17 ส.ค. เวลา 04:52 • หุ้น & เศรษฐกิจ

ใครแบกภาษีตัวจริง? เปิด Tax Incidence เมื่อคนจ่าย อาจไม่ใช่คนรับภาระ

Bnomics ชวนทำความเข้าใจ Tax Incidence Theory เมื่อผู้เสียภาษีตามกฎหมาย อาจไม่ใช่ผู้แบกรับภาระจริง
เมื่อรัฐบาลประกาศขึ้นภาษี หลายคนอาจเข้าใจว่า “ใครถูกเก็บภาษี คนนั้นก็คือคนจ่าย” แต่ในทางเศรษฐศาสตร์ เรื่องนี้อาจไม่ได้ตรงไปตรงมาเสมอไป
ข้อมูลจาก Bnomics ธนาคารกรุงเทพ อธิบายผ่านแนวคิด Tax Incidence Theory หรือทฤษฎีการตกเป็นภาระของภาษีว่า ผู้ที่มีหน้าที่นำเงินส่งให้รัฐบาลตามกฎหมาย อาจไม่ใช่คนเดียวกับผู้ที่แบกรับภาระภาษีที่แท้จริง
ขึ้นภาษีนำเข้า ผู้นำเข้าอาจเป็นผู้จ่ายภาษีให้รัฐ แต่ต้นทุนที่เพิ่มขึ้นอาจถูกส่งต่อไปยังผู้ผลิตและผู้บริโภคผ่านราคาสินค้า
ใครแบกภาษีตัวจริง? เปิด Tax Incidence เมื่อคนจ่าย อาจไม่ใช่คนรับภาระ
ขณะที่การขึ้นภาษีบุหรี่ ผู้ผลิตอาจปรับขึ้นราคาจนผู้บริโภคเป็นฝ่ายรับภาระมากขึ้น
คำถามจึงไม่ใช่เพียงว่า “ใครเป็นผู้เสียภาษี?” แต่คือ “ท้ายที่สุดแล้ว ใครเป็นคนแบกรับภาษีตัวจริง?”
ผู้เสียภาษี ไม่เท่ากับ ผู้แบกรับภาษี
ตามกฎหมาย รัฐจะกำหนดไว้อย่างชัดเจนว่าใครมีหน้าที่เสียภาษี เช่น ผู้ผลิตหรือผู้นำเข้าที่ต้องเสียภาษีสรรพสามิต ผู้นำเข้าที่ต้องเสียภาษีนำเข้า หรือบริษัทที่ต้องเสียภาษีนิติบุคคล
แต่ในทางเศรษฐศาสตร์ ผู้มีหน้าที่เสียภาษีอาจสามารถ ส่งต่อภาระภาษี ไปยังฝ่ายอื่นได้ โดยขึ้นอยู่กับสภาพการแข่งขันและความสามารถในการปรับตัวของแต่ละฝ่าย
เมื่อภาษีเพิ่มขึ้น ธุรกิจอาจเลือกขึ้นราคาสินค้า ลดต้นทุน ลดการจ้างงาน ยอมรับกำไรที่ลดลง หรือตัดสินใจย้ายฐานการผลิต
ดังนั้น คนที่นำเงินส่งให้รัฐบาลจึงอาจไม่ใช่คนที่รับภาระภาษีทั้งหมด
ภาษีความหวาน คนซื้ออาจเป็นคนจ่าย
กรณีภาษีความหวาน ผู้ผลิตหรือผู้นำเข้าเป็นผู้มีหน้าที่เสียภาษีตามกฎหมาย แต่เมื่อภาษีเพิ่มขึ้น ธุรกิจมีทางเลือกหลายทาง ทั้งปรับขึ้นราคาสินค้า ลดปริมาณน้ำตาล ลดขนาดบรรจุภัณฑ์ หรือยอมรับกำไรที่ลดลง
หากเลือกขึ้นราคา ภาระภาษีบางส่วนก็จะถูกส่งต่อไปยังผู้บริโภคผ่านราคาที่สูงขึ้น
แต่หากตลาดแข่งขันรุนแรงจนขึ้นราคาได้ยาก ผู้ผลิตอาจต้องรับภาระภาษีไว้เองผ่านกำไรที่ลดลง
ภาษีบุหรี่ ผู้บริโภคอาจรับภาระมากกว่า
เมื่อรัฐบาลขึ้นภาษีบุหรี่ ผู้ผลิตหรือผู้นำเข้าจะมีต้นทุนเพิ่มขึ้น และสามารถเลือกปรับขึ้นราคาขายเพื่อส่งผ่านภาระภาษีไปยังผู้บริโภค
หากผู้บริโภคยังคงซื้อสินค้าแม้ราคาจะสูงขึ้น ผู้ผลิตก็มีโอกาสผลักภาระภาษีไปยังผู้บริโภคได้มากขึ้น
ภาษีนำเข้า อาจส่งต่อถึงราคาสินค้า
ภาษีนำเข้าก็เช่นกัน แม้ผู้นำเข้าจะเป็นผู้มีหน้าที่เสียภาษีโดยตรง แต่ต้นทุนที่เพิ่มขึ้นอาจถูกส่งต่อเป็นทอดๆ
เช่น การขึ้นภาษีนำเข้าเหล็กอาจทำให้ผู้นำเข้าปรับราคาเหล็กสูงขึ้น โรงงานที่ใช้เหล็กมีต้นทุนเพิ่มขึ้น และอาจส่งต่อต้นทุนไปยังผู้ผลิตรถยนต์หรือเครื่องใช้ไฟฟ้า ก่อนที่ต้นทุนดังกล่าวจะมาถึงผู้บริโภคในรูปของราคาสินค้าที่สูงขึ้น
ภาษีนิติบุคคล บริษัทอาจไม่ได้รับภาระทั้งหมด
แม้บริษัทจะเป็นผู้เสียภาษีนิติบุคคลตามกฎหมาย แต่ภาระทางเศรษฐกิจอาจกระจายไปยังหลายฝ่าย
บริษัทอาจปรับขึ้นราคาสินค้า ลดการขึ้นค่าจ้าง ชะลอการจ้างงาน ลดเงินปันผล หรือปรับแผนการลงทุนไปยังประเทศที่มีภาษีต่ำกว่า
ดังนั้น ผู้บริโภค ลูกจ้าง ผู้ถือหุ้น หรือแม้แต่ประเทศที่สูญเสียการลงทุน ต่างอาจรับภาระภาษีบางส่วนได้
แล้วใครเป็นคนแบกรับภาษีมากที่สุด?
ข้อมูลจาก Bnomics อธิบายว่า หัวใจสำคัญของ Tax Incidence Theory อยู่ที่ความยืดหยุ่นของอุปสงค์และอุปทาน หรือ Price Elasticity
โดยทั่วไป ฝ่ายที่มีความยืดหยุ่นน้อยกว่า หรือปรับตัวได้ยากกว่า มักเป็นฝ่ายที่แบกรับภาระภาษีมากกว่า
หากผู้บริโภคสามารถเปลี่ยนไปซื้อสินค้าชนิดอื่นได้ง่าย ผู้ผลิตจะขึ้นราคาได้ยาก เพราะเสี่ยงสูญเสียลูกค้า ทำให้ผู้ผลิตอาจต้องรับภาระภาษีผ่านกำไรที่ลดลง
แต่หากผู้บริโภคมีทางเลือกน้อยและยังต้องซื้อสินค้าแม้ราคาจะสูงขึ้น ผู้ผลิตก็สามารถส่งผ่านต้นทุนไปยังราคาสินค้าได้มากขึ้น ทำให้ผู้บริโภครับภาระภาษีในสัดส่วนที่สูงขึ้น
พูดให้เข้าใจง่ายคือ “ฝ่ายที่มีทางเลือกน้อยกว่า หรือปรับตัวได้ยากกว่า มักเป็นฝ่ายที่แบกรับภาระภาษีมากกว่า”
ทำไมรัฐบาลต้องสนใจว่าใครเป็นคนแบกภาษี?
การออกแบบนโยบายภาษีจึงไม่ได้มีเพียงคำถามว่า รัฐจะจัดเก็บรายได้เพิ่มได้เท่าไร แต่ต้องพิจารณาด้วยว่า ภาษีจะกระทบราคาสินค้า ค่าครองชีพ การจ้างงาน การลงทุน และความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจอย่างไร
โดยเฉพาะกลุ่มผู้มีรายได้น้อยที่อาจได้รับผลกระทบจากราคาสินค้าที่เพิ่มขึ้นมากกว่ากลุ่มอื่น
เพราะหากมองเพียงว่า “ใครเป็นผู้เสียภาษีตามกฎหมาย” นโยบายที่ตั้งใจให้ธุรกิจเป็นผู้จ่าย อาจกลายเป็นประชาชนที่ต้องรับภาระต้นทุนส่วนใหญ่ผ่านราคาสินค้า หรือผลกระทบทางเศรษฐกิจในด้านอื่น
ท้ายที่สุดแล้ว ผู้ที่นำเงินส่งให้รัฐบาล อาจไม่ใช่ผู้ที่แบกรับภาระภาษีทั้งหมด
และนี่คือเหตุผลที่การทำความเข้าใจ Tax Incidence Theory ช่วยให้เห็นภาพว่า เมื่อรัฐออกแบบภาษี สิ่งสำคัญไม่ได้มีเพียงว่า “ใครเป็นผู้เสียภาษี” แต่ต้องมองต่อว่า “ใครกันแน่ที่เป็นคนแบกรับภาษีตัวจริง”
อ่านเนื้อหาต้นฉบับได้ที่ : https://www.pptvhd36.com/wealth/economic/281620
ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมที่เว็บไซต์ https://www.pptvhd36.com
และช่องทาง Social Media
โฆษณา