16 ส.ค. เวลา 10:40 • ข่าวรอบโลก
เซี่ยงไฮ

จากจีโนม สู่การแก้ปัญหาของสังคมจีน

บทเรียนจากการศึกษาดูงาน Hillgene ณ มหานครเซี่ยงไฮ้ และการเรียนรู้พัฒนาการของ BGI ณ เมืองเซินเจิ้น สาธารณรัฐประชาชนจีน
มหานครเซี่ยงไฮ้
การศึกษาดูงานด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพและเทคโนโลยีชีวภาพในครั้งนี้ เป็นประสบการณ์ที่ทำให้เห็นอย่างชัดเจนว่า วิทยาศาสตร์สมัยใหม่มิได้จำกัดอยู่เพียงในห้องปฏิบัติการหรือในบทความวิจัย หากแต่สามารถพัฒนาไปสู่เทคโนโลยีที่นำมาใช้แก้ปัญหาของประเทศ และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนได้อย่างเป็นรูปธรรม
นครเซินเจิ้น
สิ่งที่น่าสนใจเป็นพิเศษคือ เมื่อพิจารณาเรื่องราวของ Hillgene ควบคู่กับพัฒนาการของ BGI หรือ Beijing Genomics Institute จะเห็นเส้นทางการพัฒนาวิทยาศาสตร์ชีวภาพของจีน ที่มีความต่อเนื่อง ตั้งแต่การสร้างองค์ความรู้พื้นฐานด้านจีโนม การถอดรหัส DNA การประยุกต์ใช้ข้อมูลพันธุกรรม ไปจนถึงการพัฒนาเทคโนโลยีการรักษาโรคด้วยเซลล์และยีน
Hillgene
Hillgene : จากความรู้ด้านยีน สู่เทคโนโลยีการรักษา
Hillgene เป็นบริษัทที่มีจุดเน้นแตกต่างจาก BGI อย่างชัดเจน โดยมุ่งเน้นด้าน cell therapy และ gene therapy และพัฒนาตนเองเป็นแพลตฟอร์ม CDMO หรือ Contract Development and Manufacturing Organization สำหรับผลิตภัณฑ์ด้านการรักษาด้วยเซลล์และยีน
ภารกิจสำคัญของ Hillgene คือการช่วยให้นักวิจัยและบริษัทชีวเภสัชภัณฑ์สามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์จากระดับห้องทดลอง ไปสู่การศึกษาทางคลินิกและการผลิตในระดับมาตรฐาน
โดยมีเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับ plasmid, mRNA, viral vectors, immune cells, stem cells ตลอดจนผลิตภัณฑ์และเครื่องมือสำหรับการผลิต cell therapy เช่น CAR-T และเซลล์ชนิดอื่น ๆ ปัจจุบันบริษัทระบุว่ามีประสบการณ์สนับสนุนการยื่น IND มากกว่า 24 โครงการ และมีพื้นที่ผลิตระดับ GMP ขนาดใหญ่กว่า 18,000 ตารางเมตร (Hillgene Biopharma Co., Ltd.⁠)
วิจัยและนวัตกรรมของ Hillgene
สิ่งที่น่าสนใจจากการศึกษาดูงานจึงไม่ใช่เพียงเทคโนโลยีใดเทคโนโลยีหนึ่ง แต่คือการเห็น “ระบบนิเวศของการพัฒนาวิจัยพัฒนา และสร้างนวัตกรรม” ตั้งแต่การค้นคว้าวิจัย การพัฒนาเทคโนโลยี การควบคุมคุณภาพ การผลิตตามมาตรฐาน GMP ไปจนถึงการนำผลิตภัณฑ์เข้าสู่กระบวนการทางคลินิก
ตัวอย่างที่สะท้อนทิศทางดังกล่าวได้ดีคือการพัฒนา gene-modified K562 feeder cells ซึ่งเป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีของบริษัท รวมถึงระบบตรวจสอบและควบคุมคุณภาพที่ใช้ในกระบวนการผลิต cellular drugs สิ่งเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่า gene modification ในปัจจุบันกำลังเปลี่ยนจากองค์ความรู้ในห้องทดลองไปสู่เทคโนโลยีการผลิตที่สามารถนำไปใช้สนับสนุนการรักษาผู้ป่วยได้จริง (Hillgene⁠)
ดังนั้น หากมอง Hillgene ในภาพใหญ่ บริษัทมิได้เป็นเพียงบริษัทที่ “ทำเรื่องยีน” แต่เป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนผ่านจาก gene science → cell and gene technology → clinical application ซึ่งเป็นหนึ่งในทิศทางสำคัญของการแพทย์แห่งอนาคต
BGI ยิ่งใหญ่ระดับโลก
BGI : จุดเริ่มต้นของการนำจีโนมเข้าสู่ประเทศจีน
ในอีกด้านหนึ่ง เรื่องราวของ BGI มีความน่าสนใจแตกต่างออกไป
BGI เริ่มต้นจากความมุ่งหมายที่จะทำให้จีนมีส่วนร่วมในโครงการวิทยาศาสตร์ระดับโลกอย่าง Human Genome Project (HGP) ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างนักวิทยาศาสตร์จากหลายประเทศเพื่อถอดรหัสจีโนมมนุษย์ โครงการดังกล่าวดำเนินการระหว่าง ค.ศ. 1990–2003 และถือเป็นหนึ่งในโครงการวิทยาศาสตร์ชีวการแพทย์ที่สำคัญที่สุดของศตวรรษที่ 20
เรื่องราวเบื้องหลัง BGI น่าสนใจอย่างยิ่ง เพราะมีนักวิทยาศาสตร์จีน 4 คน ได้แก่ Yang Huanming, Wang Jian, Yu Jun และ Liu Siqi ซึ่งมีประสบการณ์การศึกษาและการทำงานในยุโรปและสหรัฐอเมริกา ก่อนที่จะร่วมกันผลักดันให้จีนกลับเข้ามามีบทบาทในงานวิจัยจีโนมระดับโลก
1
4 ผู้ยิ่งใหญ่
หนึ่งในบุคคลสำคัญคือ Yu Jun ซึ่งเคยทำงานด้าน genomics ในสหรัฐอเมริกา และมีความสัมพันธ์ทางวิชาการกับ Maynard V. Olson หนึ่งในนักวิทยาศาสตร์สำคัญของ Human Genome Project ขณะที่ Wang Jian ก็เคยทำงานที่ University of Washington เรื่องราวเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่าการนำองค์ความรู้และเครือข่ายระดับนานาชาติกลับมาสร้างขีดความสามารถภายในประเทศ เป็นปัจจัยสำคัญอย่างหนึ่งของการก้าวกระโดดทางวิทยาศาสตร์ของจีน
วิชาการก้าวหน้าระดับโลก
ในปี ค.ศ. 1999 BGI ได้รับการจัดตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการ และเข้ามารับผิดชอบประมาณ 1% ของการถอดรหัสจีโนมมนุษย์ใน Human Genome Project ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้จีนก้าวเข้าสู่เวทีจีโนมระดับโลกอย่างจริงจัง
จากนั้น BGI ไม่ได้หยุดอยู่ที่การศึกษาจีโนมมนุษย์ แต่ขยายองค์ความรู้ไปสู่จีโนมของพืชและสัตว์ รวมทั้งจีโนมข้าว โดยในปี ค.ศ. 2000 มีการเปิดตัวโครงการวิจัยจีโนมข้าวร่วมกับนักวิทยาศาสตร์จีน และต่อมางานวิจัยจีโนมข้าวของจีนได้รับการเผยแพร่ในวารสาร Science
จากจีโนมมนุษย์สู่การแก้ปัญหาการเกษตร
จุดที่น่าสนใจที่สุดของเรื่องราว BGI คือการนำเทคโนโลยีจีโนมออกจากขอบเขตของการแพทย์ แล้วนำไปใช้กับ การเกษตรและความมั่นคงทางอาหาร
ข้าวที่เก็บเกี่ยวได้หลายครั้ง โดยไม่ต้องปลูกใหม่
ตัวอย่างสำคัญคือแนวคิดเรื่อง perennial rice หรือข้าวหลายปี ซึ่งเป็นข้าวที่สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ต่อเนื่องหลายครั้งหลังการปลูกครั้งแรก โดยไม่จำเป็นต้องไถพรวนหรือปลูกใหม่ทุกครั้ง BGI Bioverse ระบุว่า perennial rice ที่พัฒนาร่วมกับ Yunnan University สามารถปลูกครั้งเดียวและเก็บเกี่ยวต่อเนื่องได้ประมาณ 3–5 ปี และมีการนำไปทดลองปลูกในหลายพื้นที่ของจีนและประเทศต่าง ๆ
ประเด็นนี้มีความหมายมากกว่าการเพิ่มผลผลิต เพราะการลดขั้นตอนการไถพรวน การเพาะกล้า และการปักดำใหม่ ย่อมมีศักยภาพในการลดต้นทุนแรงงานและเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรของเกษตรกร
ที่สำคัญ perennial rice ไม่ได้เกิดจากการ “แก้ยีนเพียงตัวเดียว” แต่เป็นผลจากการผสมผสานการปรับปรุงพันธุ์ การใช้พันธุศาสตร์ การคัดเลือกทางโมเลกุล และเทคโนโลยีจีโนม โดย BGI ระบุว่ามีการใช้ genomic big data, genome-wide design breeding และ gene-editing technologies เป็นส่วนหนึ่งของแนวทางพัฒนานวัตกรรมด้านการเกษตร
นี่จึงเป็นตัวอย่างที่ดีของการเปลี่ยน genomic knowledge ให้กลายเป็น agricultural innovation และสะท้อนแนวคิดที่สำคัญว่า วิทยาศาสตร์ที่ดีไม่ควรหยุดอยู่ที่การตีพิมพ์ผลงานวิจัย แต่ควรเดินทางไปถึงพื้นที่จริงและประชาชนจริง
จากพันธุศาสตร์สู่ความหวังในการรักษาโรค
ขณะเดียวกัน เทคโนโลยีด้านพันธุศาสตร์ยังเปิดประตูสู่การรักษาโรคทางพันธุกรรม โดยเฉพาะโรคที่เกิดจากความผิดปกติของยีน เช่น ธาลัสซีเมีย (Thalassemia)
อย่างไรก็ตาม ประเด็นนี้ควรแยกให้ชัดว่า Hillgene ไม่ควรถูกกล่าวว่าเป็นผู้พัฒนาโครงการข้าวของ BGI และ BGI ก็ไม่ควรถูกกล่าวว่าเป็นผู้พัฒนาเทคโนโลยี cell therapy ของ Hillgene ทั้งสองบริษัทอยู่ในระบบนิเวศชีววิทยาศาสตร์เดียวกัน แต่มีบทบาทและจุดเน้นแตกต่างกัน
Hillgene อยู่ปลายทางที่เน้นการพัฒนาและผลิตเทคโนโลยี cell and gene therapy ขณะที่ BGI มีรากฐานสำคัญมาจาก genomic sequencing, bioinformatics และการประยุกต์ใช้ข้อมูลจีโนม ในมนุษย์ พืช สัตว์ และการแพทย์
บทเรียนสำคัญจากการศึกษาดูงาน
เมื่อพิจารณา Hillgene และ BGI แยกจากกัน แต่เชื่อมโยงในภาพใหญ่ จะเห็นบทเรียนสำคัญอย่างน้อย 3 ประการ
ประการแรก คือ การสร้างองค์ความรู้ต้องเชื่อมโยงกับโลก เรื่องราวของ BGI แสดงให้เห็นว่านักวิทยาศาสตร์จีนที่ได้รับประสบการณ์จากต่างประเทศสามารถนำความรู้ เทคโนโลยี และเครือข่ายกลับมาสร้างความสามารถของประเทศ และนำจีนเข้าสู่โครงการวิทยาศาสตร์ระดับโลกได้
ประการที่สอง คือ งานวิจัยต้องมีเส้นทางจากห้องทดลองไปสู่การใช้จริง Hillgene แสดงให้เห็นเส้นทางดังกล่าวอย่างชัดเจน ตั้งแต่เทคโนโลยีเซลล์และยีน ไปจนถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์และกระบวนการผลิตในระดับ GMP เพื่อสนับสนุนการนำผลิตภัณฑ์เข้าสู่การศึกษาทางคลินิก
ประการที่สาม และอาจเป็นบทเรียนที่สำคัญที่สุด คือ วิทยาศาสตร์ควรมีเป้าหมายสุดท้ายเพื่อประโยชน์ของมนุษย์และสังคม
จากการอ่านรหัสพันธุกรรมของมนุษย์ สู่การทำความเข้าใจยีนของพืช จากการสร้างฐานข้อมูลจีโนม สู่การพัฒนาพันธุ์ข้าวที่ช่วยลดภาระของเกษตรกร และจากความเข้าใจความผิดปกติของยีน สู่ความหวังในการรักษาโรคด้วย cell and gene therapy ทั้งหมดนี้สะท้อนให้เห็นเส้นทางเดียวกัน คือ
“จากความรู้ → สู่เทคโนโลยี → สู่การประยุกต์ใช้ → และสุดท้ายสู่คุณภาพชีวิตของประชาชน”
การศึกษาดูงานครั้งนี้จึงไม่ได้ให้เพียงความรู้เกี่ยวกับ genomics, gene editing หรือ cell therapy เท่านั้น แต่ยังให้บทเรียนเกี่ยวกับวิธีคิดในการพัฒนาประเทศว่า การลงทุนในวิทยาศาสตร์จะสร้างคุณค่าได้สูงที่สุดเมื่อสามารถเชื่อมโยง นักวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัย บริษัท อุตสาหกรรม ภาครัฐ และความต้องการของประชาชน เข้าด้วยกัน
และนี่อาจเป็นสิ่งที่น่าประทับใจที่สุดจากการเรียนรู้เรื่อง Hillgene และ BGI — วิทยาศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่ไม่ใช่เพียงวิทยาศาสตร์ที่สามารถอ่านรหัสของชีวิตได้ แต่คือวิทยาศาสตร์ที่สามารถนำความเข้าใจชีวิตนั้นกลับมาแก้ปัญหาของชีวิตได้จริง
เกร็ดของการศึกษาดูงาน
พบว่านักวิทยาศาสตร์ ตลอดจนคนทำงานรุ่นใหม่ ของทั้งสองบริษัทมีอายุค่อนข้างน้อย
มีการการศึกษาที่ดี
แต่ที่เหนืออื่นใดคือ
การมีวินัย รับผิดชอบ
ในการทำหน้าที่ของตน
บรรยากาศที่แตกต่าง ระหว่างห้องทำงานกับห้องอาหาร
กล่าวคือในขณะที่เดินผ่านห้องทำงานในส่วนต่างๆ ภายในอาคารขนาดใหญ่โตมโหฬาร จะไม่ได้ยินเสียงพูดคุยกันเลย
ในขณะที่บริเวณนั้น มีคนอยู่หลายสิบคน
ต่างคนต่างตั้งหน้าตั้งตา
ทำงานทำการของตัวเอง
อย่างมีสมาธิและเงียบสงบ
แต่พอตอนพักกลางวัน
กลุ่มคนดังกล่าว
เมื่อลงมาทานอาหาร
ในโรงอาหารข้างล่าง
กลับปรากฏเสียงคุยกัน
อย่างสนุกสนาน
อย่างร่าเริง และเสียงดัง
อันนี้เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนว่า
คนจีนรุ่นใหม่เหล่านี้
รู้จักกาละเทศะ
งานเป็นงาน พักเป็นพัก
จึงทำให้เกิดผลงาน
ที่ก้าวกระโดด
แต่ในขณะเดียวกัน
ก็มีความสัมพันธ์
ของคนในที่ทำงาน
อย่างดีเยี่ยม
นอกจากนั้นยังพบว่า
นักวิทยาศาสตร์ นักวิจัย
และคนทำงานรุ่นใหม่เหล่านี้
น่าจะมีพื้นฐานในวัยเด็ก
หรือมาจากครอบครัว
ที่ไม่ได้ร่ำรวยอะไรมากนัก
และอาจจะอาศัยอยู่ในชนบทของประเทศก็เป็นไปได้
ห้องน้ำนั่งยองมีมากกว่าแบบชักโครก
เพราะสังเกตจากห้องน้ำของบริษัทไฮเทคระดับโลก
กลับมีสัดส่วนของห้องน้ำ
ที่เป็นชักโครกหนึ่งส่วน
ต่อห้องน้ำที่เป็นนั่งยองถึงสามส่วนด้วยกัน
แล้วสุดท้ายคือ
การสร้างสถานที่ทำงาน
ให้มีบรรยากาศ
ของความผ่อนคลาย
เพื่อเกิดความคิดสร้างสรรค์
และมีกำลังใจในการทำงาน
ที่มีความเป็นทางการวิชาการ
และยุ่งยากซับซ้อนมากๆ
ทางด้านวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและทางวิทยาศาสตร์สุขภาพ
บรรยากาศของบริษัทวิจัยและสร้างนวัตกรรม
เห็นได้จากอาคารสถานที่สถาปัตยกรรม ไม้ยืนต้น
ไม้ดอก ไม้ประดับ
จนถึงทะเลสาบขนาดเล็ก
และสัตว์เลี้ยงที่น่ารัก
เป็นเกร็ดที่อยากจะเล่าสู่กันฟังเป็นส่วนสุดท้ายของการศึกษาดูงานครั้งนี้
ยังไม่นับเรื่องความสวยงามของเมืองเซี่ยงไฮ้และเมืองเซินเจิ้น ที่มีวิวในสถานที่ส่วนอื่นๆ
ที่ไม่เกี่ยวกับบริษัทที่มาดูงาน
มีความเป็นระเบียบเรียบร้อยสวยงาม สะอาดสะอ้าน แตกต่างไปจากจีนในสมัยก่อนเป็นอย่างยิ่ง
โฆษณา