Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
Lemme See
•
ติดตาม
17 ส.ค. เวลา 14:21 • ดนตรี เพลง
Album Review: King Gizzard & The Lizard Wizard — Alien Metal (2026)
อัลบั้มอีดีเอ็มชุดแรกของคณะราชากิ้งก่าที่มีโมดูลาร์ซินธ์ไซเซอร์เป็นสมาชิกคนที่เจ็ด
แนวเพลง: Electronic Dance Music, Acid Techno, Progressive House, Psytrance, Breakbeat, Acid House, Tech House
ณ เวลานี้ การนิยามแนวดนตรีให้กับ King Gizzard & The Lizard Wizard วงหกชิ้นสุดขยันจากเมลเบิร์น ออสเตรเลีย คงไม่มีความจำเป็นอีกต่อไป ถึงแม้ว่าพวกเขาจะเป็นที่รู้จักมากที่สุดในฐานะวงไซเคเดลิกร็อก แต่ตลอดระยะเวลากว่า 16 ปีที่ผ่านมานับตั้งแต่ฟอร์มวง พวกเขาไม่เคยหยุดนิ่งอยู่กับดนตรีแนวใดแนวหนึ่งเลย จนถึงตอนนี้ พวกเขาก็ยังคงพาเราไปสำรวจและทดลองซาวด์ใหม่ๆ ที่ชวนคาดไม่ถึงทุกๆ ครั้งที่พวกเขากลับมาด้วยผลงานใหม่
และครั้งนี้ก็เช่นกัน กับสตูดิโออัลบั้มลำดับที่ 28 (คุณอ่านไม่ผิด ชุดที่ 28 จริงๆ!!) ในชื่อ Alien Metal ที่วงหันมาสวมกอดดนตรีแขนงอิเล็กทรอนิกส์อย่างเต็มรูปแบบเป็นครั้งแรก แถมนี่ยังเป็นระยะเว้นห่างระหว่างการปล่อยอัลบั้มที่นานที่สุดของพวกเขาด้วย คือ 13 เดือน นับตั้งแต่ Phantom Island เมื่อปี 2025 มาพร้อมกับเพลง 8 แทร็ก ความยาว 40 นาที
Alien Metal ถือเป็นการก้าวกระโดดครั้งใหญ่ทางดนตรีอิเล็กทรอนิกส์ของวง ถ้าเทียบกับงานทดลองชิมลางก่อนหน้านี้อย่าง Butterfly 3000 (2021) หรือ The Silver Cord (2023) อัลบั้มนี้คือเวอร์ชั่นที่เติบโตเต็มวัย ชัดเจน และรู้ว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่ โดยเบื้องหลังความทะเยอทะยานทั้งหมดในชุดนี้ถือกำเนิดขึ้นจากการสร้างสรรค์บน “Nathan” ชื่อสุดน่ารักที่ทางวงใช้เรียกโมดูลาร์ซินธ์ไซเซอร์ขนาดมหึมาและซินธ์เทเบิลสำหรับเล่นสด ซึ่งวงมักจะหยอกล้อกันเองว่ามันเป็นสมาชิกคนที่เจ็ดของวงเลยทีเดียว
ประสบการณ์จากการทดลองโชว์ในปาร์ตี้เรฟช่วงปี 2025 ได้เปิดโลกทัศน์และเปลี่ยนมุมมองการทำดนตรีของพวกเขาไปอย่างสิ้นเชิง Stu Mackenzie แกนนำของวงถึงกับเอ่ยว่ามันคือการล้างสมองและรื้อฟื้นทักษะการทำเพลงใหม่ทั้งหมด พวกเขาทุ่มเทเวลาร่วมหลายปี รื้อทิ้งโครงสร้างเพลงนับไม่ถ้วนและเริ่มใหม่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนกระทั่งพบกับประกายไอเดียสำคัญระหว่างแจมเซสชั่นความยาวกว่าหนึ่งชั่วโมงในคีย์ F# ที่ความเร็ว 143 BPM ซึ่งกลายเป็นวัตถุดิบหลักในการโปรดิวซ์อัลบั้มนี้ขึ้นมา
โครงสร้างของ Alien Metal ถูกออกแบบมาในฐานะดีเจเซ็ตที่ทุกแทร็กหลอมรวมเข้าหากันอย่างไร้รอยต่อ และยังร้อยเรียงเป็นวัฏจักรวงกลมไร้จุดจบ ที่แทร็กสุดท้ายจะวนลูปกลับเข้าสู่แทร็กแรกได้อย่างเพอร์เฟกต์ นี่คือการนำแนวคิดวนลูปอันเป็นเอกลักษณ์จากอัลบั้มคลาสสิกอย่าง Nonagon Infinity (2016) มายกระดับขึ้นไปอีกขั้น โดยไม่มีช่วงให้หยุดพักหายใจแม้แต่วินาทีเดียว
แน่นอนว่าคงไม่มีที่ไหนเหมาะต่อการฟังไปกว่าในปาร์ตี้เรฟสุดเหวี่ยง อัดแน่นไปด้วยฝูงชน ควันบุหรี่ และบรรยากาศอึมครึมยามค่ำคืนอีกแล้ว (แต่ถ้าฟังตอนออกกำลังกาย ก็น่าจะสร้างอะดรีนาลีนและชวนกระปรี้กระเปร่าไปอีกแบบครับ)
อัลบั้มคิกออฟด้วยแทร็ก “Sapience” ที่จุดชนวนความบันเทิงทันทีด้วยกลองอิเล็กทรอนิกส์จังหวะเด้งดึ๋งและกลิ่นอายเทคโนอันทรงพลัง มันดึงผู้ฟังเข้าสู่ภวังค์ก่อนจะเติมเสียงเพอร์คัสชั่นโทนโลหะสุดก้าวร้าว เพิ่มความทะยานด้วยไลน์ซินธ์คีย์ไมเนอร์ สอดรับกับสแนร์และฉาบอิเล็กทรอนิกส์ที่เร่งดีกรีบีตสไตล์เรฟยุค 90s และพาเราทะยานเข้าสู่แทร็กถัดไป
ขณะที่ไตเติ้ลแทร็กอย่าง “Alien Metal” เปิดตัวด้วยเสียงร้องผ่าน Vocoder อันเป็นเอกลักษณ์ ก่อร่างสร้างความกดดันจนกระทั่งระเบิดความหนักหน่วงออกมาในนาทีที่ 2:40 ซาวด์ช่วงนี้ทรงพลังถึงขั้นที่สามารถนำไปประกอบฉากในภาพยนตร์ไซไฟแอ็กชั่นได้สบายๆ
ตามมาด้วยการสอดแทรกสเกลแฟริเจียนโดมิแนนท์และไลน์ซินธ์ที่สาดกระจายอย่างบ้าคลั่ง ก่อนจะเสริมความก้าวร้าวด้วยเสียงฉาบกระแทกกระทั้นและเสียงร้องหุ่นยนต์ที่ประกาศเรื่องการแปลงกายและการกำเนิดใหม่ เบสซินธ์ทรงพลังรุกรามไปทั่วทุกช่องเสียง พาแทร็กที่ดุดันนี้พุ่งทะลุชั้นบรรยากาศไปอย่างงดงาม
จากนั้นอารมณ์ดนตรีถูกปรับเปลี่ยนใน “Super Heavy, Super Critical” ที่หยิบเอาแซมเปิ้ลเสียงร้องมาตัดต่อใหม่ ให้ความรู้สึกสดใสและผ่อนคลายขึ้น ดึงอารมณ์จากอวกาศอันมืดมิดกลับลงสู่พื้นโลก ครึ่งหลังของเพลงเข้มข้นขึ้นด้วยไลน์ซินธ์ติดกรู๊ฟสไตล์เฮาส์ยุค 90s ราวกับพาเราไปร่วมปาร์ตี้ริมหาด ก่อนจะปิดท้ายด้วยซินธ์โปรเกรสชั่นลึกลับชวนค้นหา ซึ่งทำหน้าที่ปูทางเข้าสู่ช่วงต่อไปได้อย่างแยบคาย
ความหลอนระทึกต่อเนื่องมาใน “Kill For the Steel” ที่เปิดด้วย Vocoder โทนหม่น บีตอันหนักหน่วงและเพอร์คัสชั่นชวนขยับทำงานร่วมกับซินธ์ซาวด์เย็นยะเยือก แทร็กนี้ทำหน้าที่เป็นแท่นสะพานเชื่อมส่งพลังได้อย่างทรงพลังไปสู่ “Level 5” ซิงเกิ้ลหลักของอัลบั้มที่เปรียบเหมือนการระเบิดพลังและจุดคลายเครียดของครึ่งแรก เพลงนี้อุดมไปด้วยเบสซินธ์แตกพร่าและจังหวะเบรกบีตกระหน่ำรวดเร็วราวกับเสียงปืนกล เล่าเรื่องราวของการปฏิวัติของเครื่องจักรและการแสวงหาอิสรภาพได้อย่างดุเด็ดเผ็ดร้อน
เมื่อเข้าสู่แทร็ก “Rapid Alpha Decay” บรรยากาศก็ปรับเข้าสู่ความลึกลับด้วยไลน์ซินธ์ล่องลอยและเสียงสังเคราะห์คล้ายเครื่องสาย ซาวด์ Vocoder ที่บิดเบี้ยวทำหน้าที่สร้างมิติทางอารมณ์และพื้นผิวของซาวด์อิเล็กทรอนิกส์ได้อย่างมีเสน่ห์ เป็นหนึ่งในเพลงที่พาเราดำดิ่งสู่ความไซคีเดลิกที่สุดในอัลบั้ม
ต่อด้วย “Uqt” ที่สร้างความโดดเด่นด้วยเสียงร้องฟัลเซตโตสูงอันติดหู ซึ่งเป็นไม่กี่ช่วงในอัลบั้มที่ยังเหลือกลิ่นอายเสียงร้องแบบดั้งเดิม ตัวเพลงผสานริฟฟ์ดนตรีที่มีความหนักหน่วงสไตล์ร็อก/เมทัล เข้ากับไลน์เสียงร้องอันเรียบง่ายได้อย่างน่าทึ่ง ก่อนจะคลี่คลายไปสู่ท่อน Vocoder สไตล์สเปซโอเปร่าและเสียงซินธ์แกว่งไกวที่พุ่งทะยานขึ้นสู่อวกาศ
ก่อนปิดท้ายด้วย “Atomic Collapse” แทร็กบรรเลงความยาว 6 นาทีครึ่งที่รวบรวมมวลพลังงานและประมวลไอเดียทั้งหมดของอัลบั้มไว้ด้วยกัน มันถักทอผ่านสเกลลึกลับและกลองอิเล็กทรอนิกส์ที่รัวกระหน่ำ
เสียงซินธ์ยิงลำแสงเลเซอร์เพิ่มระดับความเข้มข้นจนกระทั่งค่อยๆ ล่องลอยเข้าสู่ทะเลซินธ์อันนุ่มนวลในนาทีสุดท้าย วินาทีสุดท้ายของเพลงให้ความรู้สึกเหมือนเครื่องจักรที่กำลังปิดตัวลง แต่นั่นก็เป็นเพียงชั่วคราว เพราะหากเปิดเล่นวนลูป มันจะเชื่อมต่อกลับเข้าสู่ “Sapience” ทันที ราวกับเป็นเสียงของการรีบูตระบบเพื่อออกเดินทางรอบกาแล็กซี่ใหม่อีกครั้ง
Alien Metal อาจทำให้เกิดเสียงแตกในหมู่ผู้ฟังก็จริง ด้วยการลดทอนโครงสร้างเพลงแบบดั้งเดิม รวมถึงเนื้อร้องที่บางเบาลงและเน้นดนตรีบรรเลงเป็นหลัก เพลงแต่ละแทร็กอาจไม่ได้เปล่งประกายเท่าใดนักเมื่อถูกจับแยกฟังเป็นเพลงเดี่ยวๆ แต่เมื่อรวมกันเป็นก้อนเดียว อัลบั้มนี้กลับทำหน้าที่เป็นภาพจำลองการเดินทางทางดนตรีที่ค่อนข้างน่าประทับใจไม่น้อย
มันคือความกล้าหาญในการกระโจนเข้าสู่ดินแดนใหม่ของวงที่ไม่เคยหยุดนิ่ง และแสดงให้เห็นว่าแม้จะเปลี่ยนผ่านไปสู่นวัตกรรมอย่าง “Nathan” แต่ดีเอ็นเอความเป็น King Gizz ทั้งความกาว ความทะเยอทะยาน และเนื้อหาไซไฟก็ยังคงอยู่ครบถ้วน
สำหรับใครที่เป็นแฟนเดนตายของ King Gizz อยากบอกว่าพวกคุณโชคดีจริงๆ ที่ได้เห็นพัฒนาการอันไร้ขอบเขตของพวกเขาในทุกๆ ฝีก้าว แต่สำหรับใครที่ยังไม่เคยสัมผัสกับความกาวของพวกเขามาก่อน เราขอแนะนำให้เริ่มต้นด้วย Nonagon Infinity เพื่อทำความเข้าใจรากเหง้า ก่อนจะเปิดใจก้าวเข้าสู่จักรวาลอิเล็กทรอนิกส์ผืนใหม่นี้ และถ้าหากคุณกำลังใช้แอปสตรีมมิ่งบ้านเขียวอยู่ เห็นทีต้องย้ายบ้านด่วนๆ เพราะวงได้ถอดผลงานทั้งหมดออกจากแพลตฟอร์มเจ้านั้นเป็นที่เรียบร้อยแล้ว55555
ทั้งนี้ เป็นเวลากว่า 7 ปีแล้วที่ King Gizz มาเล่นคอนเสิร์ตในไทยครั้งแรกที่เทศกาลดนตรี Maho Rasop Festival เมื่อปี 2019 ซึ่งยังคงตราตรึงอยู่ในความทรงจำของพวกเราอย่างไม่ลืมเลือน น่าจะถึงเวลาอันสมควรแล้วที่ผู้จัดใจดีในบ้านเราจะพายอดมนุษย์หกชิ้นกลุ่มนี้กลับมาวาดลวดลายและสร้างปาร์ตี้เรฟสุดเหวี่ยงให้เราได้สัมผัสกันอีกครั้ง
คะแนน: 7.4/10
แทร็กไฮไลต์: Sapience, Alien Metal, Kill For The Steel, Level 5, Uqt และ Atomic Collapse
music.apple.com
King Gizzard & The Lizard Wizard on Apple Music
Listen to music by King Gizzard & The Lizard Wizard on Apple Music.
music
ดนตรี
บันทึก
1
1
1
1
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย