Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
ดร.ทรงพล เทอดรัตนเกียรติ Innovation Creative
•
ติดตาม
16 ส.ค. เวลา 15:44 • สุขภาพ
เราไม่ได้เป็นเจ้าของคนที่เรารัก…เราเพียงได้รับเวลาให้รักเขา
เคยคิดไหมว่า
ถ้าวันนี้เป็นวันสุดท้ายที่คุณจะได้เห็นหน้าคนที่คุณรัก คุณจะปฏิบัติต่อเขาเหมือนเมื่อวานหรือเปล่า?
เซเนกา นักปรัชญาสโตอิก พยายามเตือนมนุษย์เมื่อเกือบสองพันปีก่อนว่า สิ่งต่าง ๆ ที่เราเรียกว่า “ของเรา” แท้จริงอาจไม่เคยเป็นของเราเลย
บ้านของเรา
ทรัพย์สินของเรา
ตำแหน่งของเรา
ร่างกายของเรา
กระทั่ง…
คนที่เรารัก
ทั้งหมดเหมือนสิ่งที่ธรรมชาติให้เรายืมมา โดยไม่ได้บอกว่าจะเรียกคืนเมื่อไร
ฟังดูโหดร้ายไหม?
ถ้าเช่นนั้นลองถามกลับว่า
ความจริงโหดร้าย หรือเราเพียงไม่อยากยอมรับความจริง?
เรามักใช้ชีวิตราวกับมีสัญญาฉบับหนึ่งซ่อนอยู่ที่ไหนสักแห่งว่า พรุ่งนี้ทุกคนจะยังอยู่
ก่อนออกจากบ้านจึงไม่จำเป็นต้องกอดกันก็ได้
คำขอบคุณเอาไว้วันหลังก็ได้
คำขอโทษยังไม่ต้องพูดก็ได้
พ่อแม่ไว้ค่อยโทรหาก็ได้
คนรักไว้ค่อยดูแลตอนว่างก็ได้
เพราะเราคิดว่า…
“ยังมีเวลา”
แต่คำถามคือ ใครเป็นคนรับประกัน?
ไม่มีใครรู้ว่าอาหารมื้อไหนจะเป็นมื้อสุดท้ายที่กินด้วยกัน ไม่มีใครรู้ว่าการโบกมือลาครั้งธรรมดาครั้งหนึ่ง จะกลายเป็นภาพที่เราย้อนกลับมาคิดถึงไปอีกหลายสิบปีหรือไม่
ตรงนี้เองที่ปรัชญาสโตอิกมีความหมายอย่างประหลาด
หลายคนเข้าใจ Stoicism ว่าเป็นการฝึกให้ “ไม่รู้สึก”
แต่จริง ๆ แล้วมันอาจกำลังสอนสิ่งตรงกันข้าม
เพราะทุกอย่างไม่แน่นอน เราจึงควรรู้สึกกับมันให้เต็มที่
ลองจินตนาการว่ามีคนให้ดอกไม้สวยมากแก่คุณหนึ่งดอก แล้วบอกว่า
“ผมให้คุณยืมนะ แต่ไม่บอกว่าจะมาเอาคืนวันไหน”
คุณมีสองทางเลือก
ทางแรก ไม่ยอมรักดอกไม้นั้น เพราะกลัววันที่มันถูกเอาคืน
อีกทางหนึ่ง ดูแลมัน ชื่นชมมัน ดมกลิ่นมันทุกวัน และรู้ว่าการที่มันเคยอยู่ในมือเรา แม้เพียงชั่วคราว ก็เป็นของขวัญแล้ว
มนุษย์ที่เรารักก็อาจเป็นเช่นนั้น
การตระหนักถึงความตายจึงไม่ได้มีไว้ทำให้เราหดหู่
แต่มันมีไว้ถามว่า
“ในเมื่อเวลามีจำกัด แล้วเรายังจะเสียมันไปกับเรื่องอะไร?”
เราจะยังทะเลาะกันเพื่อเอาชนะไหม?
เราจะยังไม่พูดกับพ่อเพราะทิฐิไหม?
เราจะยังยุ่งจนไม่มีเวลาโทรหาแม่ไหม?
เราจะยังคิดว่าคนรัก “รู้อยู่แล้ว” ว่าเรารัก โดยไม่เคยพูดหรือแสดงออกไหม?
บางครั้งความโศกเศร้าที่หนักที่สุดไม่ได้เกิดจากการสูญเสียเพียงอย่างเดียว
แต่มาจากประโยคที่วนซ้ำอยู่ในใจว่า
“ถ้ารู้ว่าจะเป็นแบบนี้ วันนั้นฉันน่าจะ…”
น่าจะกอดเขานานกว่านั้น
น่าจะใจเย็นกว่านั้น
น่าจะโทรกลับ
น่าจะพาไปกินข้าว
น่าจะบอกรัก
น่าจะให้อภัย
แต่ปรัชญาไม่ได้ย้อนเวลาให้เรา
มันทำได้เพียงปลุกเราขึ้นมาใน วันนี้
เพื่อไม่ให้วันหนึ่งเราต้องใช้คำว่า “น่าจะ” กับคนที่ยังอยู่ตรงหน้า
ดังนั้น การยอมรับความไม่เที่ยงไม่ได้หมายความว่าเราต้องรักใครน้อยลง
ตรงกันข้าม
เพราะเขาไม่ได้อยู่กับเราตลอดไป เราจึงควรรักเขาให้ดีกว่าเดิม
รักอย่างมีสติ
รักโดยไม่ครอบครอง
รักโดยไม่คิดว่าเขาจะอยู่รอเราเสมอ
และรักโดยรู้ว่าทุกวันที่ยังได้พบกันคือเวลาที่ธรรมชาติยังไม่ได้เรียกคืน
ท้ายที่สุดแล้ว ชีวิตอาจไม่ได้ถามเราว่า
“คุณรักษาคนที่รักไว้ได้นานแค่ไหน?”
เพราะเรื่องนั้นไม่เคยอยู่ในการควบคุมของเรา
ชีวิตอาจถามเพียงว่า
“ในช่วงเวลาที่เขายังอยู่ คุณรักเขาดีพอหรือยัง?”
และคืนนี้ ก่อนนอน…
ลองมองคนที่ยังอยู่ในชีวิตคุณสักคน
แล้วถามตัวเองว่า
ถ้าธรรมชาติไม่ได้รับประกันวันพรุ่งนี้ วันนี้ยังมีอะไรที่คุณควรพูด ควรทำ ควรให้อภัย หรือควรบอกรักเขาหรือไม่?
1
#Stoicism #เซเนกา #ปรัชญาชีวิต #ความไม่เที่ยง #ความรัก
PS. บางทีคนที่คุณคิดถึงขณะอ่านมาถึงตรงนี้ อาจเป็นคำตอบอยู่แล้วว่า…คืนนี้คุณควรโทรหาใคร
ความรู้รอบตัว
แนวคิด
จิตวิทยา
บันทึก
2
1
2
1
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย