6 ชั่วโมงที่แล้ว • ความคิดเห็น

ทฤษฎีหน้าต่างแตก

ช่วงนี้ข่าวเรื่องต่างชาติหลายชาติกร่างไปทั่ว ไม่เกรงกลัวกฎหมายใดๆ อยู่แถวสมุย พงัน ภูเก็ตดูจะเป็นข่าวใหญ่อยู่ทุกวัน ก่อนหน้านี้ก็มีเรื่องจีนเทาที่ไม่กลัวกฏหมายบ้านเรา มีคำพูดที่ทุกคนรู้กันว่าเมืองไทยทำอะไรก็ได้ แค่จ่ายเจ้าหน้าที่เอาก็จบ
เราถึงมีเรื่องราวอื้อฉาว นอมินี จีนเทา รัสเซียเทา มีความเหิมเกริมของชนชาติต่างๆ ที่ก็ดูจะไม่กลัวกฎหมายไทยจริงๆ จนกลายเป็นปัญหาที่ดูจะแก้อะไรไม่ได้ แถมนับวันก็หนักขึ้นเรื่อยๆ
ลามไปเป็นเครือข่ายมาเฟีย ธุรกิจใต้ดินที่เป็นอื้อฉาว คนไทยก็ดูจะสิ้นหวัง เอือมระอาอยู่ในทุกวงสนทนา
ผมเพิ่งอ่านที่คุณโอฬาร วีระนนท์ ซีอีโอและผู้บุกเบิก start up เมืองไทย เขียนถึงความหวังเล็กๆ ซึ่งคุณโอฬารบอกในนามคนไทยที่ยังมีความหวังในประเทศนี้แม้จะถูกทำให้ริบหรี่ลงมากๆก็ตาม
คุณโอฬารพูดถึงเคสที่มีทีมงานการเมืองและเจ้าหน้าที่เริ่มไล่จับ ไล่ตรวจ ไล่กวดขัน จีนเทาห้วยขวาง อิสราเอล ไล่จับนอมินีอย่างแข็งขัน ตรวจจับโรงแรมเถื่อน ธุรกิจผิดกฎหมายในช่วงนี้ และรู้สึกว่าเริ่มมีความหวังอะไรบางอย่างขึ้นมา
ช่วงปี 1980 ที่นิวยอร์คก็มีอาชญากรรมเกิดขึ้นเยอะมาก หนักระดับที่คนนิวยอร์คก็ปลงแล้วว่าคงแก้ไขอะไรไม่ได้เหมือนบ้านเรา แต่จู่ๆ ในช่วงปี 1990 ต่อ 2000 อาชญากรรมในนิวยอร์คก็ลดลงอย่างรวดเร็วจนกลายเป็นเมืองที่ปลอดภัยในที่สุด
มีนักอาชญวิทยาวิเคราะห์เหตุการณ์นั้นไว้ด้วยทฤษฎีหน้าต่างแตก (Broken windows theory) โดยเล่าเปรียบเปรยไว้ว่า ถ้าตึกหลังหนึ่งมีกระจกแตกอยู่บานเดียวแล้วไม่มีใครซ่อม ก็จะเป็นเหมือนสัญญานว่าไม่มีใครสนใจดูแล ก็จะเริ่มมีเด็กเกเรเริ่มทุบกระจกบานอื่นเพราะรู้สึกว่าไม่มีผลตามมา
พอเริ่มไร้ระเบียบ กระจกแตกแถวนั้นเยอะ ก็จะกระทบวงใหญ่ ทำให้เกิดความไร้ระเบียบเรื่องอื่นไปด้วย จนดึงดูดอาชญกรรมเข้ามาเพราะดูเหมือนจะไม่มีกฏระเบียบใดๆในย่านนั้น ย่านนั้นก็จะกลายเป็นแหล่งเสื่อมโทรมในที่สุด
แต่ที่นิวยอร์คเริ่มกลับมาได้ ก็คือเจ้าหน้าที่รัฐระดับสูงในสมัยนั้นร่วมกับนายกเทศมนตรี เริ่มเอาจริงในการปราบปรามความผิดเล็กๆน้อยๆอย่างเข้มงวดก่อน ใครเขียนพ่นสีบนรถไฟก็จับไม่ไว้หน้า ใครกระโดดข้ามประตูกั้นไม่ยอมจ่ายค่าโดยสารก็จับปรับ ใครฉี่ในที่สาธารณะก็ปรับแบบเข้มงวด
พอจับพวกเกเรนี้ได้ ส่วนใหญ่ก็จะเป็นคนที่ทำผิดและมีลูกพี่หนุนหลัง มีคดีอยู่ ก็ค่อยๆ ตามไปปราบตัวใหญ่ ระหว่างทางก็ซ่อมแซมหน้าต่าง ทำความสะอาดเมืองทีละจุด พอบ้านเมืองเริ่มมีขื่อมีแปจากเรื่องเล็กๆ มีคนเริ่มเอาจริงเอาจังกับกฏระเบียบ
1
วงเล็กจิ๋วในตอนแรกก็ดีขึ้น และก็ขยายวงใหญ่ไปเรื่อยๆ เริ่มมีคนเห็นด้วย สนับสนุน และสามารถล้างนิวยอร์คเมืองอาชญากรรมจนกลายเป็นนิวยอร์คเมืองปกติได้ในที่สุด
ทีมงานการเมืองและเจ้าหน้าที่รัฐที่กำลังตั้งใจเอาจริง เริ่มไล่จับโรงแรมเถื่อนแถวห้วยขวาง ไปลุยนอมินีภูเก็ต สมุย ตรวจความไม่ชอบมาพากลของธุรกิจต่างชาติสีเทาอย่างเอาจริงเอาจัง จับบริษัทที่ใช้คนไทยสวมสิทธิ และเริ่มจะมีผล มีเสียงสนับสนุนจากท้องถิ่น เริ่มมีความกลัวความผิด ไล่จับไล่ปรับคนทำผิดกฎหมาย
สังเกตมาซักพักก็รู้สึกได้ว่าไม่ใช่แค่ทำเพื่อจัดฉากการเมือง ก็เลยคิดว่าน่าจะเป็นจุดเริ่มการซ่อมหน้าต่างแตกบานแรกๆที่ดี และถ้ามีแรงกระเพื่อม ท้องถิ่นเอาด้วย รัฐบาลสนับสนุน และตำรวจรรับนโยบาย ก็อาจจะพอที่จะทำให้หน้าต่างบานต่อไปโดนซ่อมได้มากขึ้น
เรื่องเล็กๆน้อยๆ ทีละบริษัท ทีละเขต ทีละแขวงแบบนี้ พอขยายไปได้อีกหน่อยก็อาจจะทำให้โมเมนตั้มบางอย่าง ธุรกิจสีเทาที่ฝังรากลึก อาจจะสวิงกลับมาได้เหมือนกัน แม้จะเป็นแค่จุดเริ่่มต้นก็ตาม
คุณโอฬารเสนอเพิ่มเติมให้ผู้มีอำนาจทำให้เป็นโมเดลต้นแบบในการจัดการทุนต่างชาติที่ทำผิดกฎหมาย คุยกับทูตและอธิบายให้เข้าใจโดยเฉพาะประเทศที่ก่อปัญหาเป็นหลัก พิจารณาวีซ่า 60 วันถ้าประเทศไหนยังสร้างปัญหา ยกระดับความเข้มข้นเข้าไปอีก
เมื่อเริ่มซ่อมหน้าต่างบานแรกแล้ว ถ้าซ่อมไปเรื่อยๆก็อาจจะเปลี่ยนเกมที่สิ้นหวังได้
1
ผมก็เลยอยากเอาใจช่วย และอยากให้มีแรงสนับสนุนการซ่อมหน้าต่างนี้ให้ขยายวง และก็หวังว่าจะไม่มีมาเฟีย ผู้เสียประโยชน์ตัวใหญ่มาขัดขวาง หวังว่าจะมีโมเมนตั้มที่ทำให้ประเทศที่เทาแก่มากๆ กลายเป็นเทาอ่อนหรือขาวได้ในที่สุด เป็นงานที่ใครเริ่มก็ต้องมีหลายภาคส่วนสนับสนุนถึงจะพลิกเกมได้
ส่วนนักการเมืองรุ่นใหม่ที่ทำแล้วได้เสียงชื่นชม ได้ใจ ได้คะแนนก็เป็นโบนัสที่ดีกับเจ้าตัวอยู่แล้ว ถ้าสามารถมีให้ความหวังและแก้ไขเรื่องท้อใจนี้ได้ ก็น่าจะเป็นจุดเริ่มเส้นทางอาชีพที่ดีอยู่ไม่น้อย
ฝากคุณ พลพีร์ สุวรรณฉวี ผู้ที่เป็นหัวหมู่ทะลวงฟันเรื่องนี้อยู่ด้วยนะครับ..
โฆษณา