Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
PPTVHD36
ยืนยันแล้ว
•
ติดตาม
18 ส.ค. เวลา 05:45 • สุขภาพ
ข้อเข่าเสื่อมระยะไหนควรผ่าตัด? รู้จัก TKA และ UKA ทางเลือกการรักษา
ข้อเข่าเสื่อมรุนแรง ปวดมาก เดินลำบาก หรือข้อเข่าผิดรูป อาจต้องผ่าตัด เปรียบเทียบ TKA และ UKA พร้อมบทบาทหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด MAKO ในการเพิ่มความแม่นยำ
ข้อเข่าเสื่อมแบบไหนเหมาะกับการผ่าตัด
โดยทั่วไปแพทย์จะพิจารณาการผ่าตัดเมื่อข้อเข่าเสื่อมอยู่ในระดับรุนแรง หรือรักษาด้วยวิธีอื่นแล้วอาการยังไม่ดีขึ้น เช่น ยังปวดเข่ามากจนรบกวนการใช้ชีวิต เดินลำบาก หรือเริ่มมีข้อเข่าผิดรูป ในกรณีเหล่านี้ หากปล่อยทิ้งไว้นาน ข้อเข่าอาจเสียหายมากขึ้นและทำให้การผ่าตัดในภายหลังซับซ้อนกว่าเดิม
เมื่อพิจารณาว่าควรผ่าตัด ขั้นต่อไปคือการเลือกว่าจะเปลี่ยนข้อเข่าทั้งข้อ หรือเปลี่ยนเฉพาะส่วนที่เสื่อม ซึ่งขึ้นอยู่กับว่าความเสื่อมกระจายอยู่ในข้อเข่ามากน้อยเพียงใด
ข้อเข่าเสื่อมระยะไหนควรผ่าตัด
เปลี่ยนข้อเข่าบางส่วน (Unicompartmental Knee Arthroplasty) คืออะไร
การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าบางส่วน หรือ Unicompartmental Knee Arthroplasty (UKA) เป็นการผ่าตัดที่มุ่งเปลี่ยนเฉพาะบริเวณของข้อเข่าที่เสื่อม โดยยังคงเก็บรักษากระดูก เอ็น และโครงสร้างส่วนที่ยังแข็งแรงเอาไว้ให้มากที่สุด เหมาะกับผู้ป่วยที่ข้อเข่าเสื่อมเพียงบางส่วน ไม่ได้เสื่อมทั้งข้อ จุดเด่นของวิธีนี้ ได้แก่
●
เปลี่ยนเฉพาะส่วนที่เสื่อม จึงรบกวนเนื้อเยื่อรอบข้อน้อยกว่า
●
เก็บกระดูกเดิมไว้ได้มากกว่า เมื่อเทียบกับการเปลี่ยนทั้งข้อ
●
เก็บเอ็นเดิมของข้อเข่าไว้ได้มากกว่า ซึ่งมีส่วนช่วยให้ข้อเข่าทำงานใกล้เคียงธรรมชาติ
เปลี่ยนข้อเข่าทั้งข้อ (Total Knee Arthroplasty) คืออะไร
การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าทั้งข้อ หรือ Total Knee Arthroplasty (TKA) คือการเปลี่ยนผิวข้อเข่าทั้งข้อด้วยข้อเทียม มักใช้ในผู้ป่วยที่ข้อเข่าเสื่อมหลายส่วนหรือเสื่อมรุนแรง รักษาด้วยวิธีอื่นแล้วไม่ได้ผล หรือมีข้อเข่าผิดรูปเกิดขึ้นแล้ว การผ่าตัดวิธีนี้ช่วยลดอาการปวด เพิ่มช่วงการเคลื่อนไหวของข้อเข่ และช่วยให้ผู้ป่วยกลับมาใช้ชีวิตได้ดีขึ้น
ใครเหมาะกับการเปลี่ยนข้อเข่าบางส่วน (UKA)
ผู้ที่อาจเหมาะกับการเปลี่ยนข้อเข่าบางส่วน หรือ Unicompartmental Knee Arthroplasty (UKA) มักมีลักษณะเบื้องต้น ดังนี้
●
ข้อเข่าเสื่อมเฉพาะบางส่วน ในขณะที่ส่วนอื่นของข้อยังอยู่ในสภาพดี
●
โครงสร้างเอ็นภายในข้อเข่ายังแข็งแรงและทำงานได้ดี
●
ข้อเข่ายังไม่มีความผิดรูปมาก และยังขยับได้ในช่วงที่เหมาะสม
ใครเหมาะกับการเปลี่ยนข้อเข่าทั้งข้อ (TKA)
ผู้ที่มักเหมาะกับการเปลี่ยนข้อเข่าทั้งข้อ หรือ Total Knee Arthroplasty (TKA) มีลักษณะเบื้องต้นดังนี้
●
ข้อเข่าเสื่อมหลายส่วน หรือข้อเข่าเสื่อมทั้งข้อ
●
มีอาการปวดเข่ารุนแรง ปวดมากจนรบกวนการใช้ชีวิต และรักษาด้วยวิธีอื่นแล้วไม่ดีขึ้น
●
เริ่มมีข้อเข่าผิดรูป หรือข้อเข่าโก่งผิดปกติ
เปรียบเทียบ TKA กับ UKA แบบเห็นภาพ
ตารางสรุปความแตกต่างหลักของการเปลี่ยนข้อเข่าทั้งข้อ vs เปลี่ยนข้อเข่าบางส่วน ทั้งนี้รายละเอียดที่แน่นอนขึ้นอยู่กับการประเมินของแพทย์ในการรักษาผู้ป่วยแต่ละราย
เปลี่ยนข้อเข่าทั้งข้อ (TKA)
●
บริเวณที่เปลี่ยน : เปลี่ยนผิวข้อเข่าทั้งข้อ
●
ความรุนแรง : ข้อเข่าเสื่อมหลายส่วน หรือเสื่อมรุนแรง
●
การเก็บกระดูก/เอ็นเดิม : เก็บได้น้อยกว่า เพราะเปลี่ยนทั้งข้อ
●
ความรู้สึกของข้อเข่า : เป็นข้อเทียมทั้งข้อ
●
ความสำคัญของความแม่นยำ : สำคัญมาก
เปลี่ยนข้อเข่าบางส่วน (UKA)
●
บริเวณที่เปลี่ยน : เปลี่ยนเฉพาะส่วนของข้อที่เสื่อม
●
ความรุนแรง : ข้อเข่าเสื่อมเฉพาะบางส่วน ส่วนอื่นยังดี
●
การเก็บกระดูก/เอ็นเดิม : เก็บกระดูกและเอ็นเดิมที่ยังแข็งแรงไว้ได้มากกว่า
●
ความรู้สึกของข้อเข่า : มักให้ความรู้สึกใกล้เคียงข้อเข่าธรรมชาติมากกว่า
●
ความสำคัญของความแม่นยำ :สำคัญมาก โดยเฉพาะการวางตำแหน่งข้อเทียม
การฟื้นตัวหลังผ่าตัดเข่า
การเปลี่ยนข้อเข่าบางส่วน (UKA) เป็นการผ่าตัดแผลเล็ก รบกวนเนื้อเยื่อรอบข้อน้อยกว่า ผู้ป่วยจึงมักฟื้นตัวเร็ว เดินลงน้ำหนักได้ภายใน 1-2 วัน พักฟื้นในโรงพยาบาลราว 3-4 วัน และกลับไปทำงานได้ภายใน 3-4 สัปดาห์ ขณะที่การเปลี่ยนข้อเข่าทั้งข้อ (TKA) มักใช้เวลาฟื้นตัวนานกว่า ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายและการดูแลหลังผ่าตัดของผู้ป่วยแต่ละราย
รายการข้างต้นเป็นแนวทางสังเกตและการเปรียบเทียบเบื้องต้นเท่านั้น ความเหมาะสมในการผ่าตัดแต่ละแบบต้องอาศัยการตรวจประเมินโดยแพทย์
ทำไมความแม่นยำในการผ่าตัดเข่าจึงสำคัญ
การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าบางส่วน (Unicompartmental Knee Arthroplasty) เป็นการรักษาที่มุ่งเปลี่ยนเฉพาะบริเวณข้อเข่าที่เสื่อม โดยยังคงรักษากระดูก เอ็น และโครงสร้างส่วนที่ยังแข็งแรงเอาไว้ให้มากที่สุด
ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนข้อเข่าทั้งข้อหรือบางส่วน ความแม่นยำในการวางตำแหน่งข้อเทียมล้วนมีความสำคัญอย่างมาก เพราะตำแหน่งของข้อเทียมที่คลาดเคลื่อนเพียงเล็กน้อย อาจส่งผลต่อการกระจายน้ำหนัก การเคลื่อนไหวของข้อเข่า และการทำงานร่วมกันของเนื้อเยื่อรอบข้อ โดยเฉพาะการเปลี่ยนข้อเข่าบางส่วนที่ต้องการความประณีตในการเก็บโครงสร้างเดิมไว้ให้มากที่สุด
ด้วยเหตุนี้ แพทย์จึงให้ความสำคัญกับการวางแผนผ่าตัดอย่างละเอียด เพื่อให้ข้อเทียมอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสมกับสรีระของผู้ป่วยแต่ละรายมากที่สุด นอกจากประสบการณ์และความเชี่ยวชาญของศัลยแพทย์แล้ว ปัจจุบันยังมีเทคโนโลยีหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดเข้ามาสนับสนุนการวางแผนและการผ่าตัดให้ละเอียดยิ่งขึ้น แล้วหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดมีบทบาทอย่างไร?
หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดมีบทบาทอย่างไร
เทคโนโลยีหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด MAKO สามารถใช้ได้ทั้งการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าทั้งข้อ (TKA) และการเปลี่ยนข้อเข่าบางส่วน (UKA) แม้ว่าจะเรียกว่า “หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด” แต่ MAKO ไม่ได้ทำการผ่าตัดแทนแพทย์ ทุกขั้นตอนยังคงอยู่ภายใต้การควบคุมของศัลยแพทย์กระดูกและข้อ
บทบาทสำคัญของ MAKO คือการช่วยให้แพทย์สามารถวางแผน ประเมิน และดำเนินการผ่าตัดได้อย่างละเอียดมากขึ้นสำหรับผู้ป่วยแต่ละราย ผ่าน 4 ขั้นตอนสำคัญ ได้แก่ Plan, Assess, Balance และ Cut
Plan: วางแผนจากข้อเข่าจริงของผู้ป่วยแต่ละคน
ก่อนการผ่าตัด ผู้ป่วยจะได้รับการตรวจ CT Scan เพื่อสร้างภาพข้อเข่าแบบ 3 มิติ
แพทย์สามารถใช้ข้อมูลดังกล่าวในการวางแผนตำแหน่ง ขนาด และแนวการวางข้อเทียมล่วงหน้าก่อนเข้าห้องผ่าตัด ทำให้เห็นรายละเอียดของโครงสร้างข้อเข่าแต่ละบุคคลได้ชัดเจนกว่าการอาศัยภาพเอกซเรย์เพียงอย่างเดียว
Assess: ประเมินการเคลื่อนไหวและสภาพเนื้อเยื่อรอบข้อ
ข้อเข่าที่ดีไม่ได้ขึ้นอยู่กับกระดูกเพียงอย่างเดียว แต่ยังเกี่ยวข้องกับเอ็น กล้ามเนื้อ และเนื้อเยื่อรอบข้อ
ระหว่างการผ่าตัด ระบบจะช่วยให้แพทย์ประเมินการเคลื่อนไหวของข้อเข่า การเรียงตัวของข้อ และความตึงของเนื้อเยื่ออ่อนในแต่ละช่วงการเคลื่อนไหว เพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจในการปรับแผนผ่าตัดให้เหมาะสมกับผู้ป่วย
Balance: ปรับสมดุลก่อนตัดกระดูกจริง
หนึ่งในจุดเด่นของ MAKO คือความสามารถในการช่วยให้แพทย์ประเมินและปรับสมดุลของข้อเข่าแบบ Real-time
แพทย์สามารถทดลองปรับตำแหน่งของข้อเทียมบนระบบคอมพิวเตอร์ก่อนเริ่มตัดกระดูกจริง เพื่อดูว่าตำแหน่งใดให้สมดุลของข้อและการเคลื่อนไหวที่เหมาะสมที่สุดสำหรับผู้ป่วยรายนั้น
Cut: ตัดเฉพาะส่วนที่จำเป็นตามแผนผ่าตัด
เมื่อเข้าสู่ขั้นตอนการเตรียมกระดูก ระบบจะมีเทคโนโลยี Haptic Guidance หรือระบบกำหนดขอบเขตการทำงานเสมือน ช่วยลดการบาดเจ็บต่อเนื้อเยื่อข้างเคียง
ระบบจะช่วยให้แพทย์ทำงานอยู่ภายในบริเวณที่วางแผนไว้ล่วงหน้า ช่วยสนับสนุนความแม่นยำในการเตรียมกระดูกและการวางข้อเทียมตามแผนผ่าตัด
สำหรับผู้ป่วยที่เหมาะสมกับการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าบางส่วน (Unicompartmental Knee Arthroplasty) แนวทางนี้ยังช่วยให้แพทย์สามารถเก็บรักษากระดูกและโครงสร้างข้อเข่าที่ยังแข็งแรงไว้ได้มากที่สุด
*งานวิจัยบางส่วนพบว่า การผ่าตัดด้วยระบบ robotic-assisted surgery สามารถช่วยให้ตำแหน่งของข้อเทียมใกล้เคียงกับที่แพทย์ได้วางแผนเอาไว้มากกว่าวิธีผ่าตัดแบบดั้งเดิม ซึ่งอาศัยการประเมินและการวางตำแหน่งข้อเทียมโดยศัลยแพทย์ระหว่างการผ่าตัด โดยในการศึกษาหนึ่ง การผ่าตัดด้วยระบบหุ่นยนต์สามารถวางข้อเทียมได้ตามแผนที่กำหนดไว้ในประมาณ 8 ใน 10 ราย เทียบกับประมาณ 2 ใน 10 รายของวิธีดั้งเดิม*
นอกเหนือจากการช่วยวางแผนและดำเนินการผ่าตัด งานวิจัยติดตามผลระยะยาวบางส่วนยังพบว่า มากกว่า 95% ของข้อเทียมยังคงทำงานได้ตามปกติโดยไม่ต้องผ่าตัดแก้ไขซ้ำหลังการติดตามผล 5-10 ปี
ที่รพ. สมิติเวช สุขุมวิท มีทีมศัลยแพทย์เฉพาะทางด้านการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมโดยตรง ที่ทำได้ทั้งการเปลี่ยนข้อเข่าทั้งข้อ (TKA) และการเปลี่ยนเฉพาะบางส่วน (UKA)
อ่านเนื้อหาต้นฉบับได้ที่ :
https://www.pptvhd36.com/health/care/7974
ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมที่เว็บไซต์
https://www.pptvhd36.com
และช่องทาง Social Media
Facebook PPTVHD36 :
https://www.facebook.com/PPTVHD36
YouTube :
www.youtube.com/@PPTVHD36
bdms
1 บันทึก
1
1
1
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย