยกายชั่วขณะหนึ่งหนีไม่ได้เลย เบี้ยงหลัง .ที่ได้กายมาอาศัย ก็มีอารมณ์กรรม ชักนำให้ใช้ กาย วาจา ใจไปยึดถือ ไปกระทำ อะไรต่างๆ สะสมทุกวัน ๆ ไปเลย โดยไม่รู้จักอารมณ์นึกคิด นั้น อุปโลกน์ ให้มีกายวาจาใจ เป็นกรรมเกิดขึ้น รู้จักไม่ไดเลย
.ไปอ่านตำรับตำรา ต่างมา จดจำได้ แต่ก็ไม่รู้จัก จิตที่อาศัยในกายนี้ได้ นั้น ก็คือ เกิดมามีกาย ไม่สามารถแก้ไข เรียนรู้จัก .จิตของตัวเอง ว่า เอ. ทำไมต้องมีกายมาเดิน เตะก้อนหิน ในโลก .แล้ว ก็จากลา ออกจากกายมนุษย์ จะไปได้กายเป็นอะไร วนเวียนไป เกิดตายๆ หาที่สิ้นสุดไม่ได้
จิดดวง .มาอาศัยกาย .จากกายก็ไปแต่จิตดวงเดียว ไม่มีใคร มีมีญาติ ไม่มีพี่น้องตามไปด้วย น่าวังเวง น่ากลัว เปล่าเปลี่ยว ไม่รู้จักว่า จะเจอะเจออะไร ทุกข์ หรือสุข ไม่อาจรู้ได้ . แต่นั้นก็ มีเมื่ออาศัยกายชั่วขณะหนึ่ง เราใช้กายนี้เป็น เราก็สามารถเรียนรู้ ทำในสิ่งที่เป็นคุณ
แก่จิต เรียนรู้ได้ . ที่เค้า ว่า กายมนุษย์เป็นกายประเสริฐ สามารถนำกายมาเร๊ยนรู้จักดีชั่วได้ สิ่งไหนทำให้ทุกข์ เป็นทางชั่ว เราก็ถอยออกมา แ่ล้ว การที่จะเรียนรู้จักอารมณ์นึกคิด ได่ชัดเจน ต้องสร้างคำว่าบุญกุศล ให้กายเป็นบุญ
เมื่อกายเป็นบุญ เราก็ใช้กายนี้มาปฏิบัติธรรม เราก็สามารถ รับรู้ได้ว่า ธรรมนั้น นำกายวาจาใจ ไปหาธรรม เค้าทำกันที่ตรงไหน ทำที่กายนิ่งจิตเฉย ไม่มีอารมณ์นึกคิดอะไรเลย คราวนี้ เมื่อกายไม่นิ่ง จิตไม่เฉย มันลุกลี้ลุกลน อยู่นิ่งไม่ได้ ขังคับกายไม่ได้ สิ่งที่บังคับกายไม่ได้ เพราะจิตนี้ มีแต่อารมณ์กรรม มีตัวนึกคิด อุปโลกน์เรื่องนั้นนี้ หยุดยั่ง กรรมไม่ได้เลย เรื่องนั้นเรื่องนี้เกิด ก็ต้องเกิดตาย นับชาติไม่ได้ ชอบเกิดบ่อยๆ ก็ไม่ต้องอาศัยกายนี้ มาเรียนรู้จักกรรมแล้วหนีกรรม . เกิดตายบ่อย ๆแน่นอน
โฆษณา