25 ส.ค. เวลา 10:15 • ท่องเที่ยว
Tateyama-Kurobe Alpine Route

แบกเป้เดินเขา ขึ้นไปสัมผัสหลังคาเจแปนแอลป์ : Tateyama Kurobe Alpine Route

ทาเตยามะ : ภูเขาที่ทำให้รู้ว่า "ญี่ปุ่นไม่ได้มีดีแค่เมือง"
ถ้าคิดว่าญี่ปุ่นมีแต่เมือง การช้อปปิ้ง และซากุระ...
ทาเตยามะอาจทำให้คุณเปลี่ยนความคิดได้เลย
ที่นี่คือเส้นทาง Tateyama Kurobe Alpine Route ที่พาดผ่านเทือกเขาแอลป์ญี่ปุ่น เชื่อมระหว่างจังหวัดโทยามะกับนากาโนะ
และพาเราไต่ระดับขึ้นไปสัมผัสวิวภูเขาระดับกว่า 3,000 เมตร ได้ด้วยสารพัดพาหนะ ตั้งแต่เคเบิลคาร์ รสบัสไฟฟ้า ไปจนถึงกระเช้าไฟฟ้า ระหว่างทางมีท้้งภูเขาสูง ทะเลสาบ และเขื่อนยักษ์อันยิ่งใหญ่ เรียกได้ว่าเป็นทริปที่ "แทบไม่ต้องปีนเขาเองก็ได้เห็นวิวระดับที่ทำเอาคนตัวเล็กไปเลย"
และเหตุผลที่เรียกว่า หลังคาเจแปนแอลป์ หรือ หลังคาแห่งญี่ปุ่น มีที่มาจากลักษณะทางภูมิศาสตร์ที่โดดเด่นอย่างที่สุด 3 ข้อหลักๆ ครับ
● เป็นจุดที่สูงที่สุดของเกาะหลัก : เทือกเขาเจแปนแอลป์ Japan Alps ตั้งอยู่บริเวณตอนกลางของเกาะฮอนชู ซึ่งเป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น เปรียบเสมือนสันเขาหรือหลังคาบ้านที่ยกตัวสูงเด่นขี้นมาคั่นระหว่างฝั่งตะวันออกและฝั่งตะวันตก
● ศูนย์รวมยอดเขาสูงเสียดฟ้า : เทือกเขาแถบนี้เป็นที่ตั้งของยอดเขาที่สูงเกิน 3,000 เมตรจำนวนมาก (รวมถึงยอดเขาทาเทยามะที่สูงถึง 3,015 เมตร) ทำให้เวลาขึ้นไปยืนด้านบนอย่างที่ สถานีมูโรโดะ (Murodo Station)
ซึ่งเป็นสถานีปลายทางของผมในทริปนี้ เราจะสามารถมองลงมาเห็นทะเลหมอก และทิวเขาอื่นๆ ที่อยุ่เบื้องล่าง เหมือนเรากำลังยืนอยู่บนหลังคาโลกนั่นเอง
● เส้นทางไต่ระดับความสูงที่ชันที่สุด : อย่างที่เล่าไปในต้นเรื่องว่า เส้นทางท่องเที่ยว Tateyama Kurobe Alpine Route เป็นเส้นตัดข้ามภูเขาที่ต้องใช้สารพัดพาหนะ เพื่อไต่ระดับความสูงขึ้นไปถึง 2,400 เมตร ยิ่งทำให้เรารู้สึกเหมือนกำลังปีนป่ายขึ้นสู่หลังคาของประเทศอย่างแท้จริง
เส้นทางที่ใช้เดินทางของผมในทริปนี้ เริ่มต้นจากจังหวัด shizuoka ครับ นั่งรถไฟธรรมดาตลอดเส้นทาง จาก shizuoka > เปลี่ยนรถไฟที่ fuji station > kofu นั่ง Limited Express > ไปลง matsumoto > นั่งรถไฟไป Shinano Omachi station > ขึ้นบัสไป ogizawa
และ สถานี ogizawa นี้เองคือจุดเริ่มต้นจากฝั่งจังหวัด nagano สำหรับการเดินทางท่องเที่ยวเส้นทาง Tateyama Kurobe Alpine Route หรือที่เรียกกันว่า กำแพงหิมะ
เจแปนแอลป์นั่นเอง
ออกมาจาก shizuoka กันตั้งแต่เช้า ถึงสถานีปลายทางก็ปาไปประมาณบ่ายสามได้ ต้องเร่งฝีเท้ากันแล้วไม่งั้นถึงบนเขาจะมืดซะก่อน😂
และแล้ว....เกือบไปแล้วครับ เกือบไม่ได้ขึ้นเขาซะแล้ววันนี้ ซื้อตั๋วทันเคเบิลคาร์,กระเช้าไฟฟ้าได้รอบสุดท้ายของวันพอดี หวุดหวิดดด
ตั๋วที่ซื้อไปเป็นตั๋วแบบ ไป-กลับ ถึงสถานี Murodo ในราคา 12,300¥
ถึงที่หมายกันจนได้ Murodo สถานีปลายทางของเราด้วยรอบขึ้นเขาเที่ยวสุดท้ายของวัน ณ ตอนนี้ บนนี้ก็เกือบๆ ห้าโมงเย็นแล้ว พอเดินออกจากสถานีมาเจอภูเขา ความรู้สึกแรกเลย แม่งคือแบบ วิวอลังการมากครับ ดูธรรมชาติยิ่งใหญ่มาก ทำให้ตัวเองรู้สึกตัวเล็กลงไปเลย
บวกกับบรรยากาศเมฆหมอกลง สักพักฝนตก พอกางร่ม สักพักแดดออก ฟ้าปิดฟ้าเปิด ปรับอารมณ์ไม่ทันกันทีเดียว
แต่บรรยากาศบนนี้ในวันที่มาถือว่าเย็นสบายออกทางหนาวไปเลยเพราะตอนเย็นแล้วด้วยมั้ง ซึ่งต่างจากอากาศในเมืองที่ผมอยู่เพราะมันร้อน ร้อนทั้งวันทั้งคืนเลยในช่วงหน้าร้อนนี้
ถือว่ามาเปลี่ยนบรรยากาศแบบฉับพลัน ฮ่าๆๆ
จากนั้นจึงเร่งเดินเท้าต่อไปยังแคมป์ที่จะกางเตนท์เพื่อพักคืนนี้ ระหว่างทางก็ไม่ให้เสียเที่ยว ไล่เก็บรูปบรรยากาศกันจนเพลินเลย มีจุดที่ถ่ายรูปสวยมากหลายๆจุด มีทั้งวิวทะเลสาบ วิวภูเขาที่มองแล้วไม่เบื่อเลย
สูดอากาศกันเต็มปอด เดินกินลม ชมวิว พร้อมกันกับแสงอาทิตย์ที่ใกล้จะลับขอบฟ้าเต็มที ผมก็ทักเพื่อนที่มาด้วยกันเป็นพักพักว่า เฮ้ยย รีบไปกันเดี๋ยวจะมืดซะก่อน ทั้งหิว ทั้งง่วง ทั้งล้า ฮ่าๆๆ
ใกล้ถึงแคมป์แล้ววว อีกนิดดด
Raichozawa Camping Ground : ถึงแคมป์แล้ว ณ เวลา เกือบจะทุ่มนึง กับบรรยากาศมืดค่ำ
ไม่รอช้ารีบลงชื่อและชำระค่าเข้าพัก คนละ1000¥ หาทำเล รีบกางเตนท์พร้อมกับความยากท่ามกลางลมเย็นที่แรงพอสมควร ทำเอามือเย็นเลย
แค่นั้นยังไม่พอ เฮ้ยยยย น้ำขวดที่ถือขึ้นมาตั้งแต่ด้านล่างสถานีประมาณห้าขวดได้ ถูกลืมทิ้งไว้ไหนก็ไม่รู้นึกเท่าไหร่ก็นึกไม่ออก เดินไปถ่ายรูปไปกันเพลินเกิน ฮ่าๆๆ
สำหรับค่ำคืนจึงนี้จึงรีบกินรีบนอนพร้อมกับความเหนื่อยล้าจากการเดินทางมาทั้งวัน
สวัสดีตอนเช้ากับท้องฟ้าที่เปิด ลมเย็นที่พัดผ่าน และแสงแดดที่อบอุ่นบนยอดเขาเจแปนแอลป์
สิ่งหนึ่งที่อยากจะบอกคือ ถ้าทำได้ ตื่นให้เช้า รีบทำธุระส่วนตัวให้เสร็จ เพราะถ้าตื่นสายสักหน่อย ห้องน้ำที่นี่อาจจะต้องต่อแถวยาวเหยียดดด แต่อาจจะต้องดูนักท่องเที่ยววันนั้นๆประกอบและคาดการณ์ด้วยว่าจะมีคนจำนวนมากแค่ไหนมาแห่ใช้ห้องน้ำในช่วงเช้าที่คนตื่นพร้อมๆกันจำนวนมากครับ
หรือถ้าเป็นคนที่ชอบตื่นสายอยู่แล้วตื่นมาใช้ห้องน้ำช่วงเช้าสายๆไปเลย อันนี้ก็ก็โอเคเพราะนักท่องเที่ยวจำนวนหนึ่งตื่นเช้าเตรียมตัวและเดินขึ้นเขากันก่อนแล้ว
สำหรับเช้านี้ไม่ได้รีบมาก ตื่นมาเสพบรรยากาศตอนเช้ากันพักใหญ่ รวมถึงกินมื้อเช้าง่ายๆ ยืนรับแสงแดด มองภูเขาที่สูงใหญ่ในเช้าวันที่ฟ้าเปิด เพราะเมื่อวานเห็นแต่หมอกเต็มเลยยยย
สายๆจึงเก็บข้าวของและตัดสินใจเดินขึ้นเขากัน
สักพักแค่นั้นแหล่ะ..แพสชั่นเดินเขาก็หมดกระทันหัน!!
คือถ้าต้องการเดินเซอร์เวย์บนเขาทั้งเส้นทางคำนวณเวลาแล้วคงกลับบ้านวันนี้กันไม่ได้แน่ๆ บวกกับข้าวของเครื่องดื่มก็ถูกใช้จนหมดสิ้น ขึ้นเขาไปได้สักระยะจึงพักปรึกษากับเพื่อนว่าเอาไง...
สุดท้ายตกลงได้ว่ากลับเถอะถือว่าได้มาถึงแล้ว ฮ่าๆ
จึงทิ้งตัวทิ้งกระเป๋านั่งพักระหว่างทางขึ้นเขานั่นแหละ นั่งเสพบรรยากาศการได้มาถึงที่นี่ พูดคุยแลกเปลี่ยนสัพเพเหระเพลินเกือบชั่วโมง
จากท้องฟ้าที่เปิดในช่วงเช้ากลับมีเมฆลอยมาปกคลุมเหมือนฝนจะกลับมาทักทายกันอีกแล้ว ผมและเพื่อนเลยคิดว่าตัดสินใจถูกแล้วแหล่ะ...จึงพากันลงเขากลับสถานี เก็บความรู้สึกดี สดชื่น แปลกใหม่ และความตัวเล็กตัวน้อยของตัวเองกับเจแปนแอลป์แห่งนี้ พกกลับบ้าน...
ระหว่างเดินเท้ากลับขึ้นสถานี ก็ได้มีก๊าชไข่เน่าเตะจมูกอย่างจัง!! ถึงกับหายใจเข้าแทบไม่ไหวเพราะกลิ่นแรงมาก
คือจุดที่เป็นต้นตอของก๊าซอยู่ในหุบเขาไกลพอสมควรเป็นก๊าซกำมะถันตามธรรมชาติจากกิจกรรมของภูเขาไฟและระบบน้ำพุร้อนใต้ดิน
แต่เพราะมีลมบวกกับพวกผมที่เดินขึ้นสันเขาแล้วเป็นจุดที่ลมกับก๊าซพัดผ่านพอดี...ถึงกับต้องรีบเดินอย่างเร็ว เพราะกลิ่นทำเอาแสบจมูกมาก
ก๊าซที่เห็นนี้ไม่มีสี แต่ในจุดที่ความเข้มสูงอาจเป็นอันตรายได้ และมีป้ายเตือนให้ระมัดระวังเป็นระยะ
ระหว่างลงเขาด้วยกระเช้าไฟฟ้า จะเห็นเขื่อน คุโรเบะ Kurobe Dam ที่ยิ่งใหญ่
เป็นเขื่อนคอนกรีตทรงโค้งที่สูงที่สุดในประเทศญี่ปุ่นด้วยความสูง 186 เมตร และเป็นหนึ่งในจุดท่องเที่ยวที่ยิ่งใหญ่ที่สุดบนเส้นทางแอลป์ทาเตยามะคุโรเบะ (Tateyama Kurobe Alpine Route)
และช่วงนี้ตรงกับช่วงที่เขื่อนปล่อยน้ำพอดี จึงได้เห็นการปล่อยน้ำสุดอลังการของเขื่อนนี้เป็นการปิดท้ายทริปที่ประทับใจไปอีกนานครับ...
โฆษณา