22 ส.ค. เวลา 10:39 • ความคิดเห็น

No choice is a choice

ผมช่วยดูแลหลักสูตรชื่อ house of talent ปัจจุบันเป็นรุ่นสองแล้ว นอกจากจะเป็นครูใหญ่ของหลักสูตร ที่เป็นประโยชน์กับผมมากๆ ก็คือได้รู้จัก ได้พูดคุย น้องๆ ในวัยที่อายุยังไม่เกิน 35 ที่มาเป็นนักเรียน
ล่าสุด มีน้องสองคนมาเล่าเรื่องตัวเองให้กับคลาสฟัง เป็นเรื่องของคนหนุ่มสาวกับทางเลือกในชีวิต ที่ฟังแล้วก็ได้วิธีคิดที่ดีมากๆ เลยครับ..
คนแรกคือน้องไตเติ้ลในวัยที่ยังไม่ถึงสามสิบ เริ่มงานบริษัทแรกเป็นบริษัทเล็กๆขายประกันออนไลน์ที่มีพนักงานแค่ห้าคน มาถึงได้แป๊บเดียวก็เพิ่งรู้ว่าบริษัทขาดทุนจนต้องเอาคนออก 4 คนเพื่อให้อยู่ต่อได้อีกเจ็ดแปดเดือน แล้วซักพัก เขาก็กลายเป็นพนักงานคนเดียวของบริษัทที่ใกล้เจ๊ง
ไม่มีงบการตลาดใดๆ และต้องหาทางเอาตัวรอดให้ได้
ไตเติ้ลเล่าจากมุมที่ตอนนี้บริษัทรอดมาได้ซึ่งเขาได้เรียนรู้เยอะมากจากความไม่มี ความกันดารอย่างที่สุดจนถึงกับบอกว่าความคิดสร้างสรรค์ที่เกิดมากสุดในชีวิตเขานั้นคือช่วงที่ไม่มีทรัพยากรใดๆให้ใช้เลย ต้องทำทุกทาง รวมถึงการเอาตัวเองไปทำคอนเท้นท์จากมือถือตัวเองและไมค์สายสั้นๆเก่าๆเพราะไม่มีเงินแม้แต่จะซื้อของใหม่และไม่มีเงินจ้างอินฟลูใดๆ พยายามลองทำคอนเท้นท์หลายแบบแนวบ้านๆ ขยันแหลก ลองผิดลองถูก
จนค้นพบวิธีที่ทำให้ประกันที่ขายได้ SEO ระดับต้นๆจนล่าสุดกลายเป็นอินฟลูขายประกันที่รายได้บริษัทส่วนหนึ่งมาจากตรงนี้เลยด้วยซ้ำ
นอกจากการค้นพบว่ากันดารคือสินทรัพย์แล้ว ไตเติ้ลเรียนรู้อีกว่าการไม่มีทางเลือกนั้นทำให้โฟกัสมากๆ ไม่ว่อกแวกและสามารถทุ่มเทความคิดและกำลังที่มีเพื่อให้รอดได้ถึงที่สุดของความสามารถของตัวเอง และท้ายที่สุด พอรอดมาได้ มีกำไรตามสมควร
ไตเติ้ลก็บอกเพื่อนๆในคลาสว่า ตอนนี้รู้สึกโชคดีมากๆที่ตอนนั้นไม่มีโชค เพราะทำให้เขาได้เจอประสบการณ์ที่เข้มข้นที่สุด ทำให้เขาโตและแกร่งกว่าคนในรุ่นเดียวกันอย่างมาก
คนที่สองคือน้องยูกิในวัยยังไม่สามสิบเช่นกัน ยูกิเล่าถึงงานแรกในชีวิต ทำงานได้ไม่นาน หัวหน้าให้ไปออกรอบตีกอล์ฟกับลูกค้าโดยมีเวลาแค่ 2 อาทิตย์ แต่ปัญหาคือยูกิ ตีกอล์ฟไม่เป็นเลย
ยูกิกลัวมากแต่ก็คิดถึง worst case ว่าถ้ารับปากไปอย่างมากก็กลับมาพร้อมเรื่องตลกให้เพื่อนๆฟัง แต่ถ้า best case ก็จะได้ทำให้หัวหน้าประทับใจ ยูกิเลยขอให้คนมาสอนกอล์ฟแบบเร่งรัด 8 ชั่วโมงจนเอาตัวรอดมาได้ ซึ่งทำให้ได้บทเรียนสำคัญว่า หลายอย่างในโลกเราเลือกไม่ได้ แต่เราเลือก mindset เราได้ เพราะไปตีกอล์ฟครั้งนั้นทำให้ยูกิได้เจอผู้คนที่ไม่เคยคิดว่าจะได้เจอ ได้เจอน้องจีโน่
ได้ประสบการณ์ที่ไม่นึกไม่ฝันว่าจะได้
ยูกิมีความฝันอยากเป็น city girl อยากทำงานต่างประเทศเท่ๆ วันหนึ่งได้มีโอกาสไปทำงานที่ฮ่องกงก็เลยตัดสินใจไปและอยู่ที่นั่นถึง 6 ปี
ในช่วงแรกยูกิเล่าว่าชีวิตไม่ได้สบาย ไม่ได้มีความสุขนักเพราะอยู่ห้องเล็กๆ 12 ตารางเมตรข้างร้านขายหมู รู้สึกกดดัน โดดเดี่ยวในเมืองใหญ่ ไม่รู้สึกว่าฮ่องกงคือบ้านเพราะคิดว่าจะมาอยู่แค่ชั่วคราวเดี๋ยวก็กลับไทย กลับมาพักผ่อนที่ไทยเพื่อนก็ไม่ค่อยมีแล้ว รู้สึกว่าไม่ belong ที่ไหนเลย
จุดพลิกก็คือยูกิไปปฏิเสธลูกค้าที่ชวนไปทำงานซึ่งยูกิไม่ได้อยากไป ก็เลยแอบหลอกว่าจะกลับไทยแล้วมาช่วยที่บ้าน ลูกค้าก็ถามว่ายูพร้อมกลับยัง ยูกิก็ตอบว่าตอนนี้พร้อมมากเพราะเตรียมไว้แล้วว่าอยากกลับเมื่อไหร่ก็กลับได้ ลูกค้าพูดให้ได้คิดว่า ยูไม่ควรใช้ชีวิตด้วยความคิดชั่วคราวแบบนั้น เพราะจะทำให้ยูไม่ belong ที่ไหนเลย
ประโยคนั้นทำให้ยูกิได้คิด เริ่มมองผู้คนรอบตัว เริ่มเลือกทำชีวิตให้เป็นชีวิตที่ชอบ ลงทุนกับคนเหมือนจะอยู่ไปนานๆ และซักพักหนึ่งพอเริ่มรู้สึกภูมิใจในตัวเองว่าดูแลตัวเองอยู่ต่างประเทศได้ แล้วก็คิดขึ้นมาได้ว่า ถ้าเกิดผิดพลาดเมื่อไหร่ก็กลับไทยได้ เพราะที่บ้านก็พร้อมที่จะดูแล
ทำให้ยูกิได้คิดว่าไม่ควร take it for granted ว่าที่บ้านมี support system ที่ทำให้ยูกิมาผจญภัยได้โดยไม่ต้องกลัวล้มเหลว ก็เลยยิ่งรู้สึกรักที่บ้านมากขึ้นมากตั้งแต่วันนั้น
ยูกิเล่าให้เพื่อนถึงบทเรียนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดว่าไม่ใช่ความกล้าอะไรเลย เราอาจจะเลือกอะไรมากไม่ได้ แต่ที่เราเลือกได้คือวิธีคิด เลือก mindset ว่าจะเลือกเรียนรู้ ลอง และ appreciate กับความโชคดีที่มีครอบครัวที่พร้อมสนับสนุน และเลือกได้ว่าจะทำโอกาสตรงหน้าให้ดีที่สุด ดีกว่าจะเลือกโอกาสถัดไปแน่ๆ
บทเรียนจากน้องๆ ที่ไม่ได้มีทางเลือกมากนัก ทำให้เตือนรุ่นใหญ่อย่างผมได้เป็นอย่างดีถึงการจำกัดทางเลือกที่เราอาจจะมีมากเกินไปจนไม่โฟกัส สอนให้มองเห็นระบบสนับสนุนรอบตัวโดยไม่หลงตัวเองจนคิดว่าตัวเองเก่งไปหมด และการสร้างทางเลือกที่เราเลือกมุมมองของตัวเองได้ในตอนที่เรามีข้อจำกัดและไม่มีทางเลือกใดๆ ให้เลือกเลย
ซึ่งหลายบริษัทและหลากผู้นำไม่ว่าใหญ่แค่ไหนก็น่าจะเผชิญปัญหานี้อยู่ในทุกวัน
เราต่างเรียนรู้ซึ่งกันและกันได้เสมอ ไม่ว่าจะอายุมากน้อยขนาดไหนก็ตาม..
โฆษณา