21 ส.ค. เวลา 03:59 • หุ้น & เศรษฐกิจ

ภาพรวมตลาด APAC ไตรมาส 2

จากรายงาน Morningstar Asia-Pacific ETF Flows - Q2 2026
จำแนกกระแสเงินทุนไหลเข้า-ไหลออกสุทธิ (Net Flows) เป็น รายกลุ่มประเภทสินทรัพย์ (Asset Classes / Sectors) และแปลงเป็นหน่วย ดอลลาร์สหรัฐ (USD) โดยประมาณ จะเห็นภาพการหมุนเวียนเงินทุนในภูมิภาคดังนี้
🟢 กลุ่มที่มีเงินทุนไหลเข้าสุทธิ (Net Inflows) ตราสารหนี้ (Fixed Income ETFs)~+$20.0 Billion USDเป็นกลุ่มที่ได้รับการตอบรับดีที่สุดในภูมิภาค นำโดย ETF ตราสารหนี้ในจีน (+1.8 หมื่นล้าน USD) และออสเตรเลีย (+1.55 พันล้าน USD) รวมถึง ETF ตราสารหนี้ระยะสั้นสหรัฐฯ ในญี่ปุ่น เพื่อย้ายเงินเข้าพักในสินทรัพย์ปลอดภัยและลดความผันผวน
กองทุนเก็งกำไรและอนุพันธ์ (Leveraged & Inverse ETFs) +$11.0 Billion USD ได้รับความนิยมสูงสวนทางตลาด นำโดย ETF ประเภท Leveraged 2X อิงหุ้นเซมิคอนดักเตอร์รายตัว (เช่น SK Hynix และ Samsung Electronics) ในฮ่องกงและเกาหลีใต้
🔴 กลุ่มที่มีเงินทุนไหลออกสุทธิ (Net Outflows)ตราสารทุน / หุ้น (Equity ETFs) ~-$90.0 Billion USD เผชิญแรงขายคืนสุทธิมากที่สุดในภูมิภาค ปัจจัยหลักเกิดจากการถอนเงินลงทุนขนาดใหญ่ของ Central Huijin ใน ETF หุ้นจีน (-1.19 แสนล้าน USD / -860.4 พันล้าน RMB) และแรงขายทำกำไร (Profit-Taking) ใน ETF หุ้นญี่ปุ่นหลังตลาดพุ่งสูง
สินค้าโภคภัณฑ์และโลหะมีค่า (Commodity / Precious Metals ETFs) -$3.0 Billion USDพลิกกลับมามีเงินไหลออกสุทธิ เนื่องจากราคาทองคำเริ่มมีการย่อตัวลงในไตรมาสนี้ ส่งผลให้แรงซื้อ ETF ทองคำในอินเดียและภูมิภาคชะลอตัวลง
📌 สรุปภาพรวมในไตรมาส 2 ปี 2026 ภาพรวมตลาด APAC เผชิญเงินไหลออกสุทธิรวม -$63.0 Billion USD ซึ่งสะท้อนการย้ายเงินทุนออกจาก "หุ้นใหญ่และทองคำ" เข้าสู่ "ตราสารหนี้เพื่อความปลอดภัย" ควบคู่กับการใช้ "Leveraged ETFs เก็งกำไรระยะสั้น"
คาดการณ์แนวโน้มกระแสเงินทุน (ETF Flows) และทิศทางการลงทุนในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกช่วง ไตรมาส 3 ปี 2026 (Q3 2026)
1. 🛡️ ตราสารหนี้ (Fixed Income) — ยังคงเป็นสินทรัพย์หลักในการพักเงิน
แนวโน้ม Q3/2026 กระแสเงินทุนไหลเข้าตราสารหนี้คาดว่าจะยังทรงตัวในระดับสูง (Positive Momentum)
ปัจจัยหนุน ความผันผวนของตลาดหุ้นและการเริ่มปรับลดดอกเบี้ยของธนาคารกลางในหลายประเทศ ทำให้นักลงทุนยังคงย้ายเงินเข้าพันธบัตรรัฐบาลระยะสั้นและตราสารหนี้คุณภาพดี (Investment Grade) ในจีนและญี่ปุ่น เพื่อล็อคอัตราผลตอบแทนและลดความเสี่ยงพอร์ต
2. 💻 หุ้นกลุ่มเทคโนโลยี & Semiconductor — หมุนเวียนลงสู่ Laggards
แนวโน้ม Q3/2026 หลังจากราคาหุ้นและ ETF กลุ่ม Semiconductor/AI ปรับตัวขึ้นอย่างร้อนแรงใน Q2 การเก็งกำไรใน Q3 จะมีความระมัดระวังมากขึ้น (Selective Buying)
จุดเน้น หุ้นหรือ ETF ที่มี Valuation ตึงตัวจะเริ่มเห็นแรงขายทำกำไร แต่เงินทุนจะหมุนเวียน (Rotate) เข้าสู่กลุ่มเทคโนโลยีที่ราคายังแลกเกอร์ (Laggards) หรือหุ้นใน Supply Chain ของ AI Hardware ในไต้หวันและเกาหลีใต้ที่มีคูเมืองแข็งแกร่ง (Wide Moat)
3. 🇨🇳 หุ้นจีน & ฮ่องกง (China/HK Equities) — ลุ้นการฟื้นตัวจากระดับ Valuation ที่ถูกมาก
แนวโน้ม Q3/2026 คาดว่าแรงขายคืนสุทธิ (Outflows) จากสถาบันขนาดใหญ่จะเริ่มชะลอตัวลง
โอกาสสะสม หุ้นจีน/ฮ่องกงในกลุ่ม Internet, Biotech และธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ ปัจจุบันมีส่วนลด (Discount to Fair Value) สูงถึง ~13-15% ซึ่งดึงดูดแรงซื้อกลับจากนักลงทุนที่เน้นคุณค่า (Value Investors) ในช่วงไตรมาส 3
📊 สรุปกลยุทธ์การจัดพอร์ตสำหรับ Q3 2026
Core Holding (60-70%): เน้นตราสารหนี้ต่างประเทศ/พันธบัตรรัฐบาลเพื่อรับผลตอบแทนที่สม่ำเสมอและเป็นเบาะรองรับความผันผวน
Satellite Holding (30-40%): ทยอยสะสม ETF หุ้นจีน/ฮ่องกงที่ถูกกดดันด้านราคาเกินจริง ควบคู่กับการถือครอง ETF กลุ่ม Semiconductor/AI โดยเน้นเลือกตัวที่ Valuation ยังไม่แพงจนเกินไป
ที่มา morningstar APAC
บทความนี้มิได้จัดทำขึ้นโดยคำนึงถึงวัตถุประสงค์การลงทุน ฐานะทางการเงิน หรือความต้องการเฉพาะบุคคลของผู้ลงทุนรายใดรายหนึ่ง ผู้ลงทุนควรศึกษารายละเอียดจากหนังสือชี้ชวน (Prospectus) และพิจารณาความเหมาะสมในการลงทุนร่วมกับที่ปรึกษาทางการเงินหรือผู้แนะนำการลงทุนก่อนตัดสินใจ
โฆษณา