Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
อยากสรุป
•
ติดตาม
8 ชั่วโมงที่แล้ว • หนังสือ
22 ข้อคิดจากหนังสือ ‘วิชาเปลี่ยนความกลัวเป็นความกล้า’
หากเรากังวลกับเรื่องอะไรอยู่ ไม่ว่าจะคนรอบข้าง การยึดติดกับความสมบูรณ์แบบ อาชีพ เงินทอง อยากให้ลองอ่านเล่มนี้ดู
จากผู้เขียนเดียวกับ ‘เลิกเป็นคนดีแล้วจะมีความสุข’
จะเป็นอย่างไร ผมสรุปไว้แล้วครับ
[1] ความมั่นใจ ไม่ใช่การถามตัวเองว่า ‘เราจะมีมันได้หรือไม่‘ แต่มันคือ จะมีหรือไม่
มันสร้างได้จากการเก็บสะสมประสบการณ์ในการเอาชนะความล้มเหลวทีละเล็ก ทีละน้อย
ยอมรับว่าบางความคิดของเราก็มีส่วนผิด
[2] ความผิดพลาดในอดีต มันถูกแก้ไขได้ด้วยการกระทำในปัจจุบัน
[3] เราสามารถสร้างทักษะใหม่ๆได้ตลอดเวลาและสามารถทำได้เลย
หากไม่ลงมือทำ อย่างไรก็ไม่มีการเปลี่ยนแปลง
[4] หากยังไม่รู้ว่าตนเองต้องการจะทำอะไร
การทุ่มเทกับงานที่อยู่ตรงหน้าให้เต็มที่ที่สุด คือ ทางออก เพราะเมื่อเราทุ่มเทกับอะไรอย่างเต็มที่
เป้าหมายถัดไป โอกาสใหม่ๆจะปรากฏขึ้นอย่างมหัศจรรย์
[5] 3 วิธีแก้ไขความสัมพันธ์
1 อดทนต่อไปในสภาพปัจจุบัน
2 ตัดความสัมพันธ์หรือตีตัวออกหาก
3 เปลี่ยนความคิดของตัวเอง
[6] การมีความรู้เรื่องกฎหมาย เพราะนั่นคืออาวุธของผู้ใหญ่
เพราะหากมีปัญหาอะไรขึ้นมา เราจะสามารถใช้ความรู้ทางกฏหมายของเราและเจรจาได้ดีมากขึ้น
[7] ตอนช่วงอายุ 20 ปี จะรู้สึกเงินน้อยก็ไม่ใช่เรื่องแปลก
ช่วงเวลานี้คือ ช่วงเวลาของการลงทุนกับตัวเอง
3 สิ่งที่ที่ควรลงทุนคือ การอ่านหนังสือ การพบปะผู้คน และการเดินทาง
[8] วิธีแก้ไขความกังวล คือ
ขั้นแรก ให้เราเผชิญกับความกลัวด้วยความมุ่งมั่น
ขั้นสอง คือ ลองเปลี่ยนมุมมองที่มีต่อสิ่งนั้น
เช่น เราไม่ชอบเวลาฟ้าอึมครึม ลองมองดูว่า
ไม่ว่าวันแดดออกหรือวันฝนตกก็มีเรื่องราวที่สนุกของมัน
ลองนึกไอเดียที่จะทำให้เราหายกังวลกันครับ
[9] ความกังวล ส่วนหนึ่งเกิดจากความไม่รู้ เราจึงแก้ไขมันได้อย่าง
ซึ่งเราสามารถเติมเต็มสิ่งนี้ได้โดยการศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมให้กว้างขวางมากขึ้น
เมื่อมีความรู้มากขึ้น เราจะเห็นมุมมองต่างๆชัดขึ้นและแก้ไขปัญหา ลดความกังวลได้
[10] เรื่องบางเรื่องเราปล่อยวางไปก็ได้ ไม่ได้ผิดอะไร
คุณโกโด ผู้เขียนมีเกณฑ์การปล่อยวางมาให้ 3 อย่างครับ
ถ้าไม่เข้าเกณฑ์ตามนี้ก็จะสามารถปล่อยวางได้
1 สนุกกับการทำหรือไม่
2 สิ่งนั้นนำไปสู่ชีวิตที่อิสระหรือไม่
1
3 ทำกำไรได้หรือไม่
ลองหาเกณฑ์ของตัวเองดูครับ จะได้ปล่อยวางได้ง่ายขึ้น
[11] เมื่อเรากังวลในระหว่างทางที่ทำอะไรบางอย่างอยู่
อยากให้รู้ไว้ว่า หากเราพยายามอย่างเต็มที่จนสุดท้ายมันสำเร็จ สิ่งที่เราพยายามมาก่อนหน้านั้น เราจะรู้สึกดีและอดีตที่รู้สึกไม่ดีจะหมดไป
[12] จงเลิกโทษผู้อื่น
ให้ตัดสินใจด้วยตนเองและยอมรับผลที่ตามมา
รวมถึงหลีกเลี่ยงผลกระทบเชิงลบจากทั้งผู้อื่นและสิ่งแวดล้อมด้วย
[13] ทุกคนมีกฎ มีความยุติธรรมเป็นของตัวเอง และบางครั้งสิ่งที่เราเชื่อเหล่านั้น
มันก็ขัดแย้งกับคนอื่นด้วย สิ่งที่แก้ไขได้มี 2 วิธี
1 พยายามโน้มน้าวให้อีกฝ่ายเข้าใจในกฎของเรา
2 ไปอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ยอมรับกฎของเราได้
[14] เมื่ออ่านหนังสือ ไม่ว่าจะเกี่ยวกับอะไรก็ตาม ทั้ง Fiction และ Non fiction
ให้เราตั้งคำถามดูว่า ทำไมคนเขียนถึงคิดแบบนั้น ทำไมตัวละครนี้ถึงตัดสินใจแบบนี้
ยิ่งเป็นแนวคิดที่ตรงข้ามกับสิ่งที่เราเชื่อ จะยิ่งทำให้มุมมองของเรากว้างขึ้นครับ
[15] เรามีความคิดในแง่ลบเกินไป อาจเกิดจากการคิดวิเคราะห์ที่ไม่ลึกพอ
ให้เราคาดการณ์เหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้น ว่ามีความท้าทายใดบ้าง
และคิดวิธีแก้ไขปัญหานั้นทีละข้อๆ
เมื่อเราคิดแล้วว่าเราไม่สามารถจัดการปัญหานั้นได้
การตัดสินใจว่าจะไม่ทำ ก็เป็นอีกทางเลือกที่เหมาะสมครับ
[16] การท้าทาย ล้มเหลว และเรียนรู้จากมัน คือกระบวนการที่จำเป็นในการประสบความสำเร็จ
เมื่อมีข้อผิดและล้มเหลว นั่นคือการบอกว่าวิธีนี้ไม่ได้ผล ให้ลองวิธีใหม่
ดังนั้นจงเลิกเชื่อว่าทุกอย่างจะต้องสมบูรณ์แบบตั้งแต่ครั้งแรกครับ
[17] เสน่ห์ของผู้คนมีหลากหลายมิติ ไม่ใช่รูปลักษณ์ภายนอกอย่างเดียว
ไม่ว่าจะเป็นความน่าเชื่อถือ ความอ่อนโยน ทักษะการตัดสินใจและอื่นๆอีกมากมาย
ดังนั้น เราไม่ควรยึดติดกับรูปลักษณ์ภายนอกมากเกินไป
[18] ความสัมพันธ์ระหว่างเรากับบริษัทมีเพียง 3 อย่าง
ลาออก ออกจากองค์กรเมื่อเราไม่พอใจหรือรู้สึกไม่มีความหมายกับตนเอง
แสดงความคิดเห็น คือการเรียกร้องให้ปรับปรุง ผ่านการรายงานแก่หัวหน้า
จงรักภักดี มีความภักดีและทัศนคติเดียวกับองค์กร
หากเรา มีความจงรักภักดีและอยากให้บริษัทดีขึ้น จงแสดงความคิดเห็น
แต่หากเราไม่มีความจงรักภักดีและไม่กล้าแสดงความคิดเห็น การลาออกจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด
[19] หากกังวลเรื่องความสัมพันธ์ในที่ทำงาน จงจำไว้ 2 อย่าง
1 จงโฟกัสที่ ผลงาน ไม่ใช่ความสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมงาน
2 จงทักทายผู้อื่นด้วยรอยยิ้มและมีความกระตือรือร้น เพื่อให้งานก้าวต่อไปได้
[20] หากอยากเก็บเงินอย่างจริงจัง
ให้ซื้อเฉพาะ ‘สิ่งที่หากไม่มีจะเดือดร้อนมาก’ และ ‘สิ่งที่จะเกิดความเสียหายจริงๆเมื่อเราไม่ซื้อมา’ เราจะพบว่าสิ่งที่เราควรซื้อมีไม่มากเลย
[21] ความหมายของชีวิตเรา เกิดจากการค้นพบด้วยตัวเราเอง ไม่ใช่มีใครมาบอกหรือกำหนดมัน
มันเกิดจากการกระทำ ความพยาามและผลลัพธ์ที่เราสร้างมา จนเติบโตเป็นตัวเราในแบบฉบับของตัวเราเอง
[22] มนุษย์เราเติบโตได้ด้วยจิตใจที่แข็งแกร่งขึ้น
ถึงจะล้มเหลวแต่เราก็สามารถฟื้นตัวได้ไว
ไม่กังวลกับมุมมองของคนอื่น และมีมุมมองที่กว้างไกล
ความคิดเห็นหลังอ่าน
เป็นอีกเล่มจากผู้เขียนเดียวกับ เลิกเป็นคนดีแล้วจะมีความสุขครับ
เป็นอีกหนึ่งเล่มที่น่าสนใจครับ ด้วยความคิดของคุณโกโดที่มักไม่เหมือนใคร
เมื่อผมได้อ่านเล่มนี้ ผมก็มีหลายอย่างย้ำความเชื่อของผม บางอย่างอาจจะต้องกลับมานั่งคิดใหม่ ผมชอบหนังสือแบบนี้แหละครับ ที่ไม่ได้ให้เราเชื่อทั้งหมดจนเกินไป
คีย์หลักของหนังสือเล่มนี้คือความกังวลในด้านต่างๆ ไม่ว่าจะความกังวลในความสัมพันธ์
ความคิดของตนเอง ความฝัน การเงิน การงาน
สิ่งที่เรากลัวส่วนใหญ่อยู่ในเล่มนี้แล้วครับ
เป็นอีกเล่มของคุณโกโดที่ชวนให้อ่านกันนะครับบ
ผู้เขียน โกโด โทคิโอะ
ผู้แปล ธีรดา วิจิตร
สำนักพิมพ์ วารา
จำนวนหน้า 212 หน้า
https://s.shopee.co.th/3B6eThzIN1
32 บันทึก
23
40
32
23
40
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย