18 ส.ค. เวลา 02:03 • วิทยาศาสตร์ & เทคโนโลยี

F-16

"กองทัพอากาศไทยนั้นมีความเข้มแข็งและพร้อมที่จะปฏิบัติภารกิจป้องกันประเทศหากว่ามีความจำเป็น
ในช่วงหนึ่งอายุคน อาจจะไม่มีโอกาสเลยที่จะได้ปฏิบัติภารกิจจริง อาจเป็นรุ่นน้อง เป็นลูก เป็นหลานของเราในอนาคต"
"แต่นั่นมิได้หมายความว่าเราจะลดละหรือย่อหย่อนในการเตรียมความพร้อม กองทัพไม่สามารถที่จะไม่พร้อม เพราะการเตรียมความพร้อมนั้นมันใช้เวลาในการสั่งสม ประสบการณ์ เพราะฉะนั้นความพร้อมนี้จะต้องส่งผ่าน รุ่นสู่รุ่น เมื่อใดที่เกิดเหตุการณ์ เราต้องพร้อม เพราะความพร้อมนั้นมันคือหลักประกันของสันติภาพ หลักประกันของอธิปไตย หลักประกันของชีวิตพี่น้องประชาชน
นี่คือหน้าที่ของพวกเรา"
"คนคือสิ่งที่สำคัญที่สุด เทคโนโลยีคือเครื่องมือ คนกับเทคโนโลยีต้องทำงานด้วยกัน เทคโนโลยีไม่ว่าจะดีเพียงใด ก็ไม่สามารถทดแทนมโนธรรม คุณธรรม ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีของมนุษย์ได้นั่นคือคุณสมบัติของพวกเรา"
พลอากาศเอก เสกสรร คันธา ผู้บัญชาการทหารอากาศ
"การรบครั้งแรก 5 วัน การรบครั้งที่ 2 20 วัน ที่เราต้องส่งกองทัพอากาศรุกออกนอกประเทศ เราก็ไปโจมตีไม่ว่าจะเป็นกาสิโนที่ใช้เป็นฐานปล่อยโดรนกันเป็นกองทัพ สะพาน คลังอาวุธ"
"สงครามที่ผ่านมีทหารกัมพูชาตายไปประมาณ 10,000 นายบาดเจ็บอีกจำนวนมาก ตัวเลขบาดเจ็บอาจใกล้เคียงกับตัวเลขการตาย เพราะฉะนั้นทั้งหมดก็เป็นเรื่องจริง
ไม่ได้มโน ก็คือเป็นการประมาณการของเราด้วยจากการที่เราใช้อาวุธแล้วมันตรงเป้าหมาย"
พลเอก รังษี กิติญาณทรัพย์ หัวหน้าพรรคเศรษฐกิจ
เครื่องบินขับไล่ F-16 จากฝูงบิน 103 กองบิน 1 จังหวัดนครราชสีมา
สวัสดีครับท่านผู้อ่านทุกท่าน เรื่องของชายแดนไทย-กัมพูชาสุดท้ายก็ต้องได้เล่าเช่นเคย วันนี้ก็มีเรื่องใหญ่จากกองบิน 1 โคราช เมื่อนายกรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล ได้นำเครื่องบินส่วนตัว Socata TBM-930 ขึ้นบินจากสนามบินดอนเมืองไปเยี่ยมกองบิน 1 จังหวัดนครราชสีมา โดยได้การต้อนรับอย่างสมเกียรติจากเครื่องบินขับไล่ F-16 จากฝูงบิน 103 ทำให้เรื่องราวของเครื่องบินรบแบบนี้ต้องถูกนำมาถ่ายทอดแก่ท่านผู้อ่านอีกครั้ง
ก่อนที่จะเข้าสู่บทความผู้เขียนขอใช้ช่วงเวลานี้เป็นช่วงเวลาทำเงิน สำหรับภาพเครื่องบินขับไล่ F-16 ของกองทัพอากาศสหรัฐฯที่นำมาเป็นภาพหน้าปกบทความนี้หากท่านใดสนใจให้ผู้เขียนนำไปปริ้นท์เป็นโปสเตอร์ สามารถทักมาหาผู้เขียนใน Facebook ส่วนตัวชื่อ Maverick Nonsak ได้ราคาที่จะให้ท่านโอนเข้าบัญชีก่อนที่ผู้เขียนจะส่งให้ร้านปริ้นท์อยู่ที่ 200 บาท หากท่านใดสนใจขอเลขบัญชีให้ท่านทักมาได้ที่แชทส่วนตัวผู้เขียนนะฮะ
สำหรับค่าปริ้นที่ท่านโอนผ่านทาง Messenger ส่วนตัวด้วยจำนวนเงิน 200 บาทรวมค่าส่ง เมื่อรับโอนแล้วผู้เขียนจะนำยอดนี้ไปใช้ในการปริ้นท์ภาพจำนวนหนึ่ง อีกส่วนที่ได้รับจะนำไปใช้เป็นค่าบำรุงพระพุทธศาสนา ค่าอาหารพระสงฆ์ ค่าถวายสังฆทาน ค่าน้ำ ค่าไฟของวัดและอื่นๆอีกมากมายที่เป็นบุญกุศล
ไม่เพียงเท่านี้รายได้จากการที่ท่านโอนให้ผู้เขียนจำนวนหนึ่งจะนำไปใช้เป็นงบสำหรับส่งเสียให้น้องชายได้เรียนจบมหาวิทยาลัยครบ 4 ปีและเป็นรายได้ให้ตัวผู้เขียนเองในการหาซื้อของดีๆมาขายต่อไป
F-16C USAF THUNDERBIRDS
ณ ฝูงบินขับไล่ F-16 ฝูงแรกของกองทัพอากาศไทย ฝูงบิน 103 กองบิน 1 จังหวัดนครราชสีมา เจ้าของฉายา "Lightning" ที่มาพร้อมกับสายฟ้าสีแดงบนแพนหางดิ่งกำลังเคลื่อนที่ออกจากลานบินมุ่งหน้าสู่รันเวย์อย่างช้าๆ นี่คือพิสูจน์ให้เห็นถึงแสนยานุภาพที่ยังคงความทันสมัยและเป็นหัวหอกหลักในการป้องกันประเทศมาเกือบ 4 ทศวรรษ
ที่รันเวย์เครื่องบินขับไล่ F-16 ได้ทะยานขึ้นพร้อมไฟสีส้มจากท่อไอพ่นที่เรียกว่า AFTERBURNER ส่งเสียงดังคำรามไปทั่วกองบิน 1 โคราช ในขณะเดียวกันสายตาจากครอบครัวและเจ้าหน้าที่ภาคพื้นก็จับตามองการบินขึ้นสู่ท้องฟ้าของเจ้าเวหาแห่งฝูงบินสายฟ้า
การขึ้นบินครั้งนี้เกิดขึ้นพร้อมกับข่าวลือที่ว่ากองทัพอากาศไทยใช้ F-16 โจมตีสิ่งก่อสร้างของพลเรือน อย่างไรก็ตาม กองทัพอากาศไทยระบุว่านี่คือส่วนหนึ่งของสงครามข่าวสารที่กัมพูชาสร้างเป็นข้อมูลบิดเบือนหรือ Fake News เพื่อหวังผลทางการเมืองและการทูต
พลอากาศเอก ประภาส สอนใจดี ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารอากาศยืนยันว่า การปฏิบัติการทางอากาศของ F-16 ไทยเป็นไปตามกฎหมายระหว่างประเทศ โดยมีการแยกแยะเป้าหมายทางทหารออกจากพลเรือนอย่างชัดเจน และใช้กำลังในสัดส่วนที่เหมาะสม ซึ่งไม่เคยปรากฏหลักฐานว่ามีพลเรือนกัมพูชาเสียชีวิตจากอาวุธของกองทัพไทย
RTAF F-16B Block 15OCU 103TFS.
และแล้วบนท้องฟ้ากองบิน 1 จังหวัดนครราชสีมา เครื่องบินขับไล่ F-16 ฝูงบิน 103 บินหมู่มาให้ชมจำนวน 8 เครื่องอย่างเป็นระเบียบราวกับมีเชือกขึง เมื่อบินผ่านไป 1 รอบ ก็ไปตีโค้งทางขวา จากนั้นก็โค้งเข้ามาเป็นหมู่มาบินผ่านลานพิธีที่ครอบครัวเครือญาติต่างมารอแสดงความยินดีกับนักบินพร้อมรบและนักบินที่บินครบ 1,000 ชั่วโมง
การบินหมู่ครั้งใหญ่เหนือน่านฟ้ากองบิน 1 โคราชเป็นการเชิดชูเกียรตินักบิน F-16 ที่บินครบ 1,000 ชั่วโมงทั้ง 4 นายและนักบินขับไล่เอฟ-16 ที่ผ่านหลักสูตร Combat Ready ซึ่งเป็นกลุ่มนักบินที่มีทักษะการรบจริงจากสมรภูมิชายแดน การที่ F-16 ยังคงปรากฏตัวเหนือน่านฟ้าไทยจึงเป็นการตอกย้ำว่ากองทัพไทยพร้อมรบตลอดเวลา และจะไม่ยอมให้ใครมาล่วงละเมิดอธิปไตยได้อีก
ในช่วงทศวรรษที่ 1980 หลังจากจบสงครามเวียดนาม กองทัพอากาศไทยต้องเผชิญกับความท้าทายในการปรับปรุงฝูงบินขับไล่เพื่อรับมือกับภัยคุกคามใหม่ในภูมิภาค โดยเฉพาะการประจำการเครื่องบินขับไล่ MiG-23 ในเวียดนาม
ในช่วงเวลาเดียวกันก็มีข่าวใหญ่ที่กองทัพอากาศอิสราเอลได้ส่งเครื่องบินขับไล่ F-16 ทิ้งระเบิดทำลายเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ในอิรักต่อด้วยการรบทางอากาศเหนอ Bekaa Valley เลบานอนในปีพ.ศ.2525 ส่งผลให้กองทัพอากาศอิสราเอลถูกจับตามองจากทั่วโลก รวมถึงกองทัพอากาศไทยที่กำลังแสวงหาฝูงบินขับไล่ฝูงใหม่ที่จะมารับมือความไม่แน่นอนจากสงครามเย็นกำลังลุกลามมาถึงภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จนนำไปสู่ การจัดหาเขี้ยวเล็บใหม่ให้กองทัพอากาศดำรงความพร้อมรบและรับมือสถานการณ์อย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง
อย่างไรก็ตามการจะก้าวไปสู่การครอบครองเครื่องบินขับไล่ F-16 นั้นมีด่านสำคัญคือ นโยบายการส่งออกอาวุธของสหรัฐฯ ในขณะนั้นที่พยายามผลักดันโครงการเครื่องบินขับไล่สำหรับส่งออกโดยเฉพาะ F-X ซึ่งมี F-20 Tigershark เป็นตัวชูโรง
F-16A ฝูงบิน 403 กองบืน 4 ตาคลี จังหวัดนครสวรรค์
ในระหว่างที่พลอากาศเอก ประพันธ์ ธูปะเตมีย์ ผู้บัญชาการทหารอากาศ (ตำแหน่งในขณะนั้น) ร่วมรับฟังการบรรยายกับคณะที่กองบัญชาการกองทัพอากาศ บริษัท Northrop ได้นำเสนอ F-5G ซึ่งต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็น F-20 Tigershark
โดยเป็นการอัปเกรดจาก F-5E ให้มีเครื่องยนต์เดี่ยวที่ทรงพลัง F404 และระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่ทันสมัยเทียบเท่าเครื่องบินขับไล่ยุคที่ 4 คู่แข่งสำคัญจากบริษัท General Dynamics นั่นคือ F-16A ในขณะเดียวกันบริษัทนี้ได้เสนอ F-16/79 ซึ่งเป็นการนำโครงสร้างเครื่องบินขับไล่ F-16A มาเปลี่ยนใช้เครื่องยนต์ J79 รุ่นเก่าที่มีราคาถูกและสมรรถนะต่ำกว่าเครื่องยนต์ F100
แม้จะมีการเชียร์ให้เลือกแบบโน้นแบบนี้และม้ข้อเสนอเกี่ยวกับเครื่องบินขับไล่ 3 แบบมาให้ แต่กองทัพอากาศไทยก็จัดตั้งโครงการ Peace Naresuan จนนำไปสู่การจัดหา F-16A/B Block 15 OCU ซึ่งเป็นรุ่นที่ทันสมัยและมีประสิทธิภาพสูงที่สุดของ F-16 ในยุคนั้น กองทัพอากาศไทยมองว่าการจัดหา F-16 ไม่ใช่แค่การซื้ออาวุธ แต่เป็นการส่งสารเชิงภูมิรัฐศาสตร์และยกระดับขีดความสามารถทางอากาศแบบก้าวกระโดดเพื่อสร้างสมดุลทางทหารในภูมิภาค
LIGHTNING DEMO BY PIGLET
ในที่สุด ความพยายามของกองทัพอากาศไทยก็ประสบความสำเร็จเมื่อสหรัฐฯ อนุมัติการขายเครื่องบินขับไล่ F-16A/B Block 15OCU ให้ในปี พ.ศ. 2528 ต่อมา 12 เครื่องฝูงแรกได้เข้าประจำการที่กองบิน 1 โคราช ในปี พ.ศ. 2531 ในขณะที่ F-20 Tigershark ต้องปิดโครงการลงในปี พ.ศ. 2529 หลังจากไม่สามารถหาลูกค้าได้และไม่ได้รับการสนับสนุนจากกองทัพสหรัฐฯเอง ซึ่งมองว่า F-16 มีความคุ้มค่าและได้รับความนิยมในตลาดโลกมากกว่า ทำให้ F-16 กลายเป็นกระดูกสันหลังของกองทัพอากาศไทยต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน
F-16A/B Block 15OCU ที่เข้าประจำการ ณ ฝูงบิน 103 กองบิน 1 จังหวัดโคราชในปี พ.ศ. 2531 ภายใต้โครงการ  Peace Naresuan I ถือเป็นจุดเริ่มต้นของยุคสมัยใหม่ที่ปฏิวัติขีดความสามารถทางอากาศของกองทัพอากาศไทยอย่างสิ้นเชิง โดยในช่วงเวลานั้น F-16 ถูกยกย่องว่าเป็นเครื่องบินขับไล่ที่ทันสมัยที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเป็นการก้าวกระโดดทางเทคโนโลยีที่หาใครเทียบได้ยาก เพราะกองทัพอากาศที่มี F-16 ในยุคนั้นมีแค่ 2 ประเทศคือไทยและสิงคโปร์ (อินโดนีเซียได้รับมอบในปีพ.ศ.2532)
หากจะกล่าวถึงสมรรถนะของเครื่องบินขับไล่ F-16 มันจัดเป็นเครื่องบินแบบแรกของโลกที่ใช้ระบบควบคุมการบินด้วยไฟฟ้าเต็มรูปแบบหรือ Fly-by-Wire ซึ่งใช้คอมพิวเตอร์ประมวลผลคำสั่งจากนักบิน ช่วยให้เครื่องบินมีความคล่องตัวและเสถียรภาพสูงสุด
มาพร้อมกับฝาครอบห้องนักบินแบบ Bubble Canopy ที่ไร้โครงสร้างบดบัง ทำให้นักบินมีทัศนวิสัยกว้างไกลถึง 360 องศา ซึ่งเป็นข้อได้เปรียบอย่างยิ่งในการรบทางอากาศ กล่าวคือเมื่อทำการรบทางอากาศแล้วถูกไล่ติดตามจากเครื่องบินขับไล่ข้าศึก นักบินจะทำเลี้ยววงแคบในแนวนอนด้วยแรงจีที่สูงถึง 9G ก่อนจะใช้การจัดการด้วยยุทธวิธีที่นักบิน F-16 ฝึกมาอย่างช่ำชอง
เครื่องบินขับไล่ F-16 เข้าประจำการในกองทัพอากาศไทยมาเกือบ 40 ปีและยังคงบินต่อไปในฐานะกำลังรบหลักของทัพฟ้าไทย
มีการติดตั้งเรดาร์ AN/APG-66 ที่มีขีดความสามารถในการตรวจจับข้าศึกได้ไกลถึง  80 nautical miles หรือ 150 กิโลเมตร ซึ่งถือว่าเป็นเรดาร์สำหรับเครื่องบินรบที่ไกลที่สุดของกองทัพอากาศไทยเท่าที่เคยมีมา โดยจะใช้งานร่วมกับขีปนาวุธอากาศสู่อากาศทั้ง AIM-9 Sidewinder และ AIM-120 AMRAAM ที่นำมาติดตั้งเครื่องบินขับไล่ F-16
นอกจากขีดความสามารถในการรบทางอากาศแล้วเครื่องบินขับไล่ F-16 ของกองทัพอากาศไทยยังสามารถติดตั้งระเบิดไม่นำวิถีจากยุคสงครามเย็นได้ทั้งขนาด 500 ปอนด์ , 1,000 ปอนด์และ 2,000 ปอนด์ในการทิ้งระเบิดทำลายเป้าทางภาคพื้นดิน
รวมไปถึงมีปืนกลอากาศแบบลำกล้องหมุนได้ 6 ลำกล้องขนาด 20 มม. รุ่น M61A1 Vulcan ปืนกลอากาศรุ่นนี้จะใช้สำหรับการรบทางอากาศระยะประชิด (Dog Fight) และการบินสนับสนุนทางอากาศโดยใกล้ชิด (Close Air Support: CAS) ร่วมกับทหารบก มีการบรรจุกระสุนจำนวน 512 นัด (หากตัวเลขผิดพลาดก็ขออภัยทุกท่านมา ณ ที่นี้)
นอกจากการรบแล้วภายนอกยังมีการติดตั้งถังเชื้อเพลิงขนาด 300 แกลลอนใต้ลำตัวสำหรับเพิ่มพิสัยในการฝึกบินรวมถึงการรบที่ใช้เวลาไม่นาน หากต้องการติดตั้งถังเชื้อเพลิงขนาด 370 แกลลอนจำนวน 2 ถังใต้ปีก F-16 จะมีพิสัยการบินเพิ่มขึ้นกล่าวคือสามารถบินได้ถึง 1-2 ชั่วโมงในอากาศระหว่างการบินลาดตระเวนทางอากาศหรือการบินไปโจมตีเป้าหมายนอกประเทศดังจะเห็นได้จากสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาในปีพ.ศ.2568
ไม่เพียงเท่านี้ในห้องนักบินยังมี Joystick ที่เชื่อมต่อกับส่วนต่างๆของ F-16 ไม่ว่าจะเป็นแฟลพ , แพนหางดิ่ง , แพนหางระนาบ สำหรับการบินของ F-16 ด้วยคันบังคับนี้หากนักบินขยับไปทางขวาเครื่องก็จะเลี้ยวไปทางขวา หากขยับไปทางซ้ายเครื่องก็จะเลี้ยวไปทางซ้าย หากเชิดหัวขึ้นนักบินจะดึงคันบังคับไปด้านหลัง อย่างไรก็ตามการบิน F-16 จะมีคอมพิวเตอร์ควบคุมไม่ให้ครื่องบินแบบดังกล่าวเสียสมดุลในการบินจนเกิดอุบัติเหตุ รวมไปถึงการกดปุ่มยิงจรวดและทิ้งระเบิดก็ใช้ปุ่มที่คันบังคับนี้ได้
F-16A Block 15OCU กองทัพอากาศไทย
สำหรับเครื่องยนต์ไอพ่น Pratt and Whitney F100PW220 ที่ F-16 กองทัพอากาศไทยใช้นั้นให้แรงขับสูงสุดสุดที่ 23,770 ปอนด์เมื่อทำการบินที่ความสูงสุด 2,124 กิโลเมตรต่อชั่วโมง (2 มัค) ที่ความสูง 50,000 ฟุตจากระดับน้ำทะเล เครื่องยนต์แบบนี้มีความน่าเชื่อถือสูง มีค่าซ่อมบำรุงที่ถูกมากและมีความปลอดภัยสูงสำหรับเครื่องบินขับไล่ F-16A/B Block 15OCU ไปจนถึง F-16C/D Block 25 (เวอร์ชั่นนี้กองทัพอากาศสหรัฐฯใช้งานเพียงผู้เดียว)
การทำงานของเครื่องยนต์ไอพ่นอันทรงพลังนี้เกิดจาก Air Intake หรือช่องนำอากาศเข้าใต้ลำตัวเครื่องเยื้องมาด้านหน้าเล็กน้อย ช่องนำอากาศเข้านี้จะนำพลังงานกระแสลมที่ไหลเข้ามาแปรสภาพเป็นพลังงานความเร็วสูงที่บั้นท้ายของเครื่องเรียกว่า Afterburner ขณะขึ้นบินสกัดกั้นหรือการบินทดสอบด้วยความเร็วสูง หากไม่มีกระแสลมไหลผ่านช่องนำอากาศเข้าของ F-16 จะมีกรณีเดียวคือตอนจอดบนพื้นดิน หากขึ้นบินไปบนฟ้าแล้วกลับลงมาจะเป็นช่วงเวลาที่ช่องอากาศของ F-16 มีประโยชน์ในการบิน
ส่วนสปีดเบรกหรือเบรคอากาศของเครื่องบินขับไล่ F-16 จะกางออกเมื่อร่อนลงจอด โดยจะกางออกที่ 80 องศาเพื่อชะลอความเร็วเครื่องให้ช้าลงและยังมีประโยชน์สำหรับการบินช้าๆหรือ slow flight เพื่อให้เครื่องบินรบข้าศึกที่บินมาด้วยความเร็วสูงบินเลยไปจากนั้นจึงจะสามารถเปลี่ยนจากฝ่ายถูกล่ามาเป็นฝ่ายล่าได้
F-16BM กองทัพอากาศปากีสถาน
ในทศวรรษที่ 1990 ต้นๆ กองทัพอากาศไทยแม้จะได้รับมอบเครื่องบินขับไล่ F-16 12 เครื่องแรกจากสหรัฐฯ ภายใต้โครงการ PEACE NARESUAN I แต่ต่อมาก็มีการนำเข้าประจำการด้วยเครื่องบินขับไล่ F-16A Block 15 OCU อีก 6 เครื่องในโครงการ PEACE NARESUAN II ในปีพ.ศ.2534
การจัดหาเครื่องบินขับไล่ F-16A ล็อตใหม่ป้ายแดงนี้เพื่อมาทำหน้าที่ปกป้องน่านฟ้าในภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือรวมถึงภาคตะวันออกของไทยร่วมกับ 12 เครื่องแรกที่จัดหามาก่อนหน้านี้ โดยเข้าประจำการที่ฝูงบิน 103 กองบิน 1 จังหวัดนครราชสีมาเช่นเดิม ฝูงบินนี้มีภารกิจหลักคือการรบทางอากาศ ส่วนภารกิจรองคือการบินโจมตีภาคพื้นดินและการลาดตระเวนทางอากาศตามแนวชายแดนฝั่งตะวันออกของประเทศ
สำหรับ F-16 ฝูงบิน 103 ใช้นามเรียกขานฝูงบินว่า Lightning พร้อมสัญลักษณ์สายฟ้าสีแดงที่แพนหางดิ่ง โดยมี motto ประจำฝูงว่า "ผู้ใดจับได้สายฟ้า ผู้นั้นคือผู้ที่ผ่านหนทางอันแสกยากเข็ญ" การประจำการของเครื่องบินขับไล่สมรรถนะสูงแบบนี้สื่อถึงการมีอยู่ของฝูงบินนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนทางยุทธศาสตร์ที่ทำให้กองทัพอากาศไทยก้าวเข้าสู่ยุคเครื่องบินขับไล่หลากบทบาทสมรรถนะสูงในยุคที่ 4 อย่างเต็มตัว
เครื่องบินขับไล่ F-16 ฝูงบิน 403 ถือว่าเป็นเครื่องบินที่มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในปกป้องน่านฟ้าทางภาคเหนือและภาคตะวันตกของไทย
ปีพ.ศ.2533 โครงการ PEACE NARESUAN III ได้เกิดขึ้นในสมัยที่พลอากาศเอก เกษตร โรจนนิล ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการทหารอากาศ ท่านมองว่าหลังจากความสำเร็จในระยะแรกที่ทำให้มีเครื่องบินขับไล่ F-16 ประจำการที่โคราชแล้ว ท่านจึงได้พยายามอย่างเต็มที่หลังจากทราบข่าวว่าประเทศเพื่อนบ้านมีการเสริมกองกำลังรถถัง รวมไปถึงการปลดประจำการเครื่องบินรบรุ่นเก่าในกองทัพอากาศไทยทั้ง F-5 , T-33 รวมถึง A-37B ที่กำลังจะมาถึงในไม่ช้านี้
จนกระทั่งพลอากาศเอก เกษตร ถูกย้ายไปเป็นจเรทหารทั่วไป พลอากาศเอก กันต์ พิมานทิพย์ ได้ขึ้นมาเป็นผู้บัญชาการทหารอากาศ ตั้งใจว่าจะมีโครงการจัดหาเครื่องบินควบคุมและแจ้งเตือนภัยทางอากาศล่วงหน้าเพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถของกองทัพอากาศไทยให้ดียิ่งขึ้นไปพร้อมๆกับ PEACE NARESUAN III แต่ทว่ากองทัพอากาศไทยได้ตัดโครงการนี้ออกไปด้วยเรื่องงบประมาณที่สูงเกินไปและไม่คุ้มค่ากับกองทัพอากาศไทยในยุคนั้น
จึงนำไปสู่การเข้าประจำการของเครื่องบินขับไล่ F-16 ฝูงใหม่ที่มาจากโครงการ PEACE NARESUAN III ในปีพ.ศ. 2538 โดย F-16 ที่มาถึงประเทศไทยเพิ่มเติมทั้ง 18 เครื่องได้เข้าประจำการ ณ ฝูงบิน 403 กองบิน 4 อำเภอตาคลี จังหวัดนครสวรรค์ หรือที่รู้จักกันในนามถิ่นจงอาง (Land of the King Cobra) โดยใช้สัญลักษณ์รูปงูจงอางที่แพนหางดิ่ง
ความพิเศษของฝูงบิน 403 ที่แตกต่างจากฝูงบิน F-16 ที่โคราชในขณะนั้นคือภารกิจโจมตีกลางคืน ซึ่งนับว่าเป็น Variant แรกของ F-16 ที่ถูกออกแบบมาเพื่อภารกิจขับไล่โจมตีในเวลากลางคืนโดยเฉพาะ เท่านั้นไม่พอยังมีการติดตั้งกระเปาะช่วยเดินอากาศและกระเปาะชี้เป้า ทำให้สามารถตรวจจับเป้าหมายได้จากระยะไกลและทิ้งระเบิดนำวิถีด้วยเลเซอร์ได้อย่างแม่นยำระดับหลักเมตร
พี่เอก พลอากาศเอก ระวิน ถนอมสิงห์ ขณะนำเครื่องบินขับไล่ F-16 ขึ้นบินคุ้มกันเครื่องบินส่วนตัว Socata TBM-930 ของนายอนุทิน ชาญวีรกูลนายกรัฐมนตรีในฐานะประธานสภาความมั่นคงแห่งชาติ
อีก 1 ปีต่อมากองทัพอากาศไทยได้จัดตั้งโครงการสำคัญคือ PEACE NARESUAN IV เพื่อจัดหาเครื่องบินขับไล่ McDonnell Douglas F/A-18C/D Hornet จากสหรัฐอเมริกา แต่ทว่าเนื่องจากวิกฤตเศรษฐกิจต้มยำกุ้งได้รุนแรงขึ้ยทำให้ต้องยกเลิกการนำเครื่องบินขับไล่แบบดังกล่าวเข้าประจำการ จึงหันไปจัดหาเครื่องบินขับไล่ F-16 อีกครั้งเพียงแต่ว่าเป็นเครื่องบินมือสองที่กองกำลังรักษาดินแดนทางอากาศ (AIR NATIONAL GUARD : ANG) ของกองทัพอากาศสหรัฐฯในปีพ.ศ.2542 ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์ที่ถาโถมเข้ามาจากประชาชน
พ.ศ.2544 เมื่อนักบินขับไล่ F-16 ฝูงบิน 102 ชุดแรกที่จะได้ขับเครื่องบินขับไล่ F-16ADF เดินทางไปถึงสหรัฐอเมริกา การฝึกบินทั้งรบทางอากาศและโจมตีภาคพื้นดินจึงได้เริ่มต้นขึ้น สำหรับเครื่องบินขับไล่ F-16ADF หรือรุ่น Air Defense Fighter เป็นรุ่นที่กองทัพอากาศไทยจัดหามาประจำการชดเชย F/A-18C/D ต้องยกเลิกการจัดหาในปีพ.ศ.2540
ฝูงบิน 102 "STARS" นำโดยพี่ป๊อบ นาวาอากาศเอก อนุดิษฐ์ นาครทรรพ "DEVIL" ซึ่งเป็นนักบิน F-16 ที่มีชั่วโมงบินมากที่สุดถึง 1,000 ชั่วโมงบินกับเครื่องบินขับไล่แบบดังกล่าวในขณะนั้น เป็นผู้ที่ได้รับเกียรติให้ดำรงตำแหน่งผู้บังคับฝูงบิน 102 คนแรกที่ทำการบินกับเครื่องบินขับไล่ F-16ADF
Hollywood Escort Mickey
เมื่อนักบินทุกนายไปฝึกบินจบจากสหรัฐอเมริกาในปีพ.ศ.2545 ฝูงบิน F-16 ฝูงใหม่ทั้ง 5 เครื่องก็สัมผัสรันเวย์กองบิน 1 โคราช เพียงแต่ว่ารอบนี้มีสัญลักษณ์ดาวที่แพนหางดิ่งติดมาด้วย สำหรับ F-16ADF ที่เข้าประจำการ ฝูงบิน 102 มีความล้ำหน้ากว่าฝูงบิน F-16 อื่นๆ ในขณะนั้นเช่น ฝูงบิน 103 และฝูงบิน 403 ก่อนการอัปเกรด
หนึ่งในนั้นเป็นขีดความสามารถในการรบระยะไกลเกินสายตา (Beyond Visual Range: BVR) ซึ่งเครื่องบินขับไล่ F-16ADF ถือเป็นเครื่องบินขับไล่แบบแรกของไทยที่สามารถใช้อาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่อากาศแบบ AIM-120 AMRAAM ได้ ทำให้นักบินสามารถทำลายเป้าหมายได้จากระยะไกลโดยไม่ต้องบินเข้าใกล้จนมองเห็นด้วยสายตา
การจัดหาอย่างต่อเนื่องรวมถึงการรับมอบจากกองทัพอากาศสิงคโปร์ในปีค.ศ.2004 (พ.ศ.2547) ทำให้เครื่องบินขับไล่ F-16 กลายเป็นกระดูกสันหลังของกองทัพอากาศไทยที่ยืนยงมานานเกือบ 4 ทศวรรษ ทั้งนี้โคราชก็ได้กลายเป็นฐานบัญชาการหลักของฝูงบินขับไล่  F-16 ควบคู่กับตาคลี โดยถือว่าเป็นเครื่องบินขับไล่อีกแบบหนึ่งที่มีสมรรถนะสูงที่สุดของภูมิภาคนี้นับตั้งแต่นั้นมา
เครื่องบินขับไล่ F-16 ฝูงบิน 103 กองบิน 1 โคราชทำหน้าที่ปกป้องน่านฟ้าทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคตะวันออกของไทย
แม้ว่าเครื่องบินขับไล่ F-16 Fighting Falcon จะเข้าประจำการในกองทัพอากาศไทยมานานเกือบ 4 ทศวรรษ หรือตั้งแต่ปี พ.ศ. 2531 เครื่องบินขับไล่ยุคที่ 4 ต้องเผชิญกับความล้าสมัยและสมรภูมิที่เปลี่ยนไป แต่กองทัพอากาศได้ทำการอัพเกรดโครงสร้าง F-16 ฝูงบิน 102 และฝูงบิน 103 ที่ประจำการอยู่ที่โคราช
จนกระทั่งในปีพ.ศ.2553 ฝูงบิน 403 กองบิน 4 ตาคลี นามเรียกขาน "King Cobra" ได้เข้าสู่การปรับปรุงขีดความสามารถครั้งใหญ่พร้อมเสริมเขี้ยวเล็บใหม่ในโครงการที่เรียกว่า Mid-Life Upgrade (MLU) จนกลายเป็นอากาศยานทางทหารยุคใหม่ที่ยังคงความน่าเกรงขามในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
โครงการ MLU คือการชุบชีวิตเครื่องบินขับไล่ F-16 ยุคสงครามเย็นให้มีสมรรถนะเทียบเท่าเครื่องบินขับไล่รุ่นใหม่ใน Gen 4.5 เช่น F-16C/D Block 50/52 ของสหรัฐฯหรือสิงคโปร์ โดยเป็นการเปลี่ยนระบบอิเล็กทรอนิกส์การบิน (Avionics) และระบบคอมพิวเตอร์ใหม่ทั้งหมด ช่วยยืดอายุการใช้งานโครงสร้างออกไปได้ถึง 8,000 ชั่วโมงบิน ซึ่งทำให้เหยี่ยวพิฆาตฝูงนี้สามารถบินปฏิบัติภารกิจต่อไปได้จนถึงปี พ.ศ. 2578-2580
ส่วนเรดาร์ก็ติดตั้งของใหม่ที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้นนั่นคือ การติดตั้งเรดาร์ AN/APG-68(V)9 ที่ตรวจจับเป้าหมายได้ไกลกว่าเดิมถึง 2 เท่า และมีความแม่นยำในการสร้างภาพเป้าหมายภาคพื้นดินความละเอียดสูง มีหมวกนักบินอัจฉริยะ JHMCS ช่วยให้นักบินสามารถล็อกเป้าหมายได้เพียงแค่หันมอง ซึ่งทำงานร่วมกับขีปนาวุธระยะประชิดที่ทันสมัยอย่าง Iris-T ทำให้นักบินสามารถสอยเครื่องบินข้าศึกได้โดยไม่ต้องหันหัวเครื่องบินไปหาเป้าหมาย
มีการติดตั้งระบบเชื่อมโยงข้อมูล Link 16 ถือหัวใจของการรบแบบเครือข่ายเป็นศูนย์กลาง (Network-Centric Warfare) ที่ช่วยให้นักบินแชร์ข้อมูลการรบกับเครื่องบินแบบอื่นของกองทัพอากาศไทย เช่น Gripen หรือติดต่อศูนย์บัญชาการได้แบบ Real-time รวมทั้งการประสานงานการรบร่วมกับกองทัพบกและกองทัพเรือได้
เครื่องบินท่านนายกฯได้รับการคุ้มกันจาก F-16 ระหว่างไปตรวจเยี่ยมกองบิน 1 โคราช
F-16 ฝูงบินนี้ถูกออกแบบมาเพื่อภารกิจขับไล่โจมตีในเวลากลางคืนและการโจมตีทางลึกโดยเฉพาะ
ดังนั้นจึงมีการติดตั้งอุปกรณ์พิเศษอย่างกระเปาะชี้เป้าสมัยใหม่อย่าง Sniper ATP ซึ่งช่วยให้นักบินสามารถตรวจจับเป้าหมายได้จากระยะไกลและทิ้งระเบิดนำวิถีด้วยเลเซอร์ได้อย่างแม่นยำในการโจมตีทางอากาศสู่ภาคพื้นดิน โดยจะเห็นได้จากสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาในปีพ.ศ.2568
วันที่ 24 กรกฎาคมพ.ศ.2568 เมื่อฝ่ายกัมพูชาเปิดฉากระดมยิงปืนใหญ่ และ BM-21 เข้าใส่ฐานปฏิบัติการและพื้นที่พลเรือนของไทยในดินแดนอีสานใต้จนทำให้ทหารไทยพร้อมด้วยพลเรือนเสียชีวิตและบาดเจ็บ กองทัพอากาศไทยจึงตัดสินใจส่งเครื่องบินขับไล่ F-16 ขึ้นบินปฏิบัติการเพื่อยับยั้งและลดศักยภาพทางทหารของฝ่ายตรงข้ามทันทีตามหลักการป้องกันตนเอง
แม้ว่าภารกิจหลักของเครื่องบินขับไล่ F-16A/B Block 15 OCU ของฝูงบิน 103 และฝูงบิน 403 คือการขับไล่สกัดกั้น แต่ด้วยการเป็นเครื่องบินขับไล่อเนกประสงค์ (Multirole Fighters) ทำให้มีขีดความสามารถในการโจมตีภาคพื้นดินที่ทรงพลังอย่างยิ่ง โดยในช่วงเหตุการณ์ความขัดแย้งชายแดนฝั่งตะวันออก เหยี่ยวพิฆาตแห่งทัพฟ้าไทยได้พิสูจน์บทบาทดังกล่าวด้วยการเข้าโจมตีเป้าหมายทางยุทธศาสตร์อย่างหนักหน่วงและแม่นยำเพื่อสร้างจุดเปลี่ยนทางการรบ
F-16B 103TFS.
ไข่เหล็กจากฟ้าพุ่งลงใส่บังเกอร์ กองบัญชาการ และอาวุธยุทโธปกรณ์จนเปลี่ยนจากสิ่งที่ประชาชนไทยตามแนวชายแดนหวาดกลัวเป็นเรื่องน่ายินดีเมื่อทราบว่าไข่เหล็กจากนักรบฟ้าผู้หิวโหยพุ่งชนเป้าหมายราวกับยิงปืนเข้าเป้า จนเกิดควันดำลอยจากฟ้าขึ้นสู่ท้องฟ้าจนมองเห็นได้ในเวลากลางวันจากไกลๆ นี่คือผลงานของ F-16 ที่ได้รับภารกิจสำคัญในการแบกไข่เหล็กเข้าโจมตี ไม่เพียงเท่านี้ความรุนแรงของระเบิดขนาดใหญ่นี้สามารถทำลายค่ายทหารและคลังกระสุนที่ตั้งอยู่ลึกเข้าไปในฝั่งกัมพูชาได้อย่างเด็ดขาดในการโจมตีอันรวดเร็ว ฉับไว และรุนแรง
ต่อมาเมื่อมีปฏิบัติการยึดคืนเนิน 350 ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญบริเวณปราสาทตาควาย จังหวัดสุรินทร์ F-16 ได้พิสูจน์สมรรถนะจนก้าวข้ามคำสบประมาทที่ว่าต่อให้เป็น F-16 ก็เอาเนินนี้ไม่ลง โดยชัยชนะครั้งนี้เกิดจากการใช้ยุทธวิธีที่แม่นยำและการประสานงานร่วมกับเหล่าทัพอื่นอย่างมีประสิทธิภาพ
อย่างไรก็ตาม F-16 ได้ก้าวข้ามขีดจำกัด ด้วยการเปลี่ยนเป้าหมายไปที่โครงสร้างพื้นฐานและเส้นทางส่งกำลังบำรุง ในการทำลายเส้นทางลำเลียงพลหน้าที่นี้ก็เป็นของ F-16 ไทยอีกแล้ว โดยสามารถทำลายกระเช้าไฟฟ้าที่ใช้ลำเลียงอาวุธและเสบียงขึ้นสู่เนิน 350 ได้สำเร็จ ซึ่งเป็นจุดตายที่ทำให้ทหารกัมพูชาบนเนินเริ่มอ่อนกำลังลง
F-16 สามารถบรรทุกระเบิดขนาด 2,000 ปอนด์ (Mk.84) หรือที่เรียกกันว่าไข่เบอร์ 0 ได้สูงสุดถึง 4 ลูกใต้ปีก ซึ่งใช้ในการทำลายบังเกอร์ กองบัญชาการ และคลังกระสุนที่ตั้งอยู่ลึกเข้าไปในแดนข้าศึก ไม่เพียงเท่านี้ F-16 ทั้ง 2 ฝูงมีการใช้ระเบิดนำวิถีด้วยเลเซอร์ร่วมกับกระเปาะชี้เป้าส่งผลให้ระเบิดพุ่งเข้าหาได้อย่างแม่นยำไร้ความด่างพร้อย
นอกจากนี้ยังรองรับอาวุธปล่อยอากาศสู่พื้นแบบ AGM-65 Maverick และระเบิดร่อนนำวิถีด้วยดาวเทียมอย่าง KGGB จากเกาหลีใต้
หนึ่งในภารกิจเด่นของ F-16 คือการโจมตีทิ้งไข่ใส่สะพานโอร์จีกในประเทศกัมพูชาถือเป็นหนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์ที่สำคัญของฝูงบิน 103 กองบิน 1 โคราช ในการปฏิบัติการจริงเพื่อปกป้องอธิปไตยในช่วงความขัดแย้งชายแดนไทย-กัมพูชา
การบิน Escort เช่นนี้ของเครื่องบิน F-16 ไม่ได้เกิดขึ้นครั้งแรกในไทย เพราะกองทัพอากาศไทยมีการฝึกซ้อมการบินสกัดกั้นและคุ้มกันเป็นประจำ
การโจมตีครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงสมรรถนะที่ยอดเยี่ยมของนักบินและเครื่องบิน F-16 แม้จะมีอายุการใช้งานมานาน โดยผลการปฏิบัติการปรากฏว่าระเบิดตกลงกลางสะพานอย่างแม่นยำจนพังถล่ม มีการวิเคราะห์ว่าเป็นการโจมตีแบบเฉพาะเจาะจงที่ทำให้สะพานแหว่งจนรถถังไม่สามารถวิ่งผ่านได้ แต่พลเรือนยังคงสามารถเดินเท้าข้ามได้ ซึ่งสะท้อนถึงความแม่นยำในระดับหลักเมตร
ส่วนการโจมตีในยุทธการตราดปราบปรปักษ์ มีเรื่องเล่าจริงจากข่าวในช่วงสงครามชายแดนไทย-กัมพูชาว่าช่วงที่ทหารกัมพูชาได้ยิงปะทะกับทหารนาวิกโยธินไทยที่กำลังรักษาอาณาเขตให้รอดพ้นจากผู้รุกรานที่ยิงทั้งอาวุธเบาและอาวุธหนักเข้าโจมตีดินแดนไทย บนภาคพื้นดินทหารนาวิกโยธินทุกนายวิ่งฝ่าระเบิดและดงกระสุนเข้าปะทะข้าศึก จนถึงขั้นที่สถานการณ์คับขันทำให้ต้องประสานงานร้องขอให้ F-16 มาบินเหนือน่านฟ้าจังหวัดตราดในสมรภูมินี้
เครื่องบินขับไล่ F-16 แห่งกองทัพอากาศไทยได้ทำหน้าที่โจมตีทางอากาศอย่างหนักหน่วงด้วยการทิ้งระเบิดใส่ฐานที่มั่น กาสิโนและบังเกอร์ของฝ่ายตรงข้าม โดยมีการบันทึกประวัติศาสตร์ไว้ว่านี่เป็นครั้งแรกที่ F-16 ได้บินผ่านจังหวัดตราดเข้าไปทิ้งระเบิดถึงในเขตแดนกัมพูชาระหว่างที่สงครามยังไม่จบ
ตัดภาพไปที่บ้านหนองจาน จังหวัดสระแก้ว ก็มีการใช้กำลังทหารถล่มดินเขมรผลักดันออกไปจากชายแดนไทย-กัมพูชา เริ่มต้นด้วยการสนับสนุนทางอากาศจากเครื่องบินขับไล่ F-16 และ Gripen ของกองทัพอากาศไทยที่บินเข้าทิ้งไข่เพื่อทำลายรถถัง ค่ายทหารคลังอาวุธและฐานปืนใหญ่ของกัมพูชา ตามมาด้วยเสียงดังสนั่นของปืนใหญ่ขนาด 155 มม. และปืนค.ที่ยิงสนับสนุนเพื่อกดดันที่มั่นศัตรู
ส่วนในพื้นที่ใกล้กับบ้านโจกเจย กองทัพอากาศไทยได้ส่งเครื่องบินขับไล่ F-16 ทิ้งระเบิดใส่ BM-21 อย่างต่อเนื่อง ทันทีทหารกัมพูชาได้ยินเสียงเครื่องบินขับไล่ F-16 มาเยือน พวกเขาต่างหนีละทิ้งฐานและอาวุธยุทโธปกรณ์ที่ใช้โจมตีฝั่งไทยมาเป็นเวลา 10 กว่าวัน ทันใดนั้นเอง F-16 ไม่รอช้าจึงทิ้งระเบิดนำวิถีอีก 2 ลูกทำลายถนน K5 ทำให้เกิดรูเบ้อเร่อกว้างประมาณรถยนต์ 4 คันจอดเรียงหน้ากระดาน
เมื่อนายกฯนั่งหลัง F-16 ไม่ได้ จึงเปลี่ยนแผนจากบินลาดตระเวนชายแดนมาเป็นการบิน Escort เมื่อท่านมาถึงน่านฟ้าโคราช
ยังไม่ทันสิ้นเสียงไอพ่นจากฟ้า F-16 ก็บินเข้าโจมตีอาคารหลังหนึ่งกลางป่าไม้ไกลจากบ้ายหนองจาน ซึ่งต่อมาได้รับการเปิดเผยจากความมั่นคงว่าที่นี่ใช้เป็นคลังเก็บกระสุนปืนใหญ่ของทหารกัมพูชาในการยิงถล่มเข้ามายังฝั่งไทย ไม่เพียงเท่านี้เครื่องบินขับไล่ F-16 ยังคงโจมตีรถถัง T-54 และ T-55 ของกัมพูชาร่วมกับรถถัง M60 , Oplot, และ VT-4 จากกองทัพบกไทย
อำนาจจากการทิ้งระเบิดที่แม่นยำของ F-16 ทำให้ภาพโจมตีทางอากาศที่ปรากฎนี้กลายเป็นภาพจริงที่สามารถนำไปยืนยันเวทีโลกว่าไทยใช้กำลังตอบโต้ที่มาของภัยคุกคาม ไม่ใช่การทำลายชีวิตและทรัพย์สินของพลเรือนฝ่ายตรงข้าม
เมื่ออำนาจการยิงสนับสนุนของฝ่ายตรงข้ามถูกสยบลงด้วย F-16 การเจรจาที่จังหวัดจันทบุรีในวันที่ 27 ธันวาคมปีเดียวกันก็เกิดขึ้น ความเงียบสงัดกลับคืนสู่บ้านหนองจานอีกครั้ง หลังการสู้รบจบลงทหารช่างไทยได้ใช้รถแทร็กเตอร์เข้าสู่พื้นที่ทำลายบ้านที่กัมพูชาสร้างรุกล้ำแผ่นดินไทยและส่ง EOD เดินเท้าเข้าไปเคลียร์ทุ่นระเบิดเพื่อให้ชาวบ้านมีพื้นที่ทำกินอีกครั้ง
ในช่วงกลางเดือนกรกฎาคมถึงต้นเดือนสิงหาคมพ.ศ.2569 ได้มีการฝึกผสม PITCH BLACK 2026 ณ ฐานทัพอากาศดาร์วิน ประเทศออสเตรเลีย นี่ไม่ใช่แค่การฝึกบินธรรมดา แต่เป็นบทพิสูจน์ความแข็งแกร่งของกองทัพอากาศไทยในเวทีสากล โดยในปีนี้กองทัพอากาศไทยได้ส่งเครื่องบินขับไล่ F-16MLU จากฝูงบิน 403 กองบิน 4 ตาคลี บินข้ามมหาสมุทรเป็นระยะทางไกลกว่า 5,000 กิโลเมตร เพื่อเข้าร่วมการฝึกทางอากาศที่ใหญ่และซับซ้อนที่สุดในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก
การนำเครื่องบินขับไล่ F-16 ขึ้นบินคุ้มกันเครื่องบินนายกฯ แม้จะมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากคนที่คิดต่าง แต่ภารกิจดังกล่าวถือว่าเป็นธรรมเนียมที่กองทัพอากาศไทยนำมาใช้เหมือนกองทัพอากาศทั่วโลก
แม้ F-16 ตาคลีจะมีอายุการใช้งานมานานหลายทศวรรษ แต่จงอางร้ายของไทยได้ถูกอัปเกรดภายใต้โครงการ MLU (Mid-Life Update) จนกลายเป็นเครื่องบินขับไล่ยุคที่ 4.5 อย่างเต็มตัว ด้วยการติดตั้งเรดาร์ AN/APG-68(V)9 ที่ทรงพลัง สามารถตรวจจับเป้าหมายได้ไกลและแม่นยำ
พร้อมระบบหมวกนักบินติดศูนย์เล็ง JHMCS และอาวุธปล่อยนำวิถีระยะกลาง AIM-120 AMRAAM นอกจากนี้ยังมีระบบ Link-T ซึ่งเป็น Data Link ที่ไทยพัฒนาขึ้นเอง ทำให้สามารถแชร์ข้อมูลกับพันธมิตรได้อย่างไร้รอยต่อในรูปแบบการรบที่ใช้เครือข่ายเป็นศูนย์กลาง (Network Centric Warfare)
แม้จะฝึกกับออสเตรเลียแต่ในช่วงใกล้จะมีการฝึก FALCON STRIKE 2026 ก็มีกฎเหล็กจากสหรัฐอเมริกา นั่นคือการไม่อนุญาตให้กองทัพอากาศไทยนำเครื่องบินขับไล่ F-16 ไปฝึกซ้อมรบร่วมกับกองทัพอากาศจีนอย่างเด็ดขาด ข้อจำกัดนี้ถือเป็นเงื่อนไขสำคัญในการจัดซื้อและบำรุงรักษาเครื่องบินรบที่ผลิตโดยสหรัฐฯ เพื่อป้องกันไม่ให้เทคโนโลยีชั้นสูงรั่วไหลไปยังประเทศที่เป็นคู่แข่งทางยุทธศาสตร์
สิ่งที่ทำให้อเมริกากังวลคือ F-16MLU ของฝูงบิน 403 ตาคลี ได้รับการอัปเกรดระบบอิเล็กทรอนิกส์และซอฟต์แวร์ใหม่ ซึ่งรวมถึงระบบ Link-16 ซึ่งเป็นระบบเชื่อมโยงข้อมูลทางยุทธวิธีมาตรฐานของสหรัฐฯ และ NATO หากนำไปฝึกกับจีน สหรัฐฯ กังวลว่าอาจเกิดการลักลอบเรียนรู้เทคโนโลยีหรือการทำสงครามอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อดักจับสัญญาณและวิเคราะห์หาจุดอ่อนของอากาศยานจากค่ายตะวันตก
อนึ่ง F-16 มีความแตกต่างจากเครื่องบินขับไล่ Gripen ที่ผลิตจากสวีเดนซึ่งมีความยืดหยุ่นทางการเมืองมากกว่าและเคยได้รับอนุญาตให้ไปฝึกซ้อมกับจีน แต่การฝึกแต่ละครั้งต้องมีมาตรการป้องกันที่เข้มงวด เช่น การปิดระบบทำงานหรือเอา Link-16 ออกทั้งหมด เพื่อยืนยันกับชาติตะวันตกว่าข้อมูลทางยุทธวิธีจะไม่รั่วไหล ซึ่งกรณีของ F-16 นั้น สหรัฐฯ ไม่ยอมรับความเสี่ยงนี้ตั้งแต่ต้น
F-16 ฝูงบิน 403 เมื่อผ่านการอัพเกรดแล้วจะสามารถบินได้ถึงพ.ศ.2580-2589
ในช่วงเดือนกรกฎาคมพ.ศ.2569 เดิมทีกองทัพอากาศไทยมีรายงานและแนวคิดที่จะเชิญนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล ในฐานะประธานสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ขึ้นทำการบินกับเครื่องบินขับไล่ F-16 ณ กองบิน 1 จังหวัดนครราชสีมา ในวันที่ 14 สิงหาคมปีเดียวกัน
โดยนักบินที่จะร่วมบินด้วยคือ พลอากาศเอก ระวิน ถนอมสิงห์ "HOLLYWOOD" ซึ่งเป็นผู้บัญชาการกองบัญชาการควบคุมการปฏิบัติทางอากาศ (ผบ.คปอ.) และเป็นผู้ถือสถิตินักบินที่มีชั่วโมงบินกับเครื่อง F-16 มากที่สุดในประเทศไทย คือมากกว่า 3,000 ชั่วโมง
การจะขึ้นบินกับเครื่องบินขับไล่ความเร็วสูงจำเป็นต้องปฏิบัติตามขั้นตอนมาตรฐานการบินอย่างเคร่งครัด ซึ่งนายกรัฐมนตรีจำเป็นต้องเข้ารับการตรวจสุขภาพและความพร้อมทางแพทย์อย่างละเอียด รวมถึงต้องผ่านการฝึกในห้องปรับสภาพความกดอากาศ และฝึกทดสอบขั้นตอนการสละอากาศยาน (Ejection)
ซึ่งขั้นตอนเหล่านี้ต้องใช้ระยะเวลาเตรียมการ ประกอบกับด้วยระยะเวลาไม่เพียงพอก่อนถึงวันตรวจเยี่ยมคือวันที่ 14 สิงหาคมทำให้การดำเนินการตามกระบวนการความปลอดภัยให้ครบถ้วนนักบินมีเวลาจำกัด กองทัพอากาศจึงเห็นควรให้รอจนกว่าจะมีความพร้อมและเหมาะสมในอนาคต
แม้จะมีการยกเลิกภารกิจที่นายกฯ จะขึ้นนั่งหลังเครื่องบินขับไล่ F-16 เนื่องจากต้องปฏิบัติตามมาตรฐานความปลอดภัยและการฝึกเตรียมความพร้อม แต่ทางกองทัพอากาศก็ได้จัดเครื่องบิน F-16 จำนวน 3 เครื่อง ขึ้นบิน Escort อารักขาเครื่องบินส่วนตัว Socata TBM-930 ที่นายกรัฐมนตรีเป็นผู้ขับด้วยตนเองจนกระทั่งร่อนลงจอด เพื่อเป็นการให้เกียรติแก่บุคคลสำคัญตามธรรมเนียมปฏิบัติ
เครื่องบินขับไล่ F-16 ในกองทัพอากาศไทยมี 2 ฝูงบิน ฝูงแรกคือฝูงบิน 103 กองบิน 1 โคราช และฝูงที่สองคือฝูงบิน 403 กองบิน 4 ตาคลี
หลังที่นายกฯอนุทินกล่าวให้โอวาท พร้อมกับการบินผ่านของเครื่องบินขับไล่  Hollywood นักบินที่มีชั่วโมงบิน F-16 มากที่สุดในไทยกว่า 3,000 ชั่วโมง ได้มอบอาร์ม F-16 พร้อมตัวการ์ตูน "Micky" ซึ่งสื่อถึงชื่อเล่น "หนู" ของนายกฯ ให้เป็นที่ระลึกในการตรวจเยี่ยมครั้งนี้ จากนั้นได้รับชมการบินสาธิตการรบทางอากาศและโจมตีทางอากาศโดยเครื่องบินขับไล่ F-16 จำนวน 4 เครื่อง จากกฝูงบิน 103 กองบิน 1 โคราชรวมถึงการสาธิตการค้นหาและช่วยชีวิต (Combat Search and Rescue :CSAR) โดยเฮลิคอปเตอร์ H225M อย่างใกล้ชิด
เสียงเครื่องยนต์ไอพ่นดังมาตามทางขับ (Taxi Way) ตามมาด้วยการเคลื่อนที่อย่างช้าๆของเครื่องบินขับไล่แบบที่ 19/ก (บ.ข.19/ก.) หรือ F-16 ได้ผ่านหน้าบุคคลสำคัญของประเทศพร้อมคณะ ซึ่งเป็นโอกาสที่เกิดขึ้นไม่บ่อยนักในประเทศไทย จากนั้น F-16A/B Block 15 OCU 2 เครื่องแรกก็เร่งความเร็วช้าๆแล้วเพิ่มกำลังแรงขับตามมาด้วยการยกล้อพร้อมกับเชิดหัวขึ้นฟ้าไปเป็นคู่
หลังจากนั้น F-16A/B Block 15 OCU อีก 2 เครื่องก็วิ่งบนรันเวย์ตามมาพร้อมกับไต่ระดับขึ้นสู่ท้องฟ้าด้วย AFTERBURNER จากเครื่องยนต์ Pratt and Whitney F100PW220 ในขณะที่นายกรัฐมนตรีและคณะกำลังมองหา F-16 ที่บินขึ้นไป ทางขวามือก็ปรากฎเป็นเครื่องบินขับไล่ F-16 บินที่ความสูงเป็นหมื่นฟุต ก่อนที่ข้างล่างจะมีเสียงระเบิดดังขึ้น นี่คือการสาธิตการโจมตีทางอากาศด้วยระเบิดนำวิถีด้วยเลเซอร์ ก่อนที่จะมีเครื่องบินแบบดังกล่าวอีก 2 เครื่องตามมาสาธิตโจมตีทางอากาศในรูปแบบเดียวกันให้ได้รับชม
ใครที่จะเป็นนักบิน F-16 ต้องผ่านโรงเรียนเตรียมทหารและโรงเรียนนายเรืออากาศรวม 7 ปี โรงเรียนการบินกำแพงแสน 1 ปี T-50TH 6 เดือนจากนั้นจึงจะได้ขับ F-16 1 ปี เมื่อเป็นนักบินพร้อมรบแล้วก็จะบินกับ F-16 ต่อไปในฐานะนักบิน F-16 เต็มตัวอย่างสมภาคภูมิ
หลังจากการสาธิตการทิ้งระเบิดนำวิถีด้วยเลเซอร์ F-16 ก็บินมาสาธิตการรบทางอากาศหรือ Dog Fight เพื่อให้เห็นว่าเครื่องบินรบแบบนี้มีความพร้อมในการป้องกันภัยทางอากาศ นอกเหนือจากการทิ้งไข่ใส่เป้าหมายภาคพื้น ทุกทีจะทำการบินในลักษณะที่ความสูง 10,000 ฟุตขึ้นไป แต่ในการบินสาธิตครั้งนี้เครื่องบินข้บไล่ F-16 บินลงมาสาธิตที่ความสูง 2,000 ฟุตให้ได้เห็นว่าการรบทางอากาศที่แท้จริงเป็นอย่างไร
หลังจากนั้น F-16 ก็มาบินหมู่ 4 เครื่องให้ชมอีกครั้ง หลังจากที่ก่อนหน้านี้มีบินผ่านลานพิธีตอนที่นายกรัฐมนตรีขึ้นแท่นพิธีทำความเคารพจำนวน 3 เครื่อง รอบแรกผ่านไป เครื่องบินขับไล่ F-16 ฝูงบิน 103 ก็มาบินผ่านให้ชมอีกรอบในรูปแบบการบินหมู่ หลังจากเสร็จสิ้นการแสดงการบิน
การบินสาธิตในครั้งนี้ไม่ใช่การบินผลาญงบประมาณชาติเล่น แต่เป็นการใช้ชั่วโมงฝึกบินตามปกติมาสาธิตเพื่อให้เห็นว่า F-16 ของกองทัพอากาศไทยมีความพร้อมรบตลอด 24 ชั่วโมง และพร้อมที่จะรักษาอธิปไตยไปจนกว่าชีวิตจะหาไม่
HOLLYWOOD X MICKEY
ข้อมูลจำเพาะ F-16MLU
ประเภท : เครื่องบินขับไล่อเนกประสงค์ที่นั่งเดี่ยว (Multirole fighter)
ภารกิจ : ปฏิบัติภารกิจขับไล่สกัดกั้นทุกกาลอากาศ โจมตี และลาดตระเวนทางอากาศ
มิติ
ปีกกาง : 9.8 เมตร
ความยาว : 4.8 เมตร
สูง : 4.8 เมตร
น้ำหนัก
น้ำหนักตัวเปล่า : 7,070 กิโลกรัม (15,586 ปอนด์)
น้ำหนักบินขึ้นสูงสุด : 16,057 กิโลกรัม (35,400 ปอนด์)
บรรทุกอาวุธ : 5,443 กิโลกรัม (12,000 ปอนด์) ตำบลติดอาวุธภายนอกลำตัว 9 แห่ง
ระบบเรดาร์ : AN/APG-68
อุปกรณ์เดินอากาศ/โจมตี
กระเปาะสไนเปอร์ รูบิส และ แอตลิส II (ทอ.ไทย)
เครื่องยนต์ :
เทอร์โบแฟน เอฟ100พีดับเบิลยู220 ขนาดแรงขับ 29,000 ปอนด์ พร้อมสันดาปท้าย จำนวน 1 เครื่อง
สมรรถนะทางการบิน
ความเร็วสูงสุด : 2 มัค
เพดานบิน : 15,000 เมตร (50,000ft.)
บินไกลสุด
ไม่เติมเชื้อเพลิงในอากาศ : 1,500 กิโลเมตร (810 ไมล์ทะเล)
รัศมีรบ : 630 กิโลเมตร (340 ไมล์)
เมื่อบรรทุกอาวุธสูงสุด
ระบบอาวุธ
ปืนใหญ่อากาศ : เอ็ม 61 เอ 1 ขนาด 20 มิลลิเมตร 6 ลำกล้อง 1 กระบอก กระสุน 500 นัด
ระบบอาวุธอากาศ-สู่-อากาศ :
จรวดนำวิถีอากาศ-สู่-อากาศ พิสัยใกล้
เอไอเอ็ม 9 ไซด์ไวน์เดอร์
จรวดนำวิถีอากาศ-สู่-อากาศพิสัยปานกลาง
เอไอเอ็ม-120 แอมแรม
ระบบอาวุธอากาศ-สู่-พื้นระเบิดและจรวดขนาดต่าง ๆ
ระเบิดซีบียู, อาวุธปล่อยนำวิถีเอจีเอ็ม-65
มาเวอริค ระเบิดนำวิถีด้วยเลเซอร์ขนาดต่าง ๆ และระเบิดไม่นำวิถี
ถังเชื้อใต้ปีกและลำตัว 3 ถัง
สถานะ : กองทัพอากาศไทยมีเอฟ-16 ประจำการ 2 ฝูงบินในปัจจุบันคือฝูงบิน 103 กองบิน 1 โคราชและฝูงบิน 403 กองบิน 4 ตาคลี
เอฟ-16 ถือเป็นเครื่องบินรบที่โลกเสรีนิยมใช้ในศตวรรษที่ 21
เอฟ-16 คือเครื่องบินรบที่เป็นตำนานมาเกือบ 40 ปีในกองทัพอากาศไทย แม้จะล้าสมัยแต่ก็มีการชุบชีวิตจนกลายเป็น F-16MLU เครื่องบินขับไล่ยุคเก่าแต่สมรรถนะเทียบชั้นเครื่องบินขับไล่ยุคที่ 4.5 เท่านั้นยังไม่พอเครื่องบินที่ผ่านสมรภูมิจริงมาแล้วอย่าง F-16 ได้รับโอาสครั้งสำคัญในการขึ้นบินประกบเครื่องบินส่วนตัวของนายกอนุทินฯ และมีการบินสาธิตการรบทางอากาศให้ชมเป็นขวัญตาว่า "น่านฟ้าไทย จะมิให้ใครย่ำยี" สำหรับวันนี้ขอลาไปก่อน สวัสดีครับ
Credit บทความและภาพประกอบ
Thairath Online
Thai Weapon Channel
ไทยรัฐทีวี
หนังสือ 72 ปีแห่งความสุข พลอากาศเอก ประพันธ์ ธูปะเตมีย์
หนังสือที่ระลึกเนื่องในโอกาสเกษียณอายุราชการของพลอากาศเอก กันต์ พิมานทิพย์
นาวาอากาศเอก อนุดิษฐ์ นาครรพ
พลอากาศเอก เสกสรร คันธา
พี่เล็ก วาสนา นาน่วม
พลอากาศเอกศักดิ์พินิต พร้อมเทพ
Sniper News
History World
Gemini AI
THAI PBS
นิตยสารสงคราม
นิตยสารแทงโก้
กองทัพอากาศไทย Royal Thai Air Force
JohmRungswang
Kittidej Sanguanthongkam
Whutchanunt Phutcharinya
STEPHAN DE BRUJIN
andrexaviation
Sompong Nondhasa
H.C.HO
M Umar Aziz
พลอากาศเอก ระวิน ถนอมสิงห์
อนุรักษ์ สิงโตอ่อน
Thanawat Wongsaprom
KH Sim
THE STANDARD
Ryan Imeson
เรียบเรียงโดย : แดง ภูมะเขือ
โฆษณา