เมื่อวาน เวลา 14:07 • ท่องเที่ยว
สามช่องเหนือ

"บ้านสามช่องเหนือโฮมสเตย์"

รีวิวเจ้าของร้าน-ต้องอ่านเป็นภาษาใต้ ตอนที่ 5
ฝน 8 แดด 4 แบ่งฤดูกาลแบบภาคใต้ ไม่มีฤดูหนาวให้กะป้าวสะเทือน
เลขลดราคา 20–50% ดีลร้อนแรงฝ่าสายฝน ก็ต้องเที่ยวช่วงฝน 8 เดือน ส่วนช่วงแดด 4 เดือน เป็นช่วงโปรชัด จัดเต็ม 100%
แต่นั่นแหละครับคนยิ่งเยอะ ยิ่งหาที่ที่คุณจะได้
อิงกาย พักใจ ในช่วง High Season ฝั่งทะเลอันดามันได้ยากยิ่งขึ้น
สิงหาคมนี่คือ 3 เดือนก่อน High Season ของปี 2026–27 ที่กำลังจะมาถึงในไม่ช้า
ฤดูกาลท่องเที่ยวแห่งทะเลอันดามันยังคงดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งหน้าใหม่และหน้าเก่า นับล้านคนมาเยือนทะเลอันดามัน อันดามันยังคงเป็นไข่มุกแห่งทะเลใต้
“ฮะโล่ สวัสดีค่ะ!”
เสียงหวานขานรับหลังเสียงรอสาย
“จ๊ะหยัน…” เจ้าของเสียงที่ปลายสายตอบกลับ ในวันฝนพรำ ๆ ยำใจเหงา ต้นเดือนสิงหาคม 2026
ผมว่า
“สวัสดีครับ สามช่องเหนือโฮมสเตย์หม้ายครับ ราคาเท่ากันหมดใช่หม้าย ผมโทรแลหมดแล้วครับ”
ฮ่าาาาา…
จ๊ะหยัน:
“ใช่ค่ะ ราคา 350 บาท ถ้าไม่รับอาหารเช้า คนละ 300 บาทค่ะ”
ผมว่า
“รับครับ เดี๋ยวจองไว้ก่อน”
จ๊ะหยัน:
“ได้ค่ะ เป็นบ้าน 1 หลัง มี 4 ห้องนอน ห้องแอร์หมดค่ะ มี 2 ห้องน้ำ มีห้องครัว แต่ที่นี่ห้าม 3 ส. นะคะ คือ สุนัข สุรา สุกร ค่ะ”
คิดเป็นหัว ๆ ละ 350 บาท พร้อมอาหารเช้า แต่ถ้าไม่เอาอาหารเช้าก็หัวละ 300 บาทค่ะ เพราะร้านอาหารเช้าอยู่ใกล้โฮมสเตย์ค่ะ
ผมว่า
“อ๋อ ได้ครับ… ไม่ได้กินเบียร์ ไม่พรือ”
(หันไปถามคนข้าง ๆ)
“น้อง โฮมสเตย์ไม่ให้กินเบียร์ พี่พาน้ำท่อมได้หม้าย?”
“ไม่ได้! พี่กินน้ำท่อมไม่เป็น” (คนข้าง ๆ ตอบ)
งืมครับ… ผมตอบ
จ๊ะหยัน:
“ที่นี่เป็นชุมชนมุสลิมค่ะ No L.”
ผมว่า
“ได้ครับ จองไว้ก่อนนะ”
วันที่รอคอย ช่วงเวลาการทำงานที่ล่องไปดุจเรือน้อยกลางทะเลลึก คลื่นที่ซัดชายหาด โยนเวลามาถึงวันนัดหมาย…
วันพักผ่อนของผม!
ผ่านไป 5 วัน แอดไลน์ไว้ แต่ลืมเบอร์โทร
ผมว่า
“จ๊ะเติล เบอร์โทรไหร่แล้ว?”
จ๊ะหยัน:
“093-750-6174” "บ้านสามช่องเหนือโฮมสเตย์"
ผมว่า
“ถึงแล้วเดี๋ยวโทรหาครับ”
เดินทางสู่บ้านสามช่องเหนือ เห็นถนนทางเข้าบ้านสามช่อง สี่แยก อบต.กะไหล ทางเลี้ยวเข้าไป ทางที่มีป้ายไอ้ถ้าวของร้านอาหารสามช่องซีฟู้ด เลี้ยวทางนั้นแหละ
ก่อนถึงสามช่องเหนือ ทางผ่าน!
แวะร้านอาหารทะเลเจ๊สาว ซื้อของสด ซีฟู้ด
กุ้งเลไว้ตกปลา หอยแมลงภู่ หอยแครง ปู ปลา
แมงดา และหอยนางรมเท่ามือนาง ตัวละ 35 บาท
"ซีฟู้ดจากชุมชน ชาวบ้านหามาขายเอง"
ผมแวะซื้อกุ้งเลไปร้อยหนึ่ง เนื้อหวาน หอม อร่อย
ถ้าปลาจะรับรู้ได้... ปลายทางถ้าไม่มีปลา
มีกุ้งแช่น้ำปลา ก็พอไปได้!
ถัดไปตรงหัวมุมบ้านร้านค้า แวะซื้อของใช้จำเป็น พอได้ใช้ก่อนช่วงพักที่โฮมสเตย์ ถ้าไม่ได้พกแปรงสีฟันบ้าง ไหรบ้าง
ค่าของ 110 บาท โอน 200 บาท ทอน 90 บาท
ได้เอาเงินไปจ่ายค่าเรือข้ามฟาก เพราะตรงจุดท่าเรือไม่มี ATM เตรียมเงินสดไปให้พร้อมไม่ลำบากแน่นอน
ข้ามคลองบางหลาม เหนือพื้นน้ำคลองบางหลาม
เรือหัวโทงล่องทวนกระแสน้ำ ลงตอนหวันเที่ยงหิด ๆ
เรือข้ามฟากราคาไม่ต่ำกว่า 15 บาทต่อคน
พาคนข้ามไปอีกฝั่งของแผ่นดินใหญ่ ไม่มีทางรถยนต์รถเครื่องเข้าออกได้ลำบากกว่าเรือข้ามฟาก
ผมจ่าย 2 คน 50 บาท
"บางลำสแกนจ่ายไม่ได้ แลกเงินสดไปจากร้านเสียก่อน ตามวิธีข้างต้น"
ล่องเรือข้ามลำคลองบางหลาม
กว้างราว 500 เมตร
ความลึก? ลึกแน่นอนไม่ต้องสืบ
เห็นบ้านสวย ๆ มาแต่ไกล สีเด่น ๆ
นั่นโฮมสเตย์ที่พักเรา
บ้านหลังเขียว หลังคาสีอิฐ ที่มีท่าเทียบเรือ
มีทางเดินหลายสี
ถึงแล้วครับผม! "บ้านสามช่องเหนือโฮมสเตย์"
เรือเทียบท่าหน้าบ้านสามช่องโฮมสเตย์ ยังไม่ทันได้แจ้งเจ้าบ้าน ผมเดินสำรวจก่อน เปิดประตูไว้แล้ว
ล่อคอไปแลข้าง ๆ เห็นร้านอาหารพิงกันซีฟู้ด
ถ้าไม่ได้ปลาเผาเกลือจากเบ็ดคู่ใจ ก็ฝากท้องที่นี่แหละ
โทรตาม...จ๊ะหยัน
“ผมมาถึงแล้วครับ!”
จ๊ะหยันบอก
“เข้าบ้านได้เลยค่ะ”
"คือผมสำรวจหมดแล้วครับ" "ฮ่าาาา"
ไม่นานนัก...จ๊ะหยันก็เดินทางมาถึงจากบ้านใกล้ ๆ
ผมว่า
“สวัสดีครับ ให้ผมพักห้องไหนครับ?”
จ๊ะหยัน:
“ห้องไหนก็ได้ค่ะ ไม่มีลูกค้าคนอื่นมาจอย ถ้ามีการจองแล้ว ต่อให้มา 2 คน ก็ไม่รับลูกค้าเพิ่มค่ะ เผื่อต้องการความเป็นส่วนตัว”
จ๊ะหยันกล่าวทักทาย ก่อนแนะนำที่พัก
“นี่ห้องครัว ทำอาหารได้ นั่นเครื่องปรุงค่ะ”
ผมเหลือบตาไปเห็น… เกลือ!
เกลือโดดเด่นแทนที่ทุกสิ่งบนชั้นวางเครื่องปรุง
(ปลาย่างเกลือครับ) ผมคิดในใจ 😆
ผมว่า
“ไม่พรือไหร เดี๋ยวผมสั่งร้าน ๆ ข้าง ๆ มาส่ง สแกน 60/40 ได้ครับ”
บ้านสามช่องเหนือ วิถีชุมชนคนริมคลองน้ำเค็ม
ได้พูดคุยกับจ๊ะหยันครู่นึง เพื่อทำความรู้จักชุมชนเบื้องต้น
จ๊ะหยัน:
ถัดไปอีกหลัง เด่นชัด นอกชานสีเหลือง คือบ้านสามช่องสายระย้าโฮมสเตย์
โฮมสเตย์ถัดไปอีกหลัง บ้านเคียงกันหลังสีฟ้า
ตัดกับบ้านสีเหลืองก่อนหน้า คือโฮมสเตย์ของพี่ชาย
จ๊ะหยันเองค่ะ
พี่ชายเป็นหัวหน้ากลุ่มวิสาหกิจท่องเที่ยวโดยชุมชนบ้านสามช่องเหนือ
ที่นี่มีโฮมสเตย์ที่มีบ้านรองรับนักท่องเที่ยวได้ 14 หลัง
ผมว่า
“ตกปลาได้หม้าย?”
จ๊ะหยัน:
“ตกได้ค่ะ เห็นตกกันได้ปลาดุกตัวใหญ่แรกกะเดียวใจ ฝั่งหัวท่าเขาตกกันได้ตัวไอ้เติบ”
ผมนี่ใจชื้นขึ้นมาทันทีครับ
“ปลาอย่างเกลือ ความภูมิใจของบ้าน”
ผมโทรถามและตามเบอร์ ถึงผมเล็งบ้านเติลมาจาก Google ผมเห็นว่าบ้านเติลมีหน้าท่า ให้ผมตกปลาได้
จ๊ะหยัน:
“ตกได้ค่ะ ตอเช้ากลับกันหวันบ่ายๆหิดนะคะ
ช่วงหัวเช้าตกปลาได้อีกรอบ แต่จ๊ะไม่ได้อยู่
จ๊ะไปประชุมสัมมนางาน”
“ครับ… ไม่พรือครับ…”
ผมตอบ ก่อนจ๊ะหยันขอตัวแยกย้ายกลับบ้าน ปล่อยพวกผมตกปลา
มีหน้าท่าง่ายต่อการหย่อนเบ็ด
ตกปลาท่ามกลางฝน ประกอบข่าวแผ่นดินไหว
เทือนจากแหงหนึ่ง แล้วไปเทือนอีกแหงหนึ่ง
รุนแรงเสียหาย คนละมุมโลก
การสูญเสียมวลเพียงแหงเดียว เทือนถึงกันหมด
เรากำลังมองถึงการปรับ ปรับน้ำหนัก ปรับความดัน ปรับสมดุลที่รุนแรงขึ้น จนกว่าจะถึงจุดสมดุลอีกครั้ง
ไว้ติดตาม ฮีเลี่ยม 3 และภารกิจของเมือง อินโนวา...
“น้ำแรงพันนี้ หย่อนปลาดุกพอตกได้”
“ได้มั้งเหอน้องบ่าว”
เสียงน้าบ่าวบ้านข้าง ๆ ถามถึงปลาที่กำลังตก
“หม้ายครับ…” ผมตอบ
“น้ำแรงพันนี้ต้องแช่ปลาดุกเล เดี๋ยวพี่อิพาไปตกตรงหัวโน้น แต่ติดธุระวันนี้” น้าบ่าวข้างบ้านว่า...
ผมว่า
“ครับ ๆ ไม่พรือครับ นี่ก็พอได้ตกแล้ว บรรยากาศดี”
น้าบ่าวข้างบ้าน:
“หลังฝนก็อากาศดีแหละ น่าตกปลา นั่งบ่าย ๆ
ใจเย็นๆ ตกเรื่อย ๆ”
ผมตกปลา เดินไปโน่น ไปนี่ ไปสั่งอาหารร้านพิงกัน และกลับมาตกปลา
พอช่วงหวันมุ้งมิ้ง ก็ชวนกันเดิน “เที่ยวชุมชน ยลวิถี” ตามสโลแกนชุมชน
เดินไปตามทางคอนกรีต เหนือน้ำเค็มที่ดันขึ้นมาจากทะเล
วิถีชาวเลและเครื่องมือหากินแบบชาวเล เป็นภาพที่เห็นกันทุกบ้าน
เดินถ่ายรูปชิล ๆ เจอร้านโรตี โรตีร้านธรรมดา ๆ บ้าน ๆ สั่งกลับบ้าน แล้วไปตกปลาต่อ
ยักแรกของผม! ดิ้นอยู่กลางอากาศ!
ยักดอกแรก!
ปูดำขนสด 6 ตัวโล ก้ามมันหนีบ ลูกถ่วงเหล็กขึ้นมา พอจะจับ ก้ามมันอ่อนแรง มันปล่อยก้าม ตกน้ำ จับไม่ทัน
ได้แล้ว ได้แล้ว! ปลาดุกสา!
ได้ยินเสียงเชียร์จากไกลๆ ผ่านสายลม..
ผมยักขึ้นมาตัวหนึ่งครับ รีบวิ่งไปตามคณะมาชม
ปลาพันมั่วหมด ปลดยากหนัดปลานี่!
ตัดสายเบ็ด สายเอ็นขาดหมด กว่าจะปลดปลาได้…
พันเหมือนมัดคอตาย!
ปลาตัวแรกที่ปลดยากมากที่สุดในชีวิต!
เวลาผ่านไปเร็วราวกับโกหก ผ่านมาครึ่งวัน
ได้ยักปลาตัวแรกตอนตี 9 หัวค่ำ ปลดกันฉาบบอบ
แต่ไม่ท้อใจ เรายังตกต่อไปเพื่อปลาตัวที่ 2
เข้านอนตอนตี 1 ได้ 1 แต้มปลา
ปูไม่นับครับ!
เช้าวันใหม่กับกลิ่นอายทะเล
เสียงฝนตกทั้งคืน หลับสบาย อากาศดีมาก
ลมพัดรุ่ย ๆ หัวเช้า หอบกลิ่นอายเลมาหาเรา
ผมคิดว่ามันชิลมาก
บรรยากาศตอนเช้า กับกาแฟบาง ๆ และผมก็ตกปลาอีกครั้ง
หย่อนเบ็ดลงไปแล้วตึงมือ ตุก ๆ
ยักขึ้นมาดู… ปู! ชัดๆ....
กำลังเสวยกุ้งเล ก่อนที่ปลาจะผ่านมาเห็น
ผมยังคงตกปลาต่อไป จนใกล้เตรียมตัวกลับบ้าน
แรงกระตุกมันหนัดหวาแรกคืน
ผมยักขึ้นมาอย่างแรง
ช็อตเดิม จสกแรกแต่คืนเลย!
ผมยักปลาตัวใหญ่กว่าเดิมขึ้นมาแบบเดิม
ผมยักขึ้นมา รีบวิ่งไปตามคณะมาชม
ปลาพันมั่วหมด ปลดยากหนัดปลานี่!
ตัดสายเบ็ด สายเอ็นขาดหมด กว่าจะปลดปลาได้…
พันเหมือนมัดคอตาย!
ปลาตัวที่ 2 ที่ปลดยากที่สุดในสามโลก!
ถึงเวลาต้องกลับ เวลาเลยมาถึงยามหวันเที่ยงเผ้ง
เก็บของออกจากบ้าน เดินไปขึ้นเรือข้ามฟาก
ต้องเดินผ่านชุมชน ชาวบ้านยิ้มแย้มแจ่มใส
ลุงป้านั่งอยู่บนเรือนบ้าน หันมาถาม
“กลับแล้วเหอ?”
“แรกเดียวใจ เด็กตกปลาขี้ตัง ขึ้นมาได้ตัวใหญ่ ไซซ์โล ลูกบ่าวตกได้มั้งเหอ?”
ผมว่า
“ได้ครับ พันมั่วหมด ปลดยากเกือบตาย
ตัดสายขาดหมด ได้ปลาไหล 2 ตัวครับ” ลำบากแรง
ชาวบ้าน:
“ได้ปลาไหล ยกถึงต้องเอาฟาดลงพื้น ให้ตาย ไม่งั้นพันมั่วหมด”
ผมว่า
“ผมปลดเกือบ… พันเนียนหมด แล้วผมก็ปล่อยไปทั้ง 2 ตัว ผมเห็นดูมัน ผมทำกินไม่เป็น”
ชาวบ้าน:
“นั่นแหละ ทำบาปไม่ขึ้น คนแบบนี้”
“นั่นแหละ คนอื่นตกได้ปลาพง ปลาขี้ตัง เขาตกได้ตัวโล ตัวใหญ่ ผมตกได้ปลาไหล 2 ตัว หย่อนลงไปตรงรูพอดีครับ” (มู่ลี่ตัวเอง)
ปล่อยไปหมด... ทำกินไม่เป็น
“ค่าเรือกลับ สแกนได้หม้ายครับ?”
“ไม่ได้ครับ…”
จบภารกิจบ้านสามช่องเหนือโฮมสเตย์
"สำหรับบางคน...ทำบาปไม่ขึ้นครับ"
โฆษณา