19 ส.ค. เวลา 04:59 • บ้าน & สวน

กระเบื้องปูครัวแบบไหนทำความสะอาดง่าย? เลือกอย่างไรให้คราบมันไม่เกาะ

ถ้ากำลังเลือก "กระเบื้องปูครัว" แล้วมีคำถามว่า “แบบไหนทำความสะอาดง่าย?” จริง ๆ แล้วไม่ได้ดูแค่ความสวยหรือสีของกระเบื้องเท่านั้น แต่ควรพิจารณาทั้ง ลักษณะผิวกระเบื้อง การดูดซึมน้ำ ขนาดกระเบื้อง และสี เพราะห้องครัวเป็นพื้นที่ที่ต้องเจอกับคราบน้ำมัน เศษอาหาร น้ำ และความชื้นอยู่เป็นประจำ
วันนี้เลยอยากมาแชร์วิธีเลือกกระเบื้องปูครัวที่ช่วยให้ทำความสะอาดง่ายขึ้น และลดปัญหาคราบสกปรกสะสมในระยะยาว
กระเบื้องปูครัวแบบไหนทำความสะอาดง่าย?
โดยทั่วไป กระเบื้องที่ทำความสะอาดง่ายควรมี ผิวที่ไม่หยาบหรือมีร่องลึกมากเกินไป มีการดูดซึมน้ำต่ำ และไม่เป็นพื้นผิวที่ทำให้คราบน้ำมันหรือเศษอาหารเข้าไปสะสมได้ง่าย
1. เลือกกระเบื้องผิวเรียบ ทำความสะอาดง่ายกว่า
สำหรับพื้นครัว แนะนำให้เลือกกระเบื้องที่มีพื้นผิวค่อนข้างเรียบและมีรายละเอียดบนผิวไม่ซับซ้อน เพราะเวลามีคราบน้ำมันหรือเศษอาหาร สามารถเช็ดออกได้ง่ายกว่า
กระเบื้องที่มีผิวหยาบมาก ร่องลึก หรือมี Texture เยอะ แม้จะช่วยเพิ่มการยึดเกาะและลดความลื่น แต่ก็อาจทำให้คราบสกปรกเข้าไปติดตามร่องผิวได้ง่ายขึ้น
ดังนั้นควรเลือกให้สมดุลระหว่าง ความปลอดภัยในการใช้งานกับความง่ายในการดูแลรักษา
ทริก: ถ้าเป็นห้องครัวที่มีการทำอาหารเป็นประจำ ไม่ควรเลือกกระเบื้องโดยดูจากความสวยของ Texture เพียงอย่างเดียว ควรลองสัมผัสพื้นผิวจริงและนึกถึงการเช็ดทำความสะอาดในชีวิตประจำวันด้วย
2. กระเบื้องผิวด้านไม่ได้หมายความว่าทำความสะอาดยากเสมอไป
หลายคนอาจเข้าใจว่า กระเบื้องผิวเงาเช็ดง่าย ส่วนกระเบื้องผิวด้านต้องทำความสะอาดยากกว่า แต่จริง ๆ แล้วไม่ได้เป็นแบบนั้นเสมอไป
กระเบื้อง ผิวด้าน (Matt) ที่มีผิวละเอียดและไม่หยาบมาก สามารถนำมาใช้เป็นพื้นครัวได้ เพราะช่วยลดการมองเห็นรอยเปื้อนและรอยจากการใช้งานบางประเภทได้ดีกว่าพื้นผิวที่เงามาก
ในทางกลับกัน กระเบื้องผิวเงาอาจเช็ดทำความสะอาดง่าย แต่เมื่อมีคราบน้ำ คราบมัน หรือรอยเปื้อนบนพื้นผิว ก็อาจมองเห็นได้ชัดกว่า
ดังนั้นสิ่งสำคัญกว่าการเลือกว่า “ด้านหรือเงา” คือ ลักษณะผิวสัมผัสจริงของกระเบื้อง
3. เลือกกระเบื้องที่ดูดซึมน้ำต่ำ
ห้องครัวมีโอกาสสัมผัสกับน้ำและของเหลวอยู่เสมอ การเลือกกระเบื้องที่มีการดูดซึมน้ำต่ำจึงเป็นอีกปัจจัยที่ควรพิจารณา
อย่างเช่น กระเบื้องพอร์ซเลน (Porcelain) ซึ่งมีความหนาแน่นสูงและมีการดูดซึมน้ำต่ำ จึงเหมาะกับพื้นที่ที่ต้องการความทนทานและดูแลรักษาง่าย
อย่างไรก็ตาม การดูดซึมน้ำต่ำไม่ได้หมายความว่าจะ “ไม่เกิดคราบ” แต่ช่วยลดการซึมเข้าสู่เนื้อวัสดุ ทำให้การดูแลรักษาโดยรวมทำได้ง่ายขึ้น
4. กระเบื้องแผ่นใหญ่ช่วยลดจำนวนร่องยาแนว
อีกเรื่องที่หลายคนมองข้ามคือ จำนวนร่องยาแนว
ต่อให้เลือกกระเบื้องที่เช็ดง่าย แต่ถ้ามีร่องยาแนวจำนวนมาก ก็อาจเพิ่มพื้นที่ที่คราบมันและเศษอาหารสามารถเข้าไปสะสมได้
ดังนั้น หากพื้นที่และรูปแบบห้องเหมาะสม การเลือกกระเบื้องขนาดใหญ่ขึ้น เช่น 60×60 ซม. ก็สามารถช่วยลดจำนวนร่องยาแนวเมื่อเทียบกับการใช้กระเบื้องขนาดเล็กได้
แต่ทั้งนี้ต้องเลือกขนาดให้เหมาะกับพื้นที่ และควรติดตั้งโดยช่างที่มีประสบการณ์ เพื่อให้กระเบื้องได้ระดับและมีแนวร่องที่เรียบร้อย
5. สีของกระเบื้องก็มีผลต่อการดูแล
ถ้าถามว่า “กระเบื้องสีอะไรทำความสะอาดง่ายที่สุด?” จริง ๆ แล้วไม่มีสีไหนที่ไม่สกปรก แต่แต่ละสีจะ แสดงคราบให้เห็นแตกต่างกัน
สีขาว – ทำให้ห้องครัวดูสะอาดและสว่าง แต่คราบมันหรือคราบอาหารจะเห็นได้ง่าย
สีดำ – ดูทันสมัย แต่คราบฝุ่น คราบน้ำ และคราบขาวจากแร่ธาตุอาจเห็นได้ชัด
สีเทา – เป็นตัวเลือกที่ค่อนข้างดูแลง่าย เพราะช่วยพรางคราบและฝุ่นบางประเภทได้ดี
ลายหิน / ลายธรรมชาติ – ช่วยพรางคราบเล็ก ๆ และรอยเปื้อนได้ดี โดยเฉพาะลายที่มีรายละเอียดบนพื้นผิว
หากเป็นครัวที่ใช้งานหนัก การเลือก สีเทา สีเอิร์ธโทน หรือลายธรรมชาติ อาจช่วยให้ไม่ต้องคอยเช็ดคราบเล็ก ๆ ตลอดเวลา
6. แล้วกระเบื้องลายหรือกระเบื้องผิว Texture ใช้ในครัวได้ไหม?
ใช้ได้ แต่ควรเลือกให้เหมาะกับตำแหน่ง ถ้าเป็น พื้นครัว ควรให้ความสำคัญกับความปลอดภัยและการทำความสะอาดเป็นหลัก เพราะเป็นพื้นที่ที่มีโอกาสเปียกและมีคราบมัน
ส่วนกระเบื้องที่มี Texture หรือรายละเอียดบนพื้นผิวมาก อาจเหมาะกับการนำไปใช้เป็น ผนังหรือ Backsplash มากกว่า เพราะไม่ได้รับการเหยียบและสัมผัสคราบจากการใช้งานเหมือนพื้น
ดังนั้นไม่จำเป็นต้องหลีกเลี่ยงกระเบื้องที่มี Texture ทั้งหมด แต่ควรเลือกตำแหน่งติดตั้งให้เหมาะสม
7. อย่าลืมเรื่อง “ยาแนว” เพราะมีผลต่อความสะอาดไม่แพ้กระเบื้อง
อีกหนึ่งจุดที่ทำให้พื้นครัวดูสกปรกได้ง่ายคือ ร่องยาแนว
คราบน้ำมันและเศษอาหารสามารถสะสมตามร่องยาแนวได้ หากปล่อยไว้นานอาจทำให้เกิดคราบดำหรือคราบฝังแน่น ดังนั้นนอกจากเลือกกระเบื้องแล้ว ควรเลือก ยาแนวที่เหมาะกับพื้นที่ครัว และทำความสะอาดร่องยาแนวเป็นประจำด้วย
หากต้องการให้ดูแลง่ายขึ้น ควรหลีกเลี่ยงการเลือกสีของยาแนวที่อ่อนมากเกินไปในพื้นที่ที่มีโอกาสเกิดคราบบ่อย
ถ้าอยากได้กระเบื้องปูครัวที่ดูแลรักษาง่าย ให้ลองเช็ก 5 เรื่องนี้ก่อนซื้อ
1. ผิวไม่หยาบหรือมีร่องลึกมากเกินไป
2. ดูดซึมน้ำต่ำและเหมาะกับพื้นที่ใช้งาน
3. ขนาดกระเบื้องเหมาะสมและช่วยลดจำนวนร่องยาแนวได้
4. เลือกสีและลายที่ช่วยพรางคราบได้ตามลักษณะการใช้งาน
5. เลือกยาแนวและดูแลร่องยาแนวอย่างเหมาะสม
สุดท้ายแล้ว กระเบื้องปูครัวที่ทำความสะอาดง่าย ไม่จำเป็นต้องเป็นกระเบื้องผิวเงาหรือกระเบื้องสีใดสีหนึ่งโดยเฉพาะ แต่ควรเลือกจากลักษณะพื้นผิว การดูดซึมน้ำ ความปลอดภัย และรูปแบบการใช้งานจริงของห้องครัวเป็นหลัก
เพราะครัวที่ใช้งานทุกวัน กระเบื้องที่ดีไม่ใช่แค่ “สวย” แต่ควรช่วยให้การดูแลรักษาในระยะยาวเป็นเรื่องง่ายด้วย
โฆษณา