23 ส.ค. เวลา 01:54 • สุขภาพ

ถ้าเลือกได้ ไม่มีใครอยาก

ที่จะเจอกับความทุกข์ใจ
แต่การตัดสินใจของหลายคน
มันคือการตัดสินใจที่พวกเขารู้ล่วงหน้านะครับ
ว่ามันจะนำมาสู่ความทุกข์ใจ
…แต่ถึงกระนั้น พวกเขาก็ยังเลือก choice นั้นอยู่ดี!
เพราะอะไร?
เพราะสำหรับพวกเขาแล้ว
พวกเขามีสิ่งที่พวกเขาให้คุณค่า
สูงยิ่งกว่าความสบายใจของตัวเอง
ยกตัวอย่างเช่น
หลายคนมีแฟนที่พวกเขารักมากๆ
วันหนึ่ง พวกเขารู้ว่าแฟนมีความฝัน
อยากจะเรียนต่อ/ทำงานที่ต่างประเทศ
พวกเขารู้ดีว่าการรักษาความสัมพันธ์
แบบ “ระยะไกล” มันไม่ใช่เรื่องง่าย
พวกเขารู้ดีว่า หากแฟนตัดสินใจ
ไปเรียนต่อ/ทำงานที่ต่างประเทศ
มันมีโอกาสสูงที่ความรักความสัมพันธ์
ระหว่างพวกเขากับแฟนจะ “ไปต่อไม่ได้”
และที่สำคัญที่สุดก็คือ…
พวกเขารู้ดีว่า
หากพวกเขาเอ่ยปากพูดกับแฟนว่า
“ฉันไม่อยากให้เธอไปเลย”
แฟนก็มีแนวโน้มที่จะอยู่เมืองไทยต่อชัวร์ๆ
พวกเขารู้ทุกอย่างนี้เป็นอย่างดี
พวกเขารู้ว่า พวกเขาสามารถตัดสินใจ
เลือก choice ที่พวกเขาจะไม่ต้องทุกข์ใจได้
แต่นั่นหมายความว่า…
พวกเขาจะต้องกลายเป็นคน
ที่มีส่วนในการ “ดับฝัน” แฟน
ที่อยากเรียนต่อ/ทำงานต่างประเทศ
ซึ่งนั่น…ไม่ใช่คนที่พวกเขาอยากจะเป็น
ในที่สุดแล้ว พวกเขาจึงตัดสินใจ
ที่จะ support ความต้องการของแฟน
พวกเขาพยายามทำให้ความสัมพันธ์
แบบ “ระยะไกล” มัน work ให้ได้
แต่โชคร้ายที่ในที่สุดแล้ว…มันไม่ work
ในที่สุดแล้ว พวกเขากับแฟนก็เลิกกัน
รสชาติการเลิกราครั้งนี้มันเจ็บปวดนะครับ
แต่อย่างน้อย พวกเขาก็รู้ว่า
นี่ไม่ใช่ความเจ็บปวดที่ “ไร้ความหมาย”
เพราะพวกเขารู้ดีว่า
พวกเขาสามารถเลือก choice
ที่ส่งผลให้พวกเขารอดพ้นจาก
ความเจ็บปวดที่กำลังประสบพบเจออยู่ได้
แต่พวกเขาไม่เลือก choice นั้น
เพราะการเลือก choice นั้น
มันคือการที่พวกเขากำลัง “กลายร่าง”
กลายเป็นคนที่พวกเขาไม่อยากจะเป็น
พวกเขาไม่อยากเห็นตัวเอง
กลายเป็นคนที่พร้อมจะ “ขวางทาง”
คนที่ตัวเองรักเพื่อความสบายใจของตัวเอง
ฉะนั้น แม้ว่าความเจ็บปวดที่พวกเขา
กำลังประสบอยู่นี้มันจะทุกข์ทรมาน
แต่อย่างน้อย
ความเจ็บปวดที่พวกเขากำลังรู้สึกอยู่นี้
มันคือหลักฐานที่สะท้อนให้เห็นว่า…
พวกเขาไม่ได้ “ทรยศต่อจุดยืนของตัวเอง”
มันเหมือนกับสิ่งที่ Roy T. Bennett
(นักเขียนชื่อดัง) เคยกล่าวไว้เลยครับว่า…
Do what is right, not what is easy
โฆษณา