15 ส.ค. เวลา 23:45 • ความคิดเห็น
มายาของโลก .
ในคำว่า โลก ที่หมุนสลับ ผลัดเปลี่ยน กลางวันกลางคืน มีน้ำขึ้นน้ำลง มีสิ่งที่ว่า ปั้นเป็นรูปขึ้นมา เอาคิน น้ำ ลม ไฟ มาปั้นเป็นรูปสิงสาราสัตว์ต่างๆขึ้น รูปที่ปั้น ก็ตั้งอยู่ไม่นาน มีอายุขัย ไปตาม นับ วันเดือนปี ถึงเวลาหมดอายุขัยก็ตาย คราวนี้ ก็มีเรือ่งของจิต ที่มีกรรม นับจิตเป็นอสงไขยๆ เวียนว่ายตายเกิด ที่นรก สัตว์เปรต อสุรกาย เทพอินทร์พรหม
ในแต่ละยุคสมัย ก็มี . ดินฟ้าอากาศ .หนุนนำ จิตที่มีกรรม มาเกิด ในกายที่มีรูปพ่อแม่เป็นมนุษย์ ยุคทีจิตวิญญาณเจริญ ก็ไม่ได้ส่งเสริมความเจริญทางวัตถุ ยุคที่วัตถุเจริญ เรื่องจิตวิญญาณ ศาสนาก็หายไป เรื่องที่จะพัฒนาจิตวิญญาณ ที่มาอาศัยกายมนุษย์ ให้ทำเรื่องราว ดีๆให้แก่จิตของตนก็น้อยลงไป
เรื่องราว มีพระท่านเล่าเรื่องราว เรื่องราวเทคโนโลยี ต่างๆ ที่มนุษย์คิดค้นกันขึ้นมาได้ ก็มีเรื่องราว ที่ว่า ความเจริญวัตถุ เทคโนโลยีต่าง นั้น.เอามาเพื่อทำลาย มนุษย์ด้วยกันเอง เพราะยุุคนี้ จิตที่มาจากอบายภูมิ มาเกิดกันมาก
เมื่อมีกายเป็นมนุษย์ ที่ว่า มีสติปัญญา รู้จักดีชั่วได้ ขยับขยายจิต ช่วยเหลือเกื้อกูล เห็นอกเห็นใจกัน มันหายไป การเรียนรู้รับรู้ ก็ได้แค่จดจำ แล้วในกาย ในโลกนี้ ก็มีอารมณ์โลภโกรธหลง มีมายาต่างๆมากมาย มีโบกธรรม เมื่อมนุษย์ยุคสมัยนี้ ละเลย เรื่องราวศาสนา ดินฟ้าอากาศ ก็จะมีการเก็บกววดจิตมนุษย์
การเก็บกวาดจิต ก็เก็บด้วยสงคราม เรื่องข้าวยากหมากแพง เรื่องราวเอารัดเอาเปรียบ เรื่องราวภัยพิบัติต่างๆ เชื้อโรคต่างๆ ที่ทำให้มนุษย์ ๖ายคราวละมากๆ มนุษย์ก็จะน้อยลงไปๆ ต่อไป มนุษย์ ก็จะไม่รู้จักคำว่า พ่อแม่นั้นมีพระคุณ เหมือนจิตผู้ที่มีกรรม ไปอาศัยในรูปสิงสาราสัตว์ ที่พบเห็นด้วยสายตา
เรรเคยได้ฟัง เรื่องราวของพระ ที่ท่านคุยกับพญามาร ท่านบอกพญามารว่า ข่วยเปิดหนทางให้คนเข้าถึงธรรมได้มั้ย พญามารบอกว่า สมองของมนุษย์ยุคนี้ ทำไม่ได้ .แล้วบอกว่า ง่ายนิดเดียว .ก็อย่าไปนิดถึงข้าพเจ้าเลย ข้าพเจ้ามีหน้าที่รับใช้ นึกถึงเมื่อไหร่ ก็มารับใช้
ยุคสมัยนี้ โลกเค้าปิดหนทาง ที่ว่า จับตนค้นตน ให้รู้จักนิสัยเสรกรรมในตัวตน ที่มีความหลง หลง.ในสิ่ง ที่นำพาจิต ลงอบาย จิตนั่นไม่สามารถเรียนรู้จักได้ เช่น คำว่า นรก ก็พูดกันได้ บ้างก็ว่า เคยตายไปเห็นนรก แต่ก็แค่เห็น เค้าปิดกั้น ไม่ให้รับรู้ทุกข์ รับความรู้สึกในนรกได้ เพราะรับรู้ได้ก็ตาย จึงไม่สามารถ ที่จะอาศัยกายมนุษย์ ยกกายยกจิตให้พ้นอบาย
เหมือนว่า เห็นแล้ว ก็ไม่เห็นมีอะไร .จิตที่ถูกปกปิดก็เป็นเช่นนั้น จิตที่มาอาศัยกายมนุษย์ ก็เคย อดีตเคย ตกนรก เป็นเปรต อสุรกาย สัตว์ต่างๆ เคยเป็นมา เคยเป็นเทพยดาอินทร์พรหมก็มี การที่มาอาศัยกายมนุษย์ ที่ว่า มาเรียนรู้ได้ แก้ไขได้ ก็เลยเป็นโมฆะ เมื่อจิตออกจากกายมนุษย์
นี้ ก็พระท่านเตือนๆ มาตลอด หลายปีว่า ให้รีบสร้างบุญกุศลบารมีกันน่ะ เวลาเหลือน้อยแล้ว . กายนี้ต้องตายแน่ . เมื่อถึงคราวตาย ก็ให้มีบุญกุศลบารมี ติดไปธาตุทั้งสี่ ที่จิตนั้นบันทึกไว้
มีภาพที่ว่า ตาบันทึกภาพ หูบันทึกเสียงขิงตัวเอง นำกายนี้มาสร้างบุญกุศล ให้วิญญาณทั้งหก บันทึก ส่งให้จิต จิตบันทึกลงที่ธาตุทั้งสี่ ที่เหมือน ชั้นที่เค้าเก็บ หน่วยความจำ เรื่องราวของกาย ที่จริง. ก็มีความพิเศษ ที่จิตนั้น นำมาฝึกหัดได้ เรียนรู้เข้าไปถึง คำว่า ธาตุทั้งสี่ ที่ประกอบ กายให้จิตมนุษย์อาศัย เรียนรู้จัก เข้าถึงได้
เรื่องราวของการขยับขยายจิต ที่เจ้าไปเรียนรู้จักได้ ก็เรื่องราวของแสงรัตนะ ทำอย่างไร ให้จิตนั้น มีแสงรัตนะส่องเข้ามาที่จิต ที่จะช่วยเหลือจิต ในเกิดปัญญาขึ้นมาได้ ปัญญาที่ช่วยให้จิตมองเห็นช่องทาง ให้จิต พ้นทุกข์ . ยุติการเกิดได้ . เรื่องราวอย่างนี้ จิตแต่ละดวงที่มีกายเป็นมนุษย์ต้องสร้างขึ้นมา ด้วยจิตของตนเอง เอาจิต มาเรียนรู้ขึ้นมา พึ่ง AI ไม่ได้เลย เรื่อง AI นั่นก็เหมือนวัตถุสิ่งของในโลก เราไปหลงใหล เราจะไม่มีเวลา แบ่งเวลา มาสร้างบุญกุศลปฏิบัติธรรมขึ้นมาไม่ได้เลย
ในหมู่ดวงดาว ที่มีจิตที่เป็นนามธรรมอาศัย เค้ามีหูทิพย์ตาทิพย์ มียานต่างๆ มีโลกเรานี่แหละ ล้าหลังเค้า แต่นั่นแหละจิตที่เป็นนามธรรม ตามดวงดาว ถึงเวลาหมดบุญหนุนนำเค้าก็ ต้องมาเกิดเป็นมนุษย์ เพราะ โลกมนุษย์ นั่น เป็นสถานที่ ที่จะช่วย ให้จิตนั้น แก้ไข กรรม ที่ทำให้เวียนว่ายตายเกิด ไปถึงยุติการเกิดได้ .มีแต่ โลกมนุษย์เท่านั้น ที่สามารถ ใช้สติปัญญาของตน มาแก้นิสัยเวรกรรม
มีชำระสะสางไปจนถึง กรรมที่อยู่กับธาตุุสี่ ที่ว่า เจียรไนกาย วิญญาณทั้งหก จนเป็นแก้วบริสุทธิ์ เรื่องราวเหล่านี้ ก็ยากจะเข้าใจ หากไม่ได้ เจอะเจอ พระอรหันต์สาวกขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ที่ท่านก็.ยังอยู่ตามสถานที่ต่างๆ ตั้งแต่ต้นพุุทธกาย ท่านอยู่ตาถ้ำลึก ภูเขาสูง ถ้ำในท้องทะเล .ท่านช่วยพยุงศาสนาขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ยังไม่ได้เจ้าดินแดนพระนิพพาน เพราะต้องเจียระไนธาตุให้บริสุทธิ์ผุดผ่องจริงๆ
มีอยู่คราวหนึ่ง มีพระ มาจากทะเลจีน ท่านมาสอน มาแนะนำเล่าเรื่องราว ดินแดนชั้นดาวดึงส์ ท่านก็บอกให้ทำกายนิ่ง เป็นเสาไปเลย ให้จิตนิ่ง ก็ขอ ให้องค์ท้าวสักกะเทวราช เปิดหนทางให้ เพราะไม่ใช่ว่า จะเข้าไปได้ ไปเดินเล่น เหมือนท่องเที่ยวด้วยกาย นี่เอาจิตไป .ต้องไม่อารมณ์นึกคิด เราก็เห็นแต่เป็นหมอกควัน แต่ก็ ได้เจอ องค์พระอัมรินทร์ราชาธิราช เป็นรูป สี่กร ตาเรามีกรรม จิตเรามีกรรม ก็เห็นเป็นเงาๆ ท่านบอกว่า .ช่วยๆบอกกันให่สร้างบุญกุศล
ที่ชั้นดาวดึงส์ นั้น เป็นสถานที่สูงขึ้นจากชั้นดุสิต จิตที่ขึ้นไป ถึงชั้นดาวดึงส์ ลงมาเกิดอีกครั้ง ก็บรรลุธรรม ยุติการเกิด ผู้ที่จะเป็นพระอรหันต์ ก็ไปศึกษาเรียนรู้ธรรม ที่ขั้นดาวดึงส์ .เรื่องราวชั้นดาวดึงส์ นั้น ชั้นอินทร์พรหมก็เจ้าไปไม่ถึง หมดบุญ จุติ ลงมาก็เสี่ยงทาย ที่ว่า สิ่งที่น่ากลัว คือ พญามาร ที่เป็นใหญ่ในโลก มีบริวารมากมาย มีลูกสาว นางตัณหา นางอรดี .นางราคี อีกทั้งแม่มดพ่อมอ แม่เฒ่ากาลี .มีเรื่องราวต่างๆ ที่จะนำพาจิต ให้ด้อยสติปัญญา . ดำรง ในเส้นทาง สร้างบุญกุศลบารมี ศีลสมาธิปัญญาไม่ได้
โฆษณา