เมื่อวาน เวลา 06:03 • ไลฟ์สไตล์
วัดพระธาตุหริภุญชัย วรมหาวิหาร

วัดพระธาตุหริภุญชัย วรมหาวิหาร

วัดแรกที่แตะพื้นลำพูน ไฮไลท์ที่เก็บไว้สุดท้ายเลย เข้ามาก้อแบบว่าทามมายสวยอย่างนี้ วัดมีบริเวณกว้างมาก ไม่ควรมาแบบรีบๆ มีจุดเข้าชมหลายจุด บริเวณด้านหน้าวัดจะมีร้านขายของพื้นเมืองให้ได้เดินช้อปปิ้งกัน ส่วนใหญ่จะเป้นเสื้อผ้าพื้นเมือง เราเองก้อได้เสื้อมาตัวหนึ่งเช่นกัน กะไว้ใส่นั่งสมาธิ ร้านบอกว่าไม่ตก สุดท้ายสีก้อตกเช่นเคย เห้อ หลายตัวล่ะกะคำว่าสีม่ายตก นอกจากผ้าพื้นเมืองแล้วก้อมีผ้าม่าน รวมทั้งร้านอาหารอร่อย ๆ ก็ตั้งอยู่รอบ ๆ วัด หลังจากนั่งรถรางจบเราก้อมาหาไรทานแถวนี้ช่วงเที่ยงเหมือนกัน
เปิดให้เข้าเที่ยวชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา 07.00-18.00 น. ด้านหน้าซุ้มประตู มีสิงห์คู่ สูงประมาณ 3 เมตร ยืนสง่าบนแท่นสูงประมาณ 1 เมตร สร้างในสมัยพระเจ้าอาทิตยราช มีลักษณะเป็นซุ้มประตูแบบสมัยศรีวิชัย ก่ออิฐถือปูน ประดับลวดลายอย่างอ่อนช้อยและวิจิตรงดงาม อีกทั้งยังประดับด้วยปลายปูนปั้นรูปดอกบัว ยอดซุ้มประตูเป็นปราสาทประดับด้วยเจดีย์ขนาดเล็กห้าองค์
วัดพระธาตุหริภุญชัย วรมหาวิหาร เดิมทีเป็นพระราชวังของพระเจ้าอทิตยราชกษัตริย์ผู้ครองนครหริภุญชัย องค์ที่ ๓๓ ต่อจาก พระนางจามเทวี ปฐมบรมกษัตริย์ของเมืองหริภุญชัย บริเวณกำแพงพระราชวังของพระเจ้าอาทิตยราชได้แบ่งออกเป็น ๒ ชั้น คือ ชั้นนอกและชั้นใน ในกาลต่อมาภายหลังพระเจ้าอาทิตยราช ได้ถวายราชวังของพระองค์ให้เป็นสังฆารามไว้กับทางพระพุทธศาสนาเมื่อถวายเป็นสังฆารามแล้ว ได้รื้อกำแพงชั้นนอกออกแล้วปั้นสิงห์คู่หนึ่งไว้ที่ซุ้มประตูด้านทิศตะวันออก เป็นสิงห์ขนาดใหญ่ประดับเครื่องทรงยืนอ้าปากประดิษฐานไว้แทน
ตามคติโบราณทางเหนือซึ่งนิยมสร้างสิงห์เฝ้าวัด วัดพระธาตุหริภุญชัย จึงมีกำแพงสองชั้นตามรูปลักษณ์ของพระราชวังเดิมของพระเจ้าอาทิตยราช คือ รอบบริเวณวัดชั้นนอกชั้นหนึ่ง และก่อกำแพงเป็นศาลาบาตรรอบองค์พระธาตุหริภุญชัยเป็นกำแพงชั้นในอีกชั้นหนึ่ง
ตั้งอยู่ใจกลางเมืองลำพูนมีถนนล้อมรอบสี่ด้าน สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 1651 มีสิ่งที่น่าสนใจคือ ซุ้มประตูซึ่ง ก่อนที่จะเข้าไปในบริเวณวัด ต้องผ่านซุ้มประตูก่ออิฐถือปูนประดับลวดลายวิจิตรพิสดาร เป็นฝีมือโบราณสมัยศรีวิชัย ประกอบด้วยซุ้มยอดเป็น ชั้น ๆ เบื้องหน้าซุ้มประตูมีสิงห์ใหญ่คู่หนึ่งยืนเป็นสง่าบนแท่นสูงประมาณ 1 เมตร สิงห์คู่นี้ปั้นขึ้นใน
สมัยพระเจ้าอาทิตยราชเมื่อทรงถวายวังให้เป็นสังฆารามวิหารหลวง เมื่อผ่านซุ้มประตูเข้าไปแล้วจะเห็นวิหารหลังใหญ่ เรียกว่า วิหารหลวง เป็นวิหารหลัง ใหญ่มีพระระเบียงรอบด้านและมีมุขออกทั้งด้านหน้าและด้านหลัง เป็นวิหารที่สร้างขึ้นใหม่แทนวิหารหลังเก่า ซึ่งถูกพายุพัดพังทลายไปเมื่อ พ.ศ. 2466
เป็นพระธาตุประจำปีระกา หากผู้ที่เกิดปีนี้ได้มากราบไหว้ขอพรก็จะเป็นการเสริมสิริมงคลให้กับชีวิต ภายในวิหารหลวง มีพระประธานเป็นพระพุทธรูปปูนปั้นปางมารวิชัย และมีอีก 2 องค์ตั้งอยู่ด้านหน้าพระประธาน
นอกจากนี้ยังมีพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติหริภุญไชย ซึ่งตั้งอยู่บริเวณหน้าวัดให้ได้ไปเรียนรู้ประวัติศาสตร์และเที่ยวชมข้าวของเครื่องใช้โบราณกันอีกด้วย
อ้างอิง
โฆษณา