ในทางตรงกันข้าม “Angel on a Satellite” เลือกจะลดความหวือหวาลงและหันกลับมามองความสุขเล็กๆ ที่หลงเหลืออยู่ในความทรงจำ เพลงเปิดด้วยเปียโนและเครื่องกระทบ ก่อนจะมีออร์แกนเข้ามาเติมสีสันอย่างเรียบง่าย แต่เมื่อเข้าสู่ช่วงอินสทรูเมนทัล เครื่องสายจำนวนมากค่อยๆ แผ่ตัวออกจนเพลงมีความอบอุ่นปนเศร้า ราวกับภาพของคืนฤดูร้อนที่เราเคยใช้เวลาร่วมกับใครบางคนและรู้ดีว่าสักวันหนึ่งมันจะกลายเป็นเพียงความทรงจำ ท่อนคอรัสกลับให้ความรู้สึกปลอบโยนอย่างประหลาด ก่อนเพลงจะค่อยๆ เดินทางกลับสู่เปียโนเพียงลำพัง
และแล้วเรื่องราวทั้งหมดก็มาถึงบทสรุปใน “The Ballad of Matt & Mica” (คิดว่าทั้งคู่น่าจะได้แรงบันดาลใจชื่อเพลงนี้มาจาก “The Ballad of John and Yoko” ของ The Beatles) บทเพลงที่ไม่เพียงทำหน้าที่ปิดอัลบั้มเท่านั้น แต่ยังเปิดม่านออกจากโลกของ True เพื่อเผยให้เห็นคนสองคนที่อยู่เบื้องหลังการสร้างจักรวาลทั้งหมดนี้ นั่นก็คือตัว Mica และ Matthew เอง ดนตรีเริ่มต้นด้วยเสียงอิเล็กโทรเปียโน ก่อนเบสจะค่อยๆ เข้ามาเติมน้ำหนักและทำให้เพลงเหมือนมีชีวิตขึ้นมาอีกครั้ง
จังหวะจาก “She Looked Like Me!” ถูกนำกลับมาใช้เป็นสายใยเชื่อมต้นกับปลายของเรื่อง ขณะที่กลอง เบส และเมโลดี้ทั้งหมดค่อยๆ ทำงานร่วมกันอย่างสมบูรณ์แบบ มันเป็นเพลงที่สามารถเต้นไปด้วยได้ แต่ขณะเดียวกันก็เต็มไปด้วยความรู้สึก เป็นการเฉลิมฉลองเส้นทางของ Mica และ Matthew ทั้งในฐานะศิลปินและในฐานะมนุษย์สองคนที่เติบโตมาด้วยกัน และเป็นตอนจบที่เหมาะสมอย่างยิ่งกับอัลบั้มที่ว่าด้วยเรื่องของการเปลี่ยนแปลง
เมื่อมองย้อนกลับไปจากระยะเวลาสองปี Imaginal Disk ยังคงน่าทึ่งตรงที่มันสามารถเป็นทั้งอัลบั้มป๊อบที่ฟังสนุกและเป็นนิยายไซไฟว่าด้วยอัตลักษณ์ เทคโนโลยี และความเป็นมนุษย์ในเวลาเดียวกัน
Magdalena Bay ไม่ได้เพียงสร้างเพลงให้ฟังติดหูอย่างเดียว แต่พวกเขายังสร้างโลกทั้งใบขึ้นมารองรับมัน และใช้ความเป็นป๊อบเป็นประตูพาคนฟังเข้าไปสำรวจคำถามที่จริงจังกว่านั้นว่าความสมบูรณ์แบบที่มนุษย์พยายามไล่ตามอยู่ทุกวันนั้น แท้จริงแล้วเป็นสิ่งที่เราต้องการจริงๆ หรือเป็นเพียงภาพที่สังคม เทคโนโลยี และวัฒนธรรมร่วมสมัยบอกให้เราเชื่อว่าควรต้องการ
สำหรับผู้เขียนแล้ว Imaginal Disk จึงไม่ใช่เพียงอัลบั้มที่ “ยิ่งนานวันยิ่งมีคุณค่าขึ้นเรื่อยๆ” แต่มันคือหนึ่งในประสบการณ์การฟังเพลงป๊อบที่ตราตรึงที่สุดเท่าที่เคยเจอมา ความทะเยอทะยานของมันแทบจะกระโดดข้ามเพดานที่ Mercurial World เคยวางเอาไว้ และที่น่าตื่นเต้นยิ่งกว่าคือเราแทบจินตนาการไม่ออกด้วยซ้ำว่า Magdalena Bay จะสามารถพาตัวเองไปไกลกว่านี้ได้อย่างไร
แทร็กไฮไลต์: She Looked Like Me!, Killing Time, Image, Death & Romance, Vampire in the Corner, Watching T.V., Tunnel Vision, That’s My Floor, Cry for Me และ The Ballad of Matt & Mica