17 ส.ค. เวลา 00:32 • สิ่งแวดล้อม
BangkokThailand

AI กับการแยกขยะ

คุณเดินไปที่ถังขยะ แล้วทิ้งขยะลงไปโดยไม่ต้องคิด — ไม่ต้องแยก ไม่ต้องดูว่าขวดน้ำกับซองขนมเป็นคนละประเภทกัน "แล้วถังขยะก็ แยกให้เอง"
ฟังดูเหมือนนิยายวิทยาศาสตร์? แต่ในปี 2569 มันกำลังเกิดขึ้นจริงในประเทศไทยแล้ว
นักเรียนมัธยมปลายจากเชียงใหม่สร้างถังขยะที่แยกขยะได้แม่นยำถึง 92% และคว้ารางวัลระดับประเทศ กรุงเทพฯ กำลังใช้ AI จมูกอิเล็กทรอนิกส์ตามหากลิ่นขยะ 24 ชั่วโมง แอปพลิเคชันจาก สวทช. กำลังเปลี่ยนขยะอาหารให้เป็นข้อมูลที่จับต้องได้ และในงาน Bangkok Design Week กิจกรรมเดินสำรวจเรื่องขยะในเมืองก็ปรากฏตัวแล้ว
คำถามคือ: AI กำลังเปลี่ยนเกมการจัดการขยะในประเทศไทยจริงหรือ? แล้วมันจะช่วยให้เราแยกขยะได้ดีขึ้นโดยไม่ต้องพยายามเพิ่มหรือไม่?
สร้างภาพโดย AI เพื่อประกอบบทความ
วิกฤตขยะที่ AI กำลังเข้ามาช่วย
ในบทความก่อนหน้านี้ เราเห็นแล้วว่าประเทศไทยมีขยะเกือบ 27 ล้านตันต่อปี มีเพียงราว 1 ใน 3 ที่ถูกคัดแยกเพื่อใช้ประโยชน์ และขยะกว่า 7 ล้านตันถูกกำจัดอย่างไม่ถูกต้อง
AI กำลังถูกนำมาใช้เพื่อเปลี่ยนตัวเลขเหล่านี้ — ไม่ใช่แค่การแยกขยะให้ดีขึ้น แต่คือการจัดการขยะ ตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทาง
ปัจจุบันนวัตกรรม AI ด้านการจัดการขยะในประเทศไทยแบ่งออกเป็น 5 ด้านหลัก:
  • AI คัดแยกขยะอัจฉริยะ — SmartSort Trash Can, Intelligence Bin
  • กิจกรรมสร้างความตระหนักเรื่องขยะ — CITY SORT LAB
  • AI จัดการขยะในเมือง — E-Nose (กทม.), Waste Wise Station
  • AI ลดขยะอาหาร — Lookie Waste, NECTEC AI Matching Platform
  • AI กับขยะทะเล — โดรน+AI (ไทยยูเนี่ยน)
  • AI ในต่างประเทศ — ถังขยะ AI เกาหลีใต้, WasteFlow (สวิตเซอร์แลนด์)
SmartSort Trash Can — ถังขยะที่แยกให้เอง
ในเดือนมีนาคม 2569 นักเรียน 3 คนจาก Chiang Mai International School (CMIS) — สามารถ ลิ้มเล็งเลิศ, ธันวา นามวงค์ และ ดนุพัฒน์ ปัญจสวัสดิ์วงศ์ — คว้ารางวัลชนะเลิศอันดับ 1 ด้าน Climate Action ในเวที Thailand Creativity and Innovation Award (T-CIA) 2026 ด้วยผลงาน “AI Smart Waste Sorting System (SmartSort Trash Can)”
ความแม่นยำของระบบอยู่ที่ 85–92% ในการจำแนกขยะ และที่สำคัญคือออกแบบให้ ใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวัน โดยไม่ต้องอาศัยความรู้เฉพาะทาง
ความแม่นยำของระบบอยู่ที่ 85–92% ในการจำแนกขยะ และที่สำคัญคือออกแบบให้ ใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวัน โดยไม่ต้องอาศัยความรู้เฉพาะทาง
หนึ่งในทีมผู้พัฒนากล่าวว่า:
“You don’t need to think. You just drop your trash — and SmartSort does the rest.”
(“คุณไม่ต้องคิด แค่ทิ้งขยะลงไป — แล้ว SmartSort ก็จัดการที่เหลือให้”)
แนวคิดสำคัญของทีมคือ:
“SmartSort isn’t asking people to change. It’s changing the system around people.”
(“SmartSort ไม่ได้ขอให้คนเปลี่ยน แต่กำลังเปลี่ยนระบบรอบตัวคน”)
ผลงานนี้สะท้อนศักยภาพของเยาวชนไทยในการนำ AI มาแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมได้อย่างเป็นรูปธรรม
Intelligence Bin — ถังขยะ AI แยกขยะอัตโนมัติ
ทีม “ปั๊กกะป๊อก” นักศึกษาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่นพัฒนา “Intelligence Bin” ถังขยะอัจฉริยะที่ใช้ระบบกล้องจับภาพร่วมกับเทคโนโลยี AI ในการคัดแยกขยะออกจากพื้นหลังหรือวัตถุอื่นๆ ได้อย่างแม่นยำ พร้อมระบบแจ้งเตือนเมื่อขยะเต็มถัง ผลงานนี้คว้ารางวัลชนะเลิศอันดับ 1 ระดับอุดมศึกษาในเวที e-Waste HACK BKK 2024
CITY SORT LAB — กิจกรรมพาเมืองเรียนรู้เรื่องขยะ
ในงาน Bangkok Design Week 2026 มีการจัดกิจกรรม “CITY SORT LAB” โดย aRoundP ภายใต้การสนับสนุนของสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (CEA) เป็นกิจกรรม “Sorting Walk Urban Talk” ชวนผู้ร่วมงานเดินสำรวจย่านเจริญกรุง เรียนรู้เรื่องขยะผ่านศิลปะและประวัติศาสตร์การค้าในพื้นที่ ก่อนปิดท้ายด้วยเวิร์กช็อปแยกขยะที่สถานีแยกขยะ ณ ไปรษณีย์กลางบางรัก
ความโดดเด่นของนวัตกรรมจากเยาวชนไทยทั้งหลายเหล่านี้คือ การเปลี่ยนโจทย์จาก “ให้คนแยกขยะ” เป็น “ให้ AI แยกขยะให้คน” — ซึ่งอาจเป็นกุญแจสำคัญในการแก้ปัญหาการแยกขยะที่ต้นทางที่ยังอ่อนแอ
2. สถานีขยะอัจฉริยะ: เมื่อนวัตกรรมมารวมกันที่เดียว
Waste Wise Station — ศูนย์รวม 5 นวัตกรรมในที่เดียว
สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA) ร่วมกับ KMITL และ TRUE เปิดตัว “Waste Wise Station” สถานีจัดการขยะอัจฉริยะในย่านนวัตกรรมปุณณวิถี ประกอบด้วย 5 นวัตกรรม สำหรับขยะ 5 ประเภท:
  • True E-Waste — เครื่องรับขยะอิเล็กทรอนิกส์ พร้อม AI คำนวณคาร์บอนแบบ real-time
  • Oklin — เครื่องย่อยเศษอาหารเป็นปุ๋ย
  • Circular / Refun / Recycoex — นวัตกรรมจัดการขยะประเภทอื่นๆ
โครงการนี้มีเป้าหมายแก้ปัญหาขยะในกรุงเทพมหานครซึ่งเป็นแหล่งกำเนิดขยะมากที่สุดในประเทศ
3. AI จัดการขยะในเมือง: เมื่อกรุงเทพฯ เปลี่ยนเป็น “เมืองอัจฉริยะ”
E-Nose: จมูกอิเล็กทรอนิกส์ที่ได้กลิ่นเร็วกว่ามนุษย์ ในเดือนกรกฎาคม 2569 รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พรพรหม วิกิตเศรษฐ์ ได้ประชุมติดตามการดำเนินงานภายในศูนย์กำจัดมูลฝอยทั้ง 3 แห่งของ กทม. โดยเน้นการนำเทคโนโลยีอัจฉริยะเข้ามาช่วยบริหารจัดการ หัวใจสำคัญคือ ระบบจมูกอิเล็กทรอนิกส์ (E-Nose) ที่ใช้ AI ในการแยกอัตลักษณ์และวิเคราะห์หาแหล่งกำเนิดกลิ่นได้อย่างแม่นยำ เพื่อแก้ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนได้อย่างตรงจุด
กรุงเทพฯ มีแผนติดตั้ง E-Nose ภายในศูนย์กำจัดมูลฝอยสำคัญ 3 แห่ง โดยระบบจะทำงาน 24 ชั่วโมง และในอนาคตมีแผนจะ เปิดระบบให้ภาคประชาชนสามารถเข้ามาตรวจสอบข้อมูลแบบเรียลไทม์ได้ เป้าหมายสูงสุดคือ “ลดการฝังกลบให้เหลือ 30%” ควบคู่ไปกับการส่งเสริมกระบวนการรีไซเคิลเพื่อเปลี่ยนขยะให้กลายเป็นทรัพยากรที่มีมูลค่าตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy)
4. AI ลดขยะอาหาร: จากขยะสู่ข้อมูลและอาหาร
Lookie Waste — แอปฯ ที่เปลี่ยนขยะอาหารให้เป็นข้อมูล
ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (MTEC) สวทช. ร่วมกับ UNEP พัฒนา Lookie Waste Platform เพื่อติดตามขยะอาหารและบรรจุภัณฑ์ตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทาง ความสามารถของ Lookie Waste:
  • ใช้ เทคโนโลยีประมวลผลภาพ ในการระบุประเภทและปริมาณขยะประเ
  • มินผลกระทบสิ่งแวดล้อมในรูป คาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (CO2-eq)
  • ประมาณต้นทุนทางเศรษฐกิจของขยะอาหาร
  • แปลผลกระทบทางสังคมเป็นจำนวนเด็กที่สามารถได้รับอาหาร จากขยะที่ถูกทิ้ง
Lookie Waste ออกแบบมาให้ใช้งานได้กับธุรกิจ ร้านอาหาร ร้านค้าปลีก ครัวเรือน และผู้จัดการขยะ เป้าหมายคือการสร้างความตระหนักและเป็นเครื่องมือในการตัดสินใจเพื่อลดขยะอาหาร
NECTEC AI Matching Platform — เชื่อมต่อคนมีอาหารเกินกับคนขาดแคลน
NECTEC (ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ) ได้พัฒนา AI-based matching platform เพื่อเชื่อมต่อผู้บริจาคอาหารกับผู้รับบริจาค
ระบบจะวิเคราะห์ข้อมูลที่เกี่ยวข้อง เช่น ประเภทอาหาร ปริมาณ และข้อจำกัดด้านการขนส่ง เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถจัดการอาหารบริจาคได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ
ปัจจุบัน AI Platform นี้อยู่ระหว่างการทดสอบร่วมกับ SOS Thailand และคาดว่าจะเริ่มดำเนินการอย่างเต็มรูปแบบภายในปีนี้ ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง โดยเฉพาะเด็กและผู้สูงอายุ
5. AI กับขยะทะเล: โดรน+AI ค้นหา Ghost Gear
ไทยยูเนี่ยนร่วมมือกับโครงการ ARRI (Aerial Recon & Recovery Initiative) ใช้ โดรนและ AI ค้นหาและกำจัด “Ghost Gear” (อุปกรณ์ประมงที่ถูกทิ้งในทะเล) บริเวณเกาะพะงัน:
  • โครงการดำเนินงานครอบคลุมพื้นที่กว่า 12 ตารางกิโลเมตร รอบเกาะพะงัน
  • ใช้โดรนติดกล้องบันทึกภาพความละเอียดสูง ทุก 2 วินาที
  • นำภาพเข้าสู่ระบบ AI ที่พัฒนาโดย ARRI เพื่อจำแนกอุปกรณ์ประมงที่ถูกทิ้ง
  • คาดว่าจะเก็บกู้อุปกรณ์ประมงและขยะที่เกี่ยวข้องได้ไม่น้อยกว่า 3,230 กิโลกรัม
อดัม เบรนนัน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการพัฒนาที่ยั่งยืนและสื่อสารองค์กร ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป กล่าวว่า:
“มลพิษทางทะเลจากขยะพลาสติกมีขนาดใหญ่เกินกว่าจะใช้แนวทางเดิม ๆ รับมือได้ ด้วยการผสานเทคโนโลยีโดรนและเอไออันล้ำสมัยของ ARRI เข้ามาช่วย”
6. เปรียบเทียบต่างประเทศ: นวัตกรรม AI ที่ไทยควรศึกษา
เกาหลีใต้ — ถังขยะ AI กว่า 1,000 ถัง พร้อมระบบคะแนน
เกาหลีใต้เป็นหนึ่งในประเทศที่ใช้ AI จัดการขยะได้อย่างก้าวหน้าที่สุดในโลก โดยมีการติดตั้ง ถังขยะรีไซเคิลที่ขับเคลื่อนด้วย AI มากกว่า 1,000 ถัง ในชุมชน สวนสาธารณะ และพื้นที่สาธารณะทั่วประเทศ
ความสามารถของถังขยะ AI เกาหลีใต้:
  • ระบุชนิดของขวดพลาสติกได้อย่างแม่นยำในเวลา เพียงไม่กี่วินาที
  • เพิ่มประสิทธิภาพการรีไซเคิลสูงสุดถึง 600 กิโลกรัมต่อเดือน
  • สร้างแรงจูงใจให้ประชาชน ด้วยระบบสะสมคะแนน แลกเป็นเงินหรือสิทธิประโยชน์
เกาหลีใต้เป็นประเทศที่ใช้พลาสติกมากที่สุดประเทศหนึ่งในโลก แต่ด้วยเทคโนโลยี AI กำลังเปลี่ยนวิกฤตขยะพลาสติกให้กลายเป็นโอกาส
สวิตเซอร์แลนด์ — WasteFlow คัดแยก 66 ประเภท แม่น 98%
สตาร์ทอัพ EPFL WasteFlow พัฒนา AI copilot ที่ระบุและวัดปริมาณขยะได้ 66 ประเภท ด้วยความแม่นยำถึง 98% สำหรับพลาสติกบางประเภท
โครงการ PLASTICE (EU) — Cybersorting
โครงการ PLASTICE ของ EU กำลังพัฒนา “Cybersorting Facility” ที่ใช้ AI วิเคราะห์เพื่อตรวจจับประเภทพลาสติก สี สารปนเปื้อน และองค์ประกอบของวัสดุในแบบเรียลไทม์ เป้าหมายคือลดขยะพลาสติกและการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
บทเรียนสำหรับไทย: ถังขยะ AI ในเกาหลีใต้และเทคโนโลยีคัดแยกของยุโรปไม่ใช่แค่การคัดแยก — มันคือ การสร้างระบบนิเวศที่จูงใจให้คนร่วมมือ โดยไม่ต้องพึ่งพา “จิตสำนึก” เพียงอย่างเดียว
การคัดแยกขยะ — ก่อนมี AI: อาศัยมนุษย์แยกเอง ผิดพลาดสูง / หลังมี AI: AI แยกให้ แม่นยำ 85-98%
การจัดการกลิ่นขยะ — ก่อนมี AI: ตรวจสอบด้วยมนุษย์ ตามไม่ทัน / หลังมี AI: E-Nose ตรวจจับ 24 ชม. วิเคราะห์ต้นตอ
การลดขยะอาหาร — ก่อนมี AI: ไม่รู้ว่าทิ้งอะไรไปบ้าง / หลังมี AI: Lookie Waste วัดผลกระทบเป็นตัวเลข
การบริจาคอาหาร — ก่อนมี AI: จับคู่ยาก โลจิสติกส์ยุ่งยาก / หลังมี AI: AI จับคู่ผู้บริจาค-ผู้รับ แบบเรียลไทม์
แรงจูงใจประชาชน — ก่อนมี AI: พึ่งพาจิตสำนึกอย่างเดียว / หลังมี AI: เกาหลีใต้ ใช้ระบบคะแนนแลกเงิน
ขยะในทะเล — ก่อนมี AI: ค้นหา Ghost Gear ยาก / หลังมี AI: โดรน+AI ค้นหาและกำจัดได้แม่นยำ
สิ่งที่ AI ทำได้จริงในตอนนี้
  • แยกขยะให้คน — SmartSort (92% แม่นยำ, รางวัลชนะเลิศ T-CIA 2026), Intelligence Bin
  • ตรวจจับและวิเคราะห์ — E-Nose ของกรุงเทพฯ ระบุแหล่งกำเนิดกลิ่นได้แม่นยำ แก้ปัญหาที่ต้นตอ
  • เปลี่ยนขยะเป็นข้อมูล — Lookie Waste เปลี่ยนขยะอาหารให้เป็นข้อมูลที่สามารถนำไปใช้ตัดสินใจได้ ทั้งในแง่เศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และสังคม
  • เชื่อมต่ออุปสงค์-อุปทาน — NECTEC AI Platform เชื่อมต่อผู้ที่มีอาหาร surplus กับผู้ที่ขาดแคลน
  • จัดการขยะในทะเล — โดรน+AI ช่วยค้นหา Ghost Gear ในพื้นที่ที่มนุษย์เข้าถึงยาก
สร้างแรงจูงใจ — เกาหลีใต้พิสูจน์แล้วว่าระบบคะแนนจากถังขยะ AI ได้ผล
สิ่งที่ AI ยังทำไม่ได้
  • 1.
    แทนที่มนุษย์ทั้งหมด — AI ยังต้องมีคนดูแลระบบและตรวจสอบความถูกต้อง
  • 2.
    แก้ปัญหาที่ต้นเหตุ — AI ช่วยจัดการขยะได้ดีขึ้น แต่ไม่ช่วยลดการสร้างขยะตั้งแต่แรก
  • 3.
    เข้าถึงทุกพื้นที่ — นวัตกรรม AI ส่วนใหญ่ยังกระจุกตัวอยู่ในเมืองใหญ่และศูนย์วิจัย
“เปลี่ยนระบบรอบตัวคน” — หัวใจของ AI กับการแยกขยะ
สิ่งที่ SmartSort Trash Can สอนเราคือ การเปลี่ยนโจทย์ — แทนที่จะพยายามให้คนแยกขยะให้ถูก เราควรสร้างระบบที่แยกขยะให้คนโดยอัตโนมัติ
นี่คือสิ่งที่ AI ทำได้ดีที่สุด: เปลี่ยนระบบ ไม่ใช่เปลี่ยนคน
สำหรับคนไทยที่อยากเห็น AI ช่วยแก้ปัญหาขยะ:
1. สนับสนุนนวัตกรรมไทย
• SmartSort Trash Can, Intelligence Bin, และ Waste Wise Station เป็นตัวอย่างของนวัตกรรมจากคนไทยที่ควรได้รับการสนับสนุน
• ติดตามและสนับสนุนโครงการเหล่านี้ให้เติบโตสู่การใช้งานจริง
2. ใช้แอปฯ ที่ช่วยลดขยะอาหาร
• ลองใช้ Lookie Waste เพื่อบันทึกขยะอาหารในครัวเรือน
• ดูว่าคุณกำลังทิ้งอาหารไปเท่าไหร่และมีมูลค่าเท่าไหร่
3. ติดตามความเคลื่อนไหวของ กทม.
• กรุงเทพฯ กำลังเปลี่ยนเป็นเมืองอัจฉริยะด้านขยะ — ติดตามข้อมูล E-Nose และแผนลดฝังกลบ 30%
• เมื่อระบบเปิดให้ประชาชนตรวจสอบข้อมูลได้ ใช้มันเพื่อเรียกร้องความโปร่งใส
4. เรียนรู้จากต่างประเทศ
• เกาหลีใต้มีถังขยะ AI กว่า 1,000 ถัง — ไทยควรศึกษาและปรับใช้
• ระบบคะแนนแลกเงินเป็นแรงจูงใจที่ได้ผล
• WasteFlow ของสวิตเซอร์แลนด์และ Cybersorting ของ EU เป็นเทคโนโลยีที่ไทยควรศึกษาต่อ
5. เปลี่ยนมุมมอง: AI ไม่ได้มาแทนที่เรา แต่มาเปลี่ยนระบบ
• แทนที่จะพยายามแยกขยะให้ถูกทุกครั้ง ให้สนับสนุนระบบที่แยกขยะให้เรา
• การลงทุนในเทคโนโลยี AI เพื่อการจัดการขยะคือการลงทุนในอนาคต
ในบทความก่อนหน้านี้ เราเห็นว่าการแยกขยะในไทยยังล้มเหลว เพราะพึ่งพาจิตสำนึกของประชาชนเพียงอย่างเดียว แต่ AI กำลังเปลี่ยนสมการนั้น
นักเรียนมัธยมจากเชียงใหม่สร้างถังขยะที่แยกเองได้แม่นยำ 92% และคว้ารางวัลชนะเลิศระดับประเทศ กรุงเทพฯ ใช้ E-Nose ตามหากลิ่นขยะ 24 ชั่วโมง สวทช. เปลี่ยนขยะอาหารให้เป็นข้อมูลที่จับต้องได้ NECTEC เชื่อมต่ออาหารส่วนเกินกับคนที่ขาดแคลน Waste Wise Station รวม 5 นวัตกรรมไว้ในที่เดียว ไทยยูเนี่ยนใช้โดรน+AI ค้นหา Ghost Gear ในทะเล เกาหลีใต้มีถังขยะ AI กว่า 1,000 ถัง พร้อมระบบคะแนน และในงาน Bangkok Design Week กิจกรรมพาคนเมืองเรียนรู้เรื่องขยะก็เกิดขึ้นแล้ว
AI ไม่ได้ขอให้เราเปลี่ยน — AI กำลังเปลี่ยนระบบรอบตัวเรา
คำถามที่เราต้องตอบคือ:
“ถ้า AI สามารถแยกขยะให้เราได้โดยไม่ต้องคิด — เราจะยังมีข้ออ้างอะไรที่จะไม่ทิ้งขยะให้ถูกที่?”
และ:
“เราจะลงทุนในเทคโนโลยีที่เปลี่ยนระบบ แทนที่จะลงทุนในการเปลี่ยนคนเพียงอย่างเดียว หรือไม่?”
สร้างภาพโดย AI เพื่อประกอบบทความ
แหล่งอ้างอิงหลัก
SmartSort Trash Can (CMIS) / T-CIA 2026
Intelligence Bin (ม.ขอนแก่น / ทีมปั๊กกะป๊อก)
• มหาวิทยาลัยขอนแก่น: https://kku.ac.th/th/200368/
CITY SORT LAB (Bangkok Design Week 2026)
• Bangkok Design Week (ทางการ): https://www.bangkokdesignweek.com/en/bkkdw2026/program/154562
Waste Wise Station (NIA/KMITL/TRUE)
Lookie Waste (MTEC สวทช.)
สถิติขยะไทย
• กรมควบคุมมลพิษ: https://thaimsw.pcd.go.th/report_country.php
• สำนักงานสถิติแห่งชาติ: https://www.nso.go.th/public/e-book/Indicators-Environment/Environment-Indicators-2567/226-227/
เขียนโดย: P.Kunyabut (วางแนวคิด เรียบเรียงและตรวจสอบข้อเท็จจริง) ร่วมกับ Claude (Anthropic)/DeepSeek ในบทบาทผู้ช่วยร่างและเรียบเรียง
โฆษณา