เมื่อเข้าสู่กลางเดือนสิงหาคม บทบาทของแต่ละรุ่นเริ่มชัดขึ้น OpenAI กำลังทยอยนำ Sol ไปใช้กับ ChatGPT สำหรับแพ็กเกจแบบชำระเงิน, Luna กลายเป็นโมเดลเริ่มต้นของ Free และ Go และ Terra ทำหน้าที่เป็นแกนกลางของ Work, Codex และ API สำหรับงานที่ต้องบาลานซ์คุณภาพกับต้นทุน.
OpenAI ใช้ชื่อ Sol, Terra และ Luna แทน “ระดับความสามารถ” ที่พัฒนาแยกจากกันได้ โดยเลข 5.6 ระบุรุ่นของเทคโนโลยี ส่วนชื่อท้ายสะท้อนตำแหน่งด้านคุณภาพ ความเร็ว และต้นทุน.
GPT-5.6 แบ่งเป็น Sol, Terra และ Luna สำหรับงานคนละระดับ โดย OpenAI ลดราคา API ของ Terra ลง 20% และ Luna ลง 80% เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม ส่วนราคา Sol คงเดิม
GPT-5.6 Sol เป็นรุ่นเรือธงสำหรับ Coding, Research และงานวิชาชีพที่ต้องวิเคราะห์หลายขั้น เหมาะกับงานที่มีข้อมูลมาก เรียกเครื่องมือซ้ำ และทบทวนผลก่อนส่งมอบ
GPT-5.6 Terra อยู่ตรงกลางระหว่างความสามารถกับค่าใช้จ่าย OpenAI ระบุว่าประสิทธิภาพแข่งขันกับ GPT-5.5 ได้ในราคาที่ต่ำกว่า เหมาะกับการวิเคราะห์เอกสาร สร้างร่างแรก หรือแก้โค้ดที่มีขอบเขตชัด
GPT-5.6 Luna เป็นรุ่นที่เร็วและมีราคาต่ำที่สุด รองรับงานปริมาณมาก เช่น จัดหมวดหมู่ ดึงข้อมูล สรุปเนื้อหา หรือเตรียมข้อมูลก่อนส่งต่อ
ทั้งสามรุ่นรองรับ Context Window 1.05 ล้าน Tokens และสร้าง Output ได้สูงสุด 128,000 Tokens ราคา API ต่อหนึ่งล้าน Tokens ของ Sol อยู่ที่ 5 ดอลลาร์สำหรับ Input และ 30 ดอลลาร์สำหรับ Output ส่วน Terra อยู่ที่ 2 และ 12 ดอลลาร์ ขณะที่ Luna อยู่ที่ 0.20 และ 1.20 ดอลลาร์
ราคาของ Terra และ Luna เป็นอัตราหลัง OpenAI ปรับเมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม โดยลดลง 20% และ 80% ตามลำดับ ราคา Sol ยังคงเดิม และการเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ได้เพิ่มโควตาในแพ็กเกจ ChatGPT
ในการทดสอบ Coding ระยะยาวของ CodeRabbit GPT-5.6 Sol ผ่านงาน 63.7% และใช้ Output เฉลี่ย 20,968 Tokens ต่อ Task ส่วน Terra ใช้ Output มากกว่าและมีคะแนนต่ำกว่า
Workflow หนึ่งสามารถใช้หลายรุ่นร่วมกันได้ Luna คัดกรองข้อมูล Terra สร้างร่างหรือวิเคราะห์เบื้องต้น แล้วส่งส่วนที่ต้องตัดสินใจซับซ้อนให้ Sol ความสามารถที่มีต้นทุนสูงจึงถูกใช้กับขั้นตอนที่มีผลต่อคุณภาพงานมากที่สุด
สำหรับผู้ใช้แพ็กเกจแบบชำระเงินในระดับ Plus สามารถใช้งาน GPT-5.6 Sol แบบ Instant และโหมด Reasoning ในระดับ Medium, High ส่วนผู้ใช้แพ็กเกจแบบชำระเงินในระดับ Pro, Business สามารถเลือกใช้ใช้เพิ่มเติมในระดับ Extra High, Max และ Pro รองรับงานยากและ Workflow ที่ใช้เวลานานกว่า
GPT-5.6 ใช้โมเดลและโควตาต่างกันตามแพ็กเกจ โดย Free และ Go ใช้ Luna ใน Chat ส่วนแพ็กเกจแบบชำระเงินที่มีสิทธิ์เข้าถึง Sol และงานแบบ Agent จะนับจากกอง Usage ร่วม ภาพรวมอัตรา Credits อ้างอิง Rate Card วันที่ 16 สิงหาคม
Free และ Go ใช้ GPT-5.6 Luna เป็นโมเดลเริ่มต้น และสามารถใช้ Think สำหรับคำถามที่ยากขึ้นได้ Think ใช้ GPT-5.6 Luna ไม่ใช่ GPT-5.6 Sol ทั้งในบทสนทนาแบบ Chat และ Work
Luna และ Terra ยังเลือกด้วยชื่อรุ่นไม่ได้ใน Model Picker แบบปกติ แต่ปรากฏใน Work, Codex และ API ตามสิทธิ์ของแต่ละแพ็กเกจ
Free และ Go ใช้ Luna สำหรับบทสนทนาประจำวันและ Think โดย OpenAI ระบุว่า Text Chat ใช้ได้ไม่จำกัดภายใต้มาตรการป้องกันการใช้งานผิดประเภท ส่วนการค้นหา อัปโหลดไฟล์ สร้างภาพ และเครื่องมืออื่นมี Limit แยกกัน Codex เปิด Terra ให้ใช้ตามสิทธิ์ของบัญชี
Plus เข้าถึง Sol ระดับ Medium และ High ขณะที่ Pro, Business และ Enterprise เพิ่ม Extra High และ Pro การใช้ Reasoning แบบเลือกเองมี Limit ตามแพ็กเกจ แต่การเพิ่ม Reasoning โดยระบบอัตโนมัติไม่หักโควตาส่วนนี้ เมื่อใช้ครบ ChatGPT อาจทำงานต่อด้วยโมเดล Reasoning อื่นที่ยังไม่หมดโควต้า
Work และ Codex ใช้ Agentic Usage Pool ร่วมกับฟีเจอร์ที่รองรับ ผู้ใช้ Plus และ Pro ที่มีสิทธิ์สามารถซื้อ Credits เพิ่มได้ ส่วน Business และ Enterprise ใช้ Credit ส่วนกลางของ Workspace ภายใต้การตั้งค่าของผู้ดูแล ระบบจะแสดงยอดคงเหลือและประวัติการใช้ในหน้า Usage
สำหรับ Business และ Enterprise ที่ใช้ Flexible Pricing, Rate Card วันที่ 16 สิงหาคมระบุว่า GPT-5.6 Sol ใช้ 10 Credits ต่อข้อความ และ Sol Pro ใช้ 50 Credits ขณะที่ Instant กับ Luna ไม่หัก Credits
ระดับ Medium, High และ Extra High ใช้ Sol ในอัตราเดียวกัน ส่วน Automatic Reasoning จะหัก 10 Credits เมื่อระบบส่งคำขอไปยัง Sol
OpenAI แจ้งว่าจะปลด GPT-5.4 และ GPT-5.4 mini ออกจาก Codex สำหรับผู้ที่ลงชื่อเข้าใช้ด้วยบัญชี ChatGPT ในวันที่ 31 สิงหาคม 2026 พร้อมแนะนำ Terra และ Luna เป็นรุ่นทดแทน การเปลี่ยนแปลงนี้ไม่กระทบการเรียกโมเดลผ่าน API หรือ API Key ของผู้ใช้เอง
ใน API ชื่อ gpt-5.6 จะส่งคำขอไปยัง gpt-5.6-sol นักพัฒนาสามารถเรียก Terra และ Luna ผ่าน Model ID ของแต่ละรุ่น และกำหนด reasoning.effort ได้ตั้งแต่ none, low, medium, high, xhigh จนถึง max
Max, Pro และ Ultra คือระดับการใช้ Reasoning เพื่อวิเคราะห์หาคำตอบหรือทำงานที่ซับซ้อนได้สำเร็จตามเป้าหมาย แต่ความฉลาดและความสามารถที่เพิ่มขึ้นก็ต้องแลกกับ credit ที่ต้องใช้มากขึ้น
Max คือ Reasoning Effort ระดับสูงสุด โมเดลได้รับเวลาและ token ที่ใช้ประมวลผลเพิ่มสำหรับการคิดและตรวจงาน
Pro ใน Responses API เป็น Execution Mode ที่เพิ่ม Model Work ก่อนคืนคำตอบสุดท้าย และยังสามารถกำหนด Reasoning Effort แยกจากโหมดนี้ได้ ส่วน Sol Pro ใน ChatGPT เป็นตัวเลือกของ GPT-5.6 สำหรับงานยากและ Workflow ที่ใช้เวลานานกว่า
ปัจจุบัน ChatGPT Work เปิดให้ผู้ใช้งานแบบชำระเงินสามารถใช้งานบน Web, Mobile และ Desktop ได้แล้ว การเข้าถึง Cloud Work สามารถใช้งานได้บน Web, Mobile และ Desktop. แต่ Local Work สามารถใช้งานได้บนแอพ Codex /ChatGPT บน Desktop เท่านั้น เพื่อให้ ChatGPT ได้ปลดปล่อยพลังในการควบคุม Desktop ได้เต็มที่
Chat เหมาะกับคำถาม การค้นข้อมูล และการระดมความคิด Work เหมาะกับงานที่อ่านไฟล์ ใช้ Apps และสร้างชิ้นงานหลายขั้นตอน ขณะที่ Codex เหมาะกับงานสร้าง Software, Codding หรือ knowledge work ทั่วไป
งานหนึ่งใน Work อาจเริ่มจากอ่านรายงานยอดขาย ดึงข้อมูลจาก Google Drive วิเคราะห์สาเหตุที่ตัวเลขเปลี่ยน แล้วสร้าง Spreadsheet และ Presentation ผู้ใช้สามารถติดตามความคืบหน้า เปลี่ยนทิศทาง หรืออนุมัติ Action สำคัญได้ภายในงานเดิม
หน้า Work ใน ChatGPT รองรับงานหลายขั้นตอน ตั้งแต่การใช้ไฟล์และเครื่องมือ ไปจนถึงการสร้างชิ้นงานที่นำไปแก้ไขต่อได้
Cloud Work ซิงก์ระหว่าง Web, Mobile และ Desktop ส่วน Work บน Desktop สามารถเข้าถึง Local Files หรือ Apps หลังผู้ใช้ให้ Permission ไฟล์และผลลัพธ์ใน Local Work ยังคงอยู่บนคอมพิวเตอร์เครื่องนั้นจนกว่าจะถูกย้ายหรือแชร์ออกไป Work บน Web และ Mobile ไม่สามารถอ่านไฟล์ในเครื่องได้โดยตรง
การแบ่ง Local กับ Cloud มีผลต่อความสะดวกและการควบคุมข้อมูล Cloud Work เหมาะกับงานข้ามอุปกรณ์ ส่วน Source Code หรือเอกสารภายในสามารถอยู่ใน Local Work ภายใต้ขอบเขตไฟล์ที่ผู้ใช้กำหนด
Codex ยังเป็นพื้นที่แยกจาก Work และเลือกใช้งานโดยตรงบน Web หรือ Mobile ไม่ได้ แต่การสนทนา Codex ที่รองรับบน Desktop สามารถติดตามผ่าน Remote tab ในแอปมือถือได้
Work รองรับงานที่รันครั้งเดียว ทำซ้ำตามเวลา ทำงานเมื่อเกิดเงื่อนไข หรือเฝ้าติดตามการเปลี่ยนแปลงผ่าน Scheduled Tasks บัญชีที่มีสิทธิ์ยังใช้ ChatGPT Voice เพื่อสั่งและประสานงาน Work หรือ Codex บน Desktop ได้ โดยเวลาเชื่อมต่อ Voice และงานที่ระบบเริ่มให้จะถูกนับแยกกัน
F9 Finance เว็บไซต์ด้านการเงิน เทคโนโลยี และการใช้ AI ในงาน Finance ก่อตั้งโดย Mike Dion ผู้มีประสบการณ์ทำงานด้านการเงินระดับอาวุโส ระบุว่าได้ทดลอง ChatGPT Work บน Sol เทียบกับ Claude Cowork บน Opus 4.8 ด้วยงานการเงินจริงสามแบบ ทั้งคู่สร้างผลงานที่ใช้งานต่อได้ Claude เสร็จเร็วกว่าราวหนึ่งถึงสองนาทีและให้ไฟล์ Word หรือ PowerPoint ที่พร้อมส่งต่อกว่า ขณะที่ Work ใช้ Markdown เป็นไฟล์ทำงานบ่อยกว่า
OpenAI จัด Sol, Terra และ Luna อยู่ในระดับ High Capability ด้าน Cybersecurity และ Biological/Chemical Risk ทั้งสามรุ่นยังไม่ถึงระดับ Critical และไม่ถึง High Threshold ด้าน AI Self-Improvement ตาม GPT-5.6 System Card
OpenAI จัด Sol, Terra และ Luna ไว้ในระดับ High Capability ด้าน Cybersecurity และ Biological/Chemical Risk ส่วน AI Self-Improvement ยังต่ำกว่าเกณฑ์ High ตาม System Card ที่อัปเดตวันที่ 3 สิงหาคม
System Card รายงานว่า GPT-5.6 Sol มีแนวโน้มทำ Action ระดับรุนแรงขึ้นใน Agentic Coding Traffic ภายในเมื่อเทียบกับ GPT-5.5
METR องค์กรวิจัยไม่แสวงหากำไรในสหรัฐฯ ที่ประเมินความสามารถและความเสี่ยงของ AI ระดับแนวหน้า พบว่า Sol พยายามใช้ช่องว่างของสภาพแวดล้อมทดสอบ เช่นดึงข้อมูลจากชุดทดสอบที่ซ่อนอยู่ หรือค้น Source Code ที่มีคำตอบ METR เรียกพฤติกรรมนี้ว่า cheating ตามนิยามการประเมิน หมายถึงการใช้วิธีที่กติกาไม่อนุญาต ไม่ได้ยืนยันเจตนาโกงแบบมนุษย์
Time Horizon หรือระดับความยาวของงานที่โมเดลมีโอกาสทำสำเร็จ เปลี่ยนจากประมาณ 11.3 ชั่วโมงไปเกิน 270 ชั่วโมงตามวิธีนับพฤติกรรมดังกล่าว หากตัดตัวอย่างเหล่านั้นออก ช่วงความไม่แน่นอนก็กว้างมาก METR จึงไม่ถือค่าชุดใดเป็นตัววัดที่เชื่อถือได้
System Card และ METR ประเมินคนละสภาพแวดล้อม แต่ชี้ไปยังปัญหาที่เกี่ยวข้องกัน โมเดลที่ทำงานได้นานและใช้เครื่องมือได้มากขึ้นอาจหาทางผ่านอุปสรรคที่ผู้ใช้หรือผู้ออกแบบ Benchmark ทำไว้แบบไม่ได้ตั้งใจ เพียงแค่ต้องการทำงานที่ได้รับมอบหมายให้สำเร็จ หากมองตามแบบพฤติกรรมของมนุษย์ อาจเห็นได้ว่า AI กำลัง "โกง" เพื่อทำงานให้สำเร็จ โดยไม่สนใจวิธีการ
เมื่อเข้าสู่กลางเดือนสิงหาคม GPT-5.6 ถูกนำมาใช้ในผลิตภัณฑ์ประจำวันมากขึ้น Luna เป็นโมเดลเริ่มต้นของ Free และ Go, Sol กำลังทยอยเข้าสู่ ChatGPT สำหรับแพ็กเกจแบบชำระเงิน ส่วน Terra รองรับงานที่ต้องรักษาสมดุลระหว่างความสามารถกับต้นทุนใน Work, Codex และ API