22 ส.ค. เวลา 10:08 • สุขภาพ

5 อาชีพที่เจ็บป่วยและเสียชีวิตด้วยอายุน้อย

จากกรณีคุณเรย์ หลายคนเริ่มพูดถึงกันแล้วว่า เดี๋ยวนี้ชีวิตไม่แน่นอน อายุไม่มาก แต่ป่วยตาย ป่วยติดเตียง บางคนก็หมดสติ ไหลตายไปเฉยๆ เลยกลายเป็นว่าหลายคนเริ่มหวาดระแวงกับชีวิต ไม่กล้าทำอะไร เพราะกลัวจะทิ้งภาระไว้ให้คนรุ่นหลัง
แต่เอาจริงๆถ้าถามผม มันก็มีหลายสาเหตุ ที่จะทำให้เกิดอะไรแบบนั้นชึ้น ส่วนใหญ่ๆมากจากพฤติกรรมส่วนตัว อาหารการกิน การออกกำลังกาย การพักผ่อน พันธุกรรม สิ่งแวดล้อม และโชคด้วยนิดๆ
แต่สิ่งที่เราหลีกเลี่ยงไม่ได้ ก็คือ "อาชีพ" ซึ่งเป็นหน้าที่ที่เราต้องทำ และก็ปฏิเสธไม่ได้เลย ว่าบริบทแต่ละอาชีพ ก็มีส่วนสำคัญ ที่จะกำหนดสุขภาพของเราแต่ละคนได้มากพอสมควร แล้วอาชีพอะไรบ้าง ที่มีอัตราการป่วยของคนที่ทำอาชีพนั้นๆ มากที่สุด อายุเฉลี่ยเท่าไหร่ แล้วต้องเจอความเสี่ยงอะไรบ้าง แต่นี่ไม่ใช่การจัดอันดับนะครับ และเป็นการอ้างอิงข้อมูลจากทั่วโลก
1. คนเก็บสิ่งปฏิกูล
อาชีพที่เรานึกไม่ค่อยถึงอย่างคนเก็บขยะ เก็บสิ่งปฏิกูล มีความเสี่ยงทางสุขภาพจากหลายสาเหตุ อาชีพนี้เป็นประเด็นปัญหาทางสิทธิมนุษยชนและสาธารณสุขในหลายพื้นที่ อายุขัยเฉลี่ยอยู่ที่ 40 ถึง 45 ปีเท่านั้น และมีแรงงานเพียงส่วนน้อยมากที่จะสามารถมีชีวิตอยู่รอดจนอายุเกิน 50 ปี หากนำไปเปรียบเทียบกับอายุขัยเฉลี่ยของประชากรทั่วไปในระดับประเทศซึ่งอยู่ที่ประมาณ 68 ถึง 69 ปี
จะพบว่าเป็นช่องว่างของอายุขัยที่ถูกลิดรอนไปถึงเกือบสามทศวรรษ ยิ่งไปกว่านั้น สถิติในระดับภูมิภาคยังระบุว่าประมาณร้อยละ 80 ของพนักงานทำความสะอาดท่อระบายน้ำเสียชีวิตก่อนที่จะมีอายุครบ 60 ปีบริบูรณ์ ส่วนใหญ่เสียชีวิตจากอหิวาตกโรค เยื่อหุ้มสมองอักเสบ และวัณโรค ซึ่งเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตอันดับต้นๆ
2. พนักงานขับรถข่นส่ง
เป็นอีกหนึ่งอาชีพที่ไม่ค่อยถูกพูดถึงในเรื่องความเสี่ยงอะไรนอกจากอุบัติเหตุ พนักงานขนส่งมักมีปัญหาโรคเรื้อรัง อ้วน เบาหวาน ความดัน เพราะการทำงานนั่งอยู่หลังพวงมาลัยทั้งวัน ไม่มีโอกาสได้ออกกำลังกายบ่อยๆ ในอเมริกา พนักงานขับรถบรรทุกเชิงพาณิชย์มีอายุขัยเฉลี่ยเพียง 61 ปี ซึ่งสั้นกว่าอายุขัยเฉลี่ยของประชากรอเมริกันทั่วไปถึง 16 ถึง 17 ปี
โดยร้อยละ 87 ของพนักงานขับรถบรรทุกมีภาวะความดันโลหิตสูงหรืออยู่ในระยะก่อนความดันโลหิตสูง นอกจากนี้ยังพบว่าพนักงานขับรถบรรทุกมีอัตราการเกิดโรคอ้วน (Obesity) สูงถึงร้อยละ 68.3 มีภาวะคอเลสเตอรอลในเลือดสูงร้อยละ 46 และมีอัตราการป่วยเป็นโรคเบาหวานสูงกว่าค่าเฉลี่ยถึงร้อยละ 50 พฤติกรรมที่ส่งเสริมความเสี่ยงเหล่านี้รวมถึงอัตราการสูบบุหรี่ที่สูงถึงร้อยละ 54 และการที่พนักงานเพียงร้อยละ 8 เท่านั้นที่มีโอกาสได้ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
3. เกษตรกร
กระดูกสันหลังของชาติที่หลายๆคนพูดถึง มีปัญหาสุขภาพหลายอย่างมากกว่าแค่กระดูกสันหลัง การศึกษาในอเมริกาพบกว่า เกษตรกรมีความเสี่ยงโรคไตสูงกว่าหลายๆอาชีพ อันเนื่องจากสารเคมีฉีดพ่น นอกจากนี้ เกษตรกรมีอัตราการเสียชีวิตจากโรคมะเร็งสูงถึง 189.5 ต่อประชากร 100,000 คน และแรงงานในอุตสาหกรรมประมงและล่าสัตว์มีอัตราการเสียชีวิตที่ 167.4 ต่อประชากร 100,000 คน ซึ่งส่วนหนึ่งมีความเชื่อมโยงโดยตรงกับการสัมผัสรังสีอัลตราไวโอเลต (UVR) จากแสงแดด
4. คนงานก่อสร้าง
1
ไม่ต้องพูดอะไรให้มากนักสำหรับพนักงานก่อสร้าง การก่อสร้างและเหมืองแร่ เป็นกลุ่มที่มีดัชนีชี้วัดทางสุขภาพและอายุขัยที่ย่ำแย่ที่สุดกลุ่มหนึ่ง โดยพบกว่าพนักงานก่อสร้างมีอายุขัยเฉลี่ยต่ำกว่าทุกอุตสาหกรรมอื่นๆ โดยอายุขัยเมื่อคาดการณ์จากฐานอายุ 20 ปีของแรงงานก่อสร้างอยู่ที่เพียง 58.1 ปี โดยเฉพาะคนงานเหมือง การเจ็บป่วยจากโรคระบบทางเดินหายใจสามารถลิดรอนอายุขัยเฉลี่ยของพวกเขาให้สั้นลงได้ถึง 12.6 ปี
สาเหตุหลักนอกจากอุบัติเหตุ คือโรคระบบทางเดินหายใจ รคปอดฝุ่นหินทราย (Silicosis) โรคปอดดำ (Black lung disease หรือ Coal worker's pneumoconiosis) และโรคที่เกี่ยวข้องกับการสูดดมแร่ใยหิน (Asbestosis) นำไปสู่โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง
5. พนักงานดับเพลิง
ไม่ได้มีแค่เปลวไฟเท่านั้นที่รอกัดกินพนักงานดับเพลิง แต่สิ่งที่เกิดขึ้นทุกครั้งที่งานเสร็จ อาจทำให้ชีวิตพนักงานดับเพลิงแต่ละท่าน เหมือนตกนรกทั้งเป็น ร้อยละ 45 ของการเสียชีวิตในขณะปฏิบัติหน้าที่ (On-duty deaths) มีสาเหตุมาจากโรคหัวใจและหลอดเลือด (CVD) ซึ่งมากกว่าร้อยละ 90 ของกรณีเหล่านั้นเป็นผลจากโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ (Coronary heart disease) ซึ่งเกิดจากเขม่าและสารเคมีที่สะสมในร่างกายหลังการทำงานเป็นเวลานาน
ยิ่งไปกว่านั้น การปฏิบัติหน้าที่ภายใต้ชุดป้องกันที่มีน้ำหนักมาก สภาพแวดล้อมที่มีความร้อนสูงลิ่ว และการสูดดมควันที่มีคาร์บอนมอนอกไซด์ซึ่งเข้าไปแย่งจับกับฮีโมโกลบินในเลือด ทำให้หัวใจต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อชดเชยออกซิเจนที่ขาดหายไป นำไปสู่ความเสี่ยงสูงสุดในการเกิดภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน (Myocardial infarction)
นอกจากนี้ งานวิจัยสมัยใหม่ได้ค้นพบภัยคุกคามรูปแบบใหม่ที่แฝงตัวอยู่ในอุปกรณ์ความปลอดภัย ชุดป้องกันภัยของพนักงานดับเพลิง (Turnout gear) มักเคลือบด้วยสารเคมีที่มีความคงทนและเป็นพิษ (Polyfluoroalkyl substances หรือ PFAS) ซึ่งเป็นกลุ่มสารก่อมะเร็ง
เมื่อสารเหล่านี้ทำปฏิกิริยากับความร้อนและควันไฟที่อุดมไปด้วยสารก่อมะเร็งจากการเผาไหม้ของวัสดุสังเคราะห์ในอาคารยุคใหม่ สารพิษเหล่านี้สามารถแทรกซึมผ่านผิวหนังหรือถูกสูดดมเข้าสู่ร่างกายของพนักงานดับเพลิงได้อย่างง่ายดาย นำไปสู่การเกิดมะเร็งในวัยเกษียณที่สูงกว่าประชากรทั่วไปอย่างมีนัยสำคัญ
อ้างอิง
Shrestha S, Parks CG, Keil AP, Umbach DM, Lerro CC, Lynch CF, Chen H, Blair A, Koutros S, Hofmann JN, Beane Freeman LE, Sandler DP. Overall and cause-specific mortality in a cohort of farmers and their spouses. Occup Environ Med. 2019 Sep;76(9):632-643. doi: 10.1136/oemed-2019-105724. PMID: 31413186; PMCID: PMC7803095.
Mala J, Byard RW, Kaur N. Manual scavenging and the right to health in India - social and medicolegal perspectives. Med Sci Law. 2023 Jul;63(3):243-247. doi: 10.1177/00258024221126098. Epub 2022 Sep 13. PMID: 36112894.
Green MA, Dorling D, Mitchell R. Updating Edwin Chadwick's seminal work on geographical inequalities by occupation. Soc Sci Med. 2018 Jan;197:59-62. doi: 10.1016/j.socscimed.2017.11.055. Epub 2017 Dec 1. PMID: 29222995; PMCID: PMC5777825.
โฆษณา