15 ส.ค. เวลา 06:53 • ท่องเที่ยว
พิพิธภัณฑ์ศิลปะโอสึกะ

เดินทางรอบโลกผ่านศิลปะในวันเดียว ณ Otsuka Museum of Art

หากมีใครบอกว่า เราสามารถชมผลงานของเลโอนาร์โด ดา วินชี ไมเคิลแองเจโล โมนต์ แวนโก๊ะ เรอนัวร์ โกยา และปิกัสโซได้ภายในวันเดียว หลายคนคงคิดว่าเป็นไปไม่ได้
แต่ที่เมืองนารูโตะ จังหวัดโทคุชิมะ บนเกาะชิโกกุ มีพิพิธภัณฑ์แห่งหนึ่งที่พาเราเดินทางข้ามทวีปและกาลเวลา ไปพบผลงานศิลปะชิ้นเอกของโลกได้โดยไม่ต้องขึ้นเครื่องบินหลายต่อ
เดินออกมาด้านนอก จะเห็นสะพานเชื่อมเกาะระหว่างฝั่งคันไซมาโทคุชิมะ
ที่นี่คือ Otsuka Museum of Art พิพิธภัณฑ์ศิลปะที่ไม่ได้เก็บ “ผลงานต้นฉบับ” แต่รวบรวมภาพจำลองขนาดเท่าของจริงกว่า 1,000 ชิ้น จากพิพิธภัณฑ์กว่า 190 แห่งใน 26 ประเทศ มาถ่ายทอดลงบนแผ่นเซรามิกอย่างประณีต ทั้งสีสัน ขนาด และรายละเอียดของผลงาน
แม้จะรู้ดีว่าภาพตรงหน้าไม่ใช่ต้นฉบับ แต่เมื่อได้ยืนอยู่ใกล้ ๆ ความยิ่งใหญ่ของศิลปะก็ยังส่งพลังมาถึงผู้ชมได้อย่างน่าประหลาด
Otsuka Museum of Art เปิดให้บริการในปี พ.ศ. 2541 เพื่อฉลองวาระครบรอบ 75 ปีของกลุ่มบริษัท Otsuka โดยนำเทคโนโลยีการถ่ายทอดภาพลงบนแผ่นเซรามิกมาใช้จำลองผลงานศิลปะระดับโลก
ภาพโมนาลิซ่าแบบเซรามิก เสมือนจริงจนนึกว่าภาพจริง
ข้อดีของเซรามิกคือทนทานต่อแสง ความชื้น และการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อม จึงช่วยเก็บรายละเอียดและสีสันของภาพไว้ได้ยาวนาน ผู้ชมยังสามารถเข้าไปพิจารณาฝีแปรง องค์ประกอบ และรายละเอียดต่าง ๆ ได้อย่างใกล้ชิด รวมทั้งถ่ายภาพได้เกือบทุกพื้นที่
ประสบการณ์ที่นี่จึงต่างจากการชมงานต้นฉบับในพิพิธภัณฑ์ชื่อดัง ซึ่งบางครั้งเราต้องยืนอยู่ท่ามกลางฝูงชน มองภาพผ่านกระจก หรือมีเวลาอยู่ต่อหน้าผลงานเพียงไม่กี่นาที
จากภายนอก อาคารของ Otsuka Museum of Art ดูเรียบง่ายและกลมกลืนไปกับภูเขาบริเวณช่องแคบนารูโตะ จนยากจะคาดเดาว่าภายในมีพื้นที่จัดแสดงขนาดใหญ่ซ่อนอยู่
เมื่อผ่านทางเข้า เราจะขึ้นบันไดเลื่อนยาวประมาณ 40 เมตรเข้าสู่พื้นที่จัดแสดง ก่อนเริ่มต้นการเดินทางผ่านประวัติศาสตร์ศิลปะตะวันตก ตั้งแต่อารยธรรมกรีก–โรมัน ยุคกลาง เรอเนสซองส์ บารอก อิมเพรสชันนิสม์ ไปจนถึงศิลปะสมัยใหม่
เส้นทางเดินชม 4 กิโลเมตร เดินง่ายไม่ซับซ้อน มีลูกศรบอกทางตลอด
เส้นทางชมทั้งหมดมีความยาวประมาณ 4 กิโลเมตร หากตั้งใจชมอย่างละเอียดควรเผื่อเวลาอย่างน้อยครึ่งวัน ส่วนคนรักศิลปะอาจใช้เวลาอยู่ที่นี่ได้ตั้งแต่เช้าจรดเย็นโดยไม่รู้สึกเบื่อ
ไฮไลต์แรกที่ทำให้ทุกคนต้องหยุดมองคือ Sistine Hall ห้องจำลองโบสถ์น้อยซิสทีนแห่งนครรัฐวาติกันในขนาดเท่าของจริง ทั้งภาพบนเพดานและผนังจากฝีมือของไมเคิลแองเจโล
ห้องจำลองโบสถ์น้อยซิสทีนที่เราใช้เวลาซึมซับความอลังการอยู่พักใหญ่
ทันทีที่ก้าวเข้าไป เราจะพบกับโถงสูงใหญ่ที่โอบล้อมด้วยภาพเขียนอันตระการตา ต้องเงยหน้ามองรายละเอียดบนเพดาน พร้อมกับค่อย ๆ หมุนตัวชมภาพที่อยู่รอบด้าน ความรู้สึกในวินาทีนั้นใกล้เคียงกับการได้เดินทางไปยืนอยู่ในกรุงโรมจริง ๆ
จากนั้นจึงค่อยเดินต่อไปพบผลงานคุ้นตาอย่าง The Last Supper, Mona Lisa, The Birth of Venus, Sunflowers, The Night Café, Water Lilies และ Guernica ซึ่งอยู่ร่วมกันภายใต้หลังคาเดียว
ความสนุกไม่ได้อยู่เพียงการได้พบภาพดังระดับโลก แต่ยังอยู่ที่การเห็นความเปลี่ยนแปลงของศิลปะแต่ละยุคอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่งานที่ผูกพันกับศาสนาและความศรัทธา มาสู่การสนใจมนุษย์ ธรรมชาติ แสง สี ตลอดจนความรู้สึกนึกคิดของศิลปิน
มีรอบไกด์นำชม และผู้คนรอฟังกันเนืองแน่น
การเดินชมจึงคล้ายกับการเปิดหนังสือประวัติศาสตร์ศิลปะเล่มใหญ่ เพียงแต่ภาพทุกภาพปรากฏอยู่ตรงหน้าในขนาดเต็ม ให้เราเดินเข้าไปสำรวจได้ด้วยตัวเอง
หลังจากชมงานศิลปะภายในอาคารมาหลายชั่วโมง ลองออกมาพักที่สวนซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากบ้านและสวนของโกลด โมเนต์ ณ หมู่บ้านชีแวร์นี ประเทศฝรั่งเศส
บ่อน้ำและดอกบัวในสวนทำให้ภาพชุด Water Lilies ซึ่งเพิ่งชมภายในอาคารดูเหมือนมีชีวิตขึ้นมา โดยเฉพาะช่วงที่ดอกบัวบาน บริเวณนี้จะกลายเป็นมุมพักสายตาและถ่ายภาพที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่งของพิพิธภัณฑ์
สวนบัวของโมเน่ต์ ทางเดินวงกลมใกล้ Cafe de Gevieny
ใกล้กันคือ Café de Giverny คาเฟ่ที่มองเห็นบ่อบัว มีทั้งเครื่องดื่ม ของหวาน แกงกะหรี่ และอาหารจานเบา เหมาะสำหรับนั่งพักก่อนกลับไปเดินชมงานต่อ ส่วนผู้ที่ต้องการรับประทานอาหารกลางวันแบบจริงจังสามารถแวะ Restaurant Garden ซึ่งมีทั้งอาหารญี่ปุ่นและอาหารตะวันตก
มื้อกลางวันที่เห็นสระบัวด้านนอก สบายตายิ่งนัก
ด้วยจำนวนผลงานกว่า 1,000 ชิ้น เราไม่จำเป็นต้องพยายามหยุดดูทุกภาพ เพียงเลือกยุคหรือศิลปินที่สนใจ แล้วเผื่อเวลาให้กับผลงานที่ดึงดูดสายตาเป็นพิเศษ การชมแบบไม่เร่งรีบจะทำให้เราได้สังเกตทั้งการใช้สี แสง องค์ประกอบ และอารมณ์ที่ซ่อนอยู่ในภาพมากกว่าเดินไล่เก็บจำนวนห้องให้ครบ
สิ่งที่ไม่ควรลืมคือรองเท้าที่เดินสบาย เพราะระยะทางรวมประมาณ 4 กิโลเมตรไม่ใช่น้อย ๆ หากมีเวลาทั้งวัน แนะนำให้มาเปิดพิพิธภัณฑ์ เดินชมช่วงเช้า พักรับประทานอาหารกลางวัน แล้วค่อยกลับไปสำรวจห้องที่เหลือในช่วงบ่าย
พื้นที่แสนโอ่โถงของพิพิธภัณฑ์ เหนื่อยเดินก็นั่งลงพักขา ค่อย ๆ ใช้เวลาพินิจภาพตรงหน้าอย่างสบายใจ
Otsuka Museum of Art อาจไม่มีภาพต้นฉบับแม้แต่ชิ้นเดียว แต่กลับทำหน้าที่สำคัญด้วยการย่นระยะห่างระหว่างผู้คนกับศิลปะ เปิดโอกาสให้เราเห็นขนาดจริงของผลงาน เปรียบเทียบศิลปะต่างยุค และทำความเข้าใจพัฒนาการทางความคิดของมนุษย์ตลอดหลายพันปี
สำหรับคนที่ยังไม่มีโอกาสเดินทางไปตามพิพิธภัณฑ์ทั่วโลก ที่นี่คือประตูบานใหญ่สู่ผลงานระดับตำนาน ส่วนคนที่เคยเห็นต้นฉบับมาแล้ว ก็อาจได้มองภาพเหล่านั้นอีกครั้งในบริบทใหม่
บางครั้งการเดินทางรอบโลกอาจไม่ต้องใช้ตั๋วเครื่องบินหลายใบ เพียงก้าวเข้าสู่ Otsuka Museum of Art โลกทั้งใบของศิลปะก็เปิดออกตรงหน้าแล้ว
ตัวอาคารจะมีบริเวณด้านนอกให้เราออกไปสูดอากาศเป็นระยะ
ข้อมูลการเข้าชม
สถานที่: Otsuka Museum of Art เมืองนารูโตะ จังหวัดโทคุชิมะ ประเทศญี่ปุ่น
เวลาเปิด: 09.30–17.00 น. จำหน่ายบัตรเข้าชมถึงเวลา 16.00 น.
วันหยุด: วันจันทร์ หากตรงกับวันหยุดนักขัตฤกษ์จะปิดในวันถัดไป มีวันหยุดต่อเนื่องบางช่วงในเดือนมกราคมและวันหยุดพิเศษ ส่วนเดือนสิงหาคมเปิดทุกวัน
บัตรเข้าชม มีตู้จำหน่ายอัตโนมัติด้านหน้า สะดวกมาก
ค่าเข้าชม:
• ผู้ใหญ่ 3,300 เยน
• นักศึกษามหาวิทยาลัย 2,200 เยน
• นักเรียนประถม มัธยมต้น และมัธยมปลาย 550 เยน
ป้ายขึ้นรถเมล์ด้านหน้าสถานี JR Tokushima มีป้ายบอกชัดเจนว่าขึ้นที่จุดไหน
การเดินทาง: จาก JR Naruto Station นั่งรถบัสไปลงป้าย Otsuka Kokusai Bijutsukan-mae ซึ่งอยู่หน้าพิพิธภัณฑ์ หากเดินทางจากโอซาก้าหรือโกเบ มีรถบัสด่วนบางสายวิ่งมายังบริเวณพิพิธภัณฑ์ ควรตรวจสอบตารางเดินรถล่วงหน้า
หมายเหตุ: เวลาเปิด–ปิด วันหยุด และบริการภายในอาจเปลี่ยนแปลง ควรตรวจสอบปฏิทินเปิดทำการจากเว็บไซต์ของพิพิธภัณฑ์ก่อนเดินทาง
โฆษณา