Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
Timeless History (ประวัติศาสตร์ไร้กาลเวลา)
•
ติดตาม
เมื่อวาน เวลา 11:57 • ประวัติศาสตร์
ตอร์ปิโดลูกเดียวกับ 18 นาทีที่เปลี่ยนประวัติศาสตร์
วันที่ 7 พฤษภาคม ค.ศ.1915 (พ.ศ.2458) เรือโดยสารข้ามมหาสมุทรอังกฤษ “ลูซิเทเนีย (RMS Lusitania)” กำลังแล่นเข้าใกล้ชายฝั่งทางตอนใต้ของไอร์แลนด์ ในช่วงปลายทางของการเดินทางจากนครนิวยอร์ก โดยบนเรือมีผู้โดยสารและลูกเรือเกือบ 2,000 คน ทั้งครอบครัว นักธุรกิจ เด็กๆ และชาวอเมริกันอีก 159 คน
ก่อนหน้านั้น เยอรมนีได้ประกาศให้น่านน้ำรอบหมู่เกาะอังกฤษเป็นเขตสงคราม และเตือนว่าเรือที่ชักธงของฝ่ายศัตรูอาจถูกโจมตีได้ แต่ถึงกระนั้น ผู้โดยสารจำนวนมากก็ยังเชื่อว่าเรือโดยสารชื่อดังอย่างลูซิเทเนีย ซึ่งมีความเร็วสูง มีมูลค่ามหาศาล และการโจมตีก็อาจก่อให้เกิดผลกระทบทางการเมืองอย่างรุนแรง คงไม่น่าจะตกเป็นเป้าหมายได้
ไม่นานหลังเวลา 14.00 น. เรือดำน้ำเยอรมัน “U-20” ได้ตรวจพบลูซิเทเนีย และยิงตอร์ปิโดหนึ่งลูกเข้าใส่เรือ พุ่งกระแทกเข้าที่กราบขวาของเรือ ก่อนจะเกิดเสียงระเบิดครั้งที่สองที่รุนแรงยิ่งกว่าในอีกไม่กี่อึดใจต่อมา โดยมีต้นตอมาจากบริเวณภายในเรือ
ลูซิเทเนียเริ่มเอียงและจมลงแทบจะในทันที การปล่อยเรือชูชีพกลายเป็นเรื่องยาก ผู้โดยสารบางส่วนถึงกับไถลไปตามพื้นดาดฟ้าที่ลาดชันขึ้นเรื่อยๆ และภายในเวลาเพียง 18 นาที เรือโดยสารขนาดมหึมาก็หายลับลงสู่มหาสมุทรแอตแลนติก
ความรวดเร็วของภัยพิบัติทำให้ผู้คนแทบไม่มีเวลาหลบหนี ครอบครัวจำนวนมากถูกพรากออกจากกันท่ามกลางความโกลาหล ผู้คนต้องกระโดดลงสู่ผืนน้ำอันหนาวเย็น และเรือชูชีพที่บรรทุกผู้คนอย่างแออัดก็พลิกคว่ำขณะที่เรือกำลังจมลง
จากผู้คนทั้งหมดที่อยู่บนเรือ มีผู้เสียชีวิต 1,198 คน โดยในจำนวนนี้เป็นชาวอเมริกัน 128 คน ซึ่งผู้เสียชีวิตยังรวมถึงทารกและเด็กจำนวนมาก ทำให้เหตุการณ์โศกนาฏกรรมลูซิเทเนียกลายเป็นหนึ่งในโศกนาฏกรรมที่สร้างความสะเทือนใจที่สุดของพลเรือนในช่วงสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง (WWI)
ฝ่ายเยอรมนีให้เหตุผลว่า ลูซิเทเนียเป็นเป้าหมายที่ชอบธรรม เนื่องจากเรือลำนี้บรรทุกยุทโธปกรณ์สำหรับอังกฤษ และกำลังแล่นผ่านเขตที่เยอรมนีประกาศให้เป็นพื้นที่การสู้รบ ขณะที่อังกฤษประณามการโจมตีดังกล่าวว่าเป็นการจงใจสังหารพลเรือน
หนังสือพิมพ์ต่างๆ พากันตีพิมพ์เรื่องราวสะเทือนอารมณ์เกี่ยวกับผู้เสียชีวิต ขณะที่โปสเตอร์โฆษณาชวนเชื่อของฝ่ายสัมพันธมิตรนำเสนอภาพหญิงและเด็กที่จมน้ำ ปลุกความโกรธแค้นต่อเยอรมนี การทำลายลูซิเทเนียจึงกลายเป็นสัญลักษณ์สำคัญของสิ่งที่ฝ่ายสัมพันธมิตรมองว่าเป็นความโหดร้ายของสงครามเรือดำน้ำเยอรมัน
“ประธานาธิบดี วูดโรว์ วิลสัน (Woodrow Wilson)” แห่งสหรัฐอเมริกา ไม่ได้นำสหรัฐอเมริกาเข้าสู่สงครามในทันที ชาวอเมริกันจำนวนมากยังคงคัดค้านการเข้าไปพัวพันกับความขัดแย้งในยุโรป และวิลสันก็ได้เรียกร้องให้เยอรมนีจำกัดการโจมตีเรือโดยสาร
แรงกดดันทางการทูตจากสหรัฐอเมริกาทำให้เยอรมนีลดระดับการทำสงครามเรือดำน้ำแบบไม่จำกัดลงชั่วคราว แต่ความไว้วางใจที่ชาวอเมริกันมีต่อเยอรมนีก็เรียกได้ว่าไม่เหลือ และแทบไม่อาจกลับคืนมาได้ดังเดิม
เมื่อเยอรมนีกลับมาใช้ยุทธศาสตร์สงครามเรือดำน้ำแบบไม่จำกัดอีกครั้งในปีค.ศ.1917 (พ.ศ.2460) ความทรงจำเกี่ยวกับโศกนาฏกรรมลูซิเทเนียก็ถูกหยิบยกขึ้นมาอีกครั้ง ด้วยแรงกระตุ้นจากเหตุการณ์นี้ ประกอบกับ โทรเลขซิมเมอร์มันน์และการโจมตีเรือสินค้าอเมริกัน ซึ่งปัจจัยเหล่านี้มีส่วนสำคัญในการผลักดันให้สหรัฐอเมริกาตัดสินใจเข้าสู่สงคราม
ตอร์ปิโดเพียงลูกเดียวสามารถทำให้เรือโดยสารขนาดใหญ่จมลงภายในเวลาเพียง 18 นาที แต่ความโกรธแค้นที่เกิดขึ้นกลับไม่ได้จมหายไปพร้อมกับเรือ
มันข้ามมหาสมุทรแอตแลนติก เดินทางเข้าสู่จิตใจของผู้คน และค่อยๆ เปลี่ยนทิศทางของประวัติศาสตร์โลก
ประวัติศาสตร์
3 บันทึก
8
3
8
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย