5 ชั่วโมงที่แล้ว • หุ้น & เศรษฐกิจ

ประเทศไทยพร้อมแล้ว กับบทบาทเจ้าภาพเวทีเศรษฐกิจการเงินโลก

“ประเทศไทยพร้อมแล้ว” ไม่ใช่เพียงคำประกาศ แต่คือภาพสะท้อนของการเตรียมความพร้อมอย่างรอบด้านจากทุกภาคส่วน เพื่อก้าวสู่บทบาทเจ้าภาพการประชุมระดับโลกครั้งสำคัญ และไทยก็พร้อมที่จะเปิดบ้านต้อนรับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ผู้ว่าการธนาคารกลาง นักวิชาการ และผู้บริหารสถาบันการเงินจากทั่วโลก เพื่อร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองและกำหนดทิศทางเศรษฐกิจและการเงินระหว่างประเทศ ในวันที่ 12-18 ตุลาคม 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (Queen Sirikit National Convention Center: QSNCC)
เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา กระทรวงการคลังและธนาคารแห่งประเทศไทย
(ธปท.) ได้แถลงความพร้อมของประเทศไทยในการเป็นเจ้าภาพ “การประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก ปี 2569” (The 2026 Annual Meetings of the International Monetary Fund and the World Bank Group) หรือที่รู้จักกันในชื่อ The 2026 IMF-World Bank Group Annual Meetings
ขอบฟ้าใหม่ของไทย บนเวทีเศรษฐกิจโลก
คุณเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้ฉายภาพความสำคัญของการเป็นเจ้าภาพการประชุมนี้ว่า เป็นโอกาสที่จะสร้างประโยชน์ให้กับประเทศไทยและคนไทยได้อย่างเป็นรูปธรรม ทั้งการกระตุ้นเศรษฐกิจจากการใช้จ่ายของผู้เข้าร่วมประชุมจากกว่า 191 ประเทศทั่วโลก การยกระดับภาพลักษณ์และความน่าเชื่อถือของไทยบนเวทีโลก รวมถึงเป็นอีกหนึ่งช่องทางให้ชุมชนท้องถิ่นและผู้ประกอบการไทยได้แสดงศักยภาพสู่สายตานานาชาติ
“ภายในงานไม่ได้มีเฉพาะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังและผู้ว่าการธนาคารกลางของประเทศต่าง ๆ เท่านั้น แต่ยังมีผู้นำองค์กรระหว่างประเทศและซีอีโอจากทั่วโลกเข้าร่วมด้วย ดังนั้น การประชุมครั้งนี้จะอยู่ในความสนใจของผู้คนทั่วโลก เวทีนี้จะเป็นพื้นที่แสดงศักยภาพของประเทศ เศรษฐกิจ ธุรกิจ และคนไทย”
ในโอกาสเดียวกัน คุณเอกนิติยังได้กล่าวถึงแนวคิดหลักของประเทศไทยในฐานะเจ้าภาพ คือ “ขอบฟ้าใหม่ของไทย : สร้างพลังให้ประชาชน เสริมความพร้อมรับความเปลี่ยนแปลง” หรือ “Thailand’s New Horizons: Empowering People, Building Resilience” ซึ่งสะท้อนวิสัยทัศน์ของประเทศในการน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาต่อยอดสู่แนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจโลกที่มีความสมดุล ยั่งยืน มีภูมิคุ้มกัน และยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง
นอกจากนี้ ประเทศไทยจะนำเสนอวิสัยทัศน์และนโยบายเศรษฐกิจการคลัง เพื่อร่วมรับมือกับความท้าทายของเศรษฐกิจโลก ผ่าน 4 เสาหลัก ที่จะเป็นประเด็นสำคัญของการหารือในครั้งนี้
ได้แก่ เสาที่ 1 การเปลี่ยนผ่านด้านดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์เพื่อการเติบโตที่ทั่วถึงและยืดหยุ่น เสาที่ 2 การขยายบทบาทของประเทศขนาดกลางในโลกที่มีความแตกแยกสูงเพื่อให้ไทยสามารถเป็นสะพานเชื่อมโยงความร่วมมือระหว่างประเทศ เสาที่ 3 การสร้างสถาปัตยกรรมทางการเงินรูปแบบใหม่เพื่อรองรับการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และ เสาที่ 4 การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรและเศรษฐกิจแห่งการมีอายุยืน
วิสัยทัศน์และ 4 เสาหลักนี้ได้สะท้อนทิศทางที่ประเทศไทยต้องการนำเสนอแก่ประชาคมโลกว่า การเติบโตทางเศรษฐกิจในอนาคตควรเดินควบคู่ไปกับความยั่งยืน ความพร้อมรับการเปลี่ยนแปลง และการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน เพื่อสร้างอนาคตที่มั่นคงร่วมกัน
Bangkok Blueprint: เข็มทิศนโยบายรับมือภัยการเงินดิจิทัล
คุณวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า ประเทศไทยมีศักยภาพด้านระบบการเงินดิจิทัลทั้งระบบพร้อมเพย์และการชำระเงินข้ามประเทศ ที่ได้รับการยอมรับในระดับสากลมาอย่างต่อเนื่อง ในการประชุมครั้งนี้ไทยจึงนำเสนอแนวคิด Safe & Inclusive Digital Finance (SIDF) หรือการสร้างระบบการเงินดิจิทัลที่ “ปลอดภัยและทั่วถึง” โดยมุ่งเน้นให้ทุกคนสามารถเข้าถึงบริการทางการเงินได้อย่างมั่นใจ ปลอดภัย และเท่าเทียม
ระบบการเงินดิจิทัลจะ “ปลอดภัยและทั่วถึง” ได้ ต้องประกอบด้วย 3 กลไกสำคัญ ได้แก่ (1) การจัดการภัยทุจริตทางดิจิทัล (2) การส่งเสริมความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ และ (3) การสร้างระบบนิเวศทางการเงินที่เข้าถึงง่ายและเป็นธรรม ซึ่งประเด็นเหล่านี้อยู่ในความสนใจของผู้นำทั่วโลก การประชุมนี้จึงเป็นเวทีที่จะพูดคุยเพื่อหาแนวทางรับมือ
ไทยได้ร่วมกับกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และกลุ่มธนาคารโลก (World Bank Group) ผลักดัน “Bangkok Blueprint” เพื่อเป็น “เข็มทิศนโยบาย” ที่ประเทศต่าง ๆ สามารถนำไปประยุกต์ใช้เพื่อรับมือกับภัยทุจริตและอาชญากรรมทางไซเบอร์ พร้อมสร้างความเชื่อมั่นต่อระบบการเงินดิจิทัลในระยะยาว
“Bangkok Blueprint คือ กรอบนโยบายที่ประเทศต่าง ๆ สามารถนำไปอ้างอิงและปรับใช้ได้หลังจบการประชุม เพื่อรับมือความเสี่ยงเรื่องภัยทุจริตและอาชญากรรมทางไซเบอร์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต” ผู้ว่าการ ธปท. กล่าวทิ้งท้ายถึงกรอบนโยบายที่จะเป็นเรื่องหลักที่ไทยตั้งใจจะนำเสนอในการประชุมครั้งนี้
ถ่ายทอดอัตลักษณ์ไทยผ่านซอฟต์พาวเวอร์สู่สายตาชาวโลก
อีกหนึ่งไฮไลต์ของการแถลงความพร้อมครั้งนี้คือ การนำตัวอย่างผ้าไทยที่จะใช้ตกแต่งสถานที่มาให้ชม และนำตัวอย่างเมนูอาหารที่จะใช้ต้อนรับผู้แทนจากทั่วโลกมาให้ผู้ร่วมงานได้ลองชิม
สำหรับผ้าที่จะนำมาใช้ในการประชุมฯ ได้รับการคัดเลือกจาก 21 จังหวัด 26 ชุมชน รวม 37 ลายอัตลักษณ์ อาทิ ผ้าทอไทลื้อลายเกาะยอด ผ้าขาวม้าลายช้างบ้านหาดเสี้ยว และผ้าบาติกเขียนลายด้วยมือจากจังหวัดปัตตานี ฯลฯ ซึ่งแต่ละลวดลายล้วนสะท้อนเสน่ห์ทางวัฒนธรรมที่พร้อมเผยแพร่สู่สายตานานาชาติ
ตัวอย่างอาหารและเครื่องดื่มที่นำมาให้ผู้ร่วมงานแถลงข่าวได้ลิ้มลอง ถูกปรุงอย่างประณีตด้วยวัตถุดิบที่มีแหล่งกำเนิดเฉพาะพื้นที่ หรือที่เรียกว่า GI (Geographical Indication) จากทั่วประเทศ ไม่ว่าจะเป็นข้าวหอมมะลิพะเยา ปลานิลฉะเชิงเทรา มิโซะโจอาราจากเขาใหญ่ โกโก้นครศรีธรรมราช วานิลลาและแมคคาเดเมียจากโครงการหลวง เพื่อบอกเล่าความอุดมสมบูรณ์ของแผ่นดินไทย วิถีเกษตรกรรม และภูมิปัญญาท้องถิ่นผ่านรสชาติอาหารให้ผู้แทนจากทั่วโลก
Thailand’s New Horizons ผ่านมุมมองของคนรุ่นใหม่
นอกจากนี้ ภายในงานแถลงความพร้อมเมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2569 ยังได้มีพิธีมอบรางวัลแก่เยาวชนผู้ชนะการประกวดคลิปวิดีโอสั้น ภายใต้วิสัยทัศน์ “Thailand’s New Horizons: Empowering People, Building Resilience” ที่เปิดพื้นที่ให้คนรุ่นใหม่ได้ร่วมถ่ายทอดมุมมอง แนวคิด และความหวังต่ออนาคตของเศรษฐกิจไทยและเศรษฐกิจโลก ผ่านพลังแห่งความคิดสร้างสรรค์และการสื่อสาร โดยได้รับเกียรติจากคุณเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นผู้มอบรางวัล
ความก้าวหน้าในการเตรียมงานทุกมิติสะท้อนให้เห็นว่า The 2026 IMF-World Bank Group Annual Meetings กำลังเดินหน้าอย่างเป็นรูปธรรม และเป็นมากกว่าแค่วาระทางเศรษฐกิจการเงินระดับโลก แต่นี่คือโอกาสทองที่ไทยจะได้ต่อยอดศักยภาพ และเชื่อมโยงชุมชนเข้ากับสากล พร้อมขับเคลื่อนเสน่ห์และวัฒนธรรม หรือซอฟต์พาวเวอร์ของไทยให้โลกได้รู้จัก โปรดติดตามการนับถอยหลังสู่การเปิดบ้านต้อนรับคนทั้งโลกที่เราจะมานำเสนอต่อไป
ผู้เขียน : กองบรรณาธิการ พระสยาม BOT Magazine
โฆษณา