24 ส.ค. เวลา 09:19 • หุ้น & เศรษฐกิจ

ตลาดหุ้นโลกผันผวน ท่ามกลางความกังวลเงินเฟ้อและดอกเบี้ย

ภาพรวม
  • ●
    ตลาดหุ้นทั่วโลกผันผวน จาก Bond Yield และราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น
  • ●
    Fed ยังจับตาเงินเฟ้อ แม้เศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังแข็งแกร่ง
  • ●
    ยุโรปเริ่มเห็นสัญญาณฟื้นตัว จากกิจกรรมเศรษฐกิจที่ดีขึ้น
  • ●
    ญี่ปุ่นเผชิญแรงกดดันจากเงินเฟ้อและโอกาสขึ้นดอกเบี้ย
  • ●
    จีนชะลอตัวต่อเนื่อง ขณะที่ไทยเติบโตต่ำลงจากไตรมาสก่อน
สถานการณ์ตลาด
  • ●
    ตลาดหุ้นทั่วโลกเผชิญแรงกดดันจาก Bond Yield และราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น ทำให้ความกังวลเรื่องเงินเฟ้อและทิศทางดอกเบี้ยกลับมาเป็นประเด็นสำคัญ ขณะที่เศรษฐกิจสหรัฐฯ และยุโรปยังส่งสัญญาณแข็งแกร่ง แต่จีนและไทยยังมีภาพเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลง
  • ●
    สหรัฐฯ
- ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวลดลง โดยดัชนี Nasdaq ลดลง 2.1% S&P 500 ลดลง 1.4% และ Dow Jones ลดลง 0.9% จากแรงกดดันของ Bond Yield ระยะยาวที่ปรับตัวสูงขึ้น และราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้น ซึ่งทำให้ตลาดกังวลว่าเงินเฟ้ออาจกลับมาเร่งตัว
- Bond Yield ระยะยาวปรับตัวเพิ่มขึ้น แตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2007 จากความกังวลเรื่องฐานะการคลังของสหรัฐฯ รวมถึงปริมาณพันธบัตรที่ออกมาจำนวนมาก และความต้องการเงินทุนเพื่อรองรับการลงทุนด้าน AI
- Bond Yield ฟื้นตัวช่วงกลางสัปดาห์ หลังสหรัฐฯ ประกาศเพิ่มการซื้อคืนพันธบัตรระยะยาว แต่ตลาดยังมองว่า มาตรการดังกล่าวไม่เพียงพอที่จะแก้ปัญหาการขาดดุลงบประมาณและปริมาณพันธบัตรที่เพิ่มขึ้น ทำให้ Bond Yield กลับมาปรับขึ้นอีกครั้งช่วงปลายสัปดาห์
- Fed ยังคงระมัดระวังเรื่องเงินเฟ้อ โดยรายงานการประชุมเดือน ก.ค. ระบุว่า เงินเฟ้อน่าจะชะลอลงในช่วงที่เหลือของปี แต่ยังมีความไม่แน่นอนสูง และหากเงินเฟ้อไม่ลดลงตามคาด Fed อาจจำเป็นต้องใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดมากขึ้น
- เศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังมีสัญญาณแข็งแกร่ง โดย PMI เดือน ส.ค. เพิ่มขึ้นเป็น 56 จาก 54.5 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ เม.ย. 2022 โดยเฉพาะภาคบริการที่ขยายตัวดี ขณะที่ภาคการผลิตยังอยู่ในระดับขยายตัว
- ตลาดแรงงานยังแข็งแรง โดยการจ้างงานเพิ่มขึ้นเร็วที่สุดนับตั้งแต่ ม.ค. 2025 ขณะที่แรงกดดันด้านราคาขายเริ่มชะลอลง แม้ต้นทุนการผลิตยังอยู่ในระดับสูงจากราคาพลังงาน
  • ●
    ยุโรป
- ตลาดหุ้นยุโรปทรงตัว แต่ตัวเลขกิจกรรมทางเศรษฐกิจเริ่มมีสัญญาณฟื้นตัว โดย Composite PMI เดือน ส.ค. เพิ่มขึ้นเล็กน้อยเป็น 52.1 และสูงกว่าที่ตลาดคาด
- ตัวเลขคำสั่งซื้อใหม่เพิ่มขึ้น ขณะที่คำสั่งซื้อจากต่างประเทศกลับมาขยายตัวเป็นครั้งแรกในรอบ 4 ปีครึ่ง สะท้อนกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่เริ่มฟื้นตัว
- เยอรมนีมีสัญญาณดีขึ้น จากภาคการผลิตที่ฟื้นตัว การใช้จ่ายด้านโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐ และภาคส่งออกที่ยังค่อนข้างแข็งแกร่ง ช่วยชดเชยความอ่อนแอของภาคบริการ
  • ●
    ญี่ปุ่น
- ตลาดหุ้นญี่ปุ่นปรับตัวลงแรง โดยดัชนี Nikkei 225 ลดลง 3.9% ขณะที่ TOPIX ลดลง 3.1% จากความกังวลเรื่องสถานการณ์ตะวันออกกลาง ราคาน้ำมัน และ Bond Yield ที่สูงขึ้น
- เศรษฐกิจญี่ปุ่นโตต่ำกว่าคาด โดย GDP ไตรมาส 2 ขยายตัว 1.1% ต่ำกว่าคาดที่ 2% และชะลอลงจาก 1.9% ในไตรมาสแรก โดยการลงทุนภาคธุรกิจและการบริโภคอ่อนแอ ขณะที่การส่งออกช่วยพยุงเศรษฐกิจไว้บางส่วน
- ตัวเลขเงินเฟ้อกลับมาเร่งตัว โดย Core CPI เดือน ก.ค. เพิ่มขึ้นเป็น 1.8% จาก 1.6% ในเดือนก่อนหน้า ทำให้ตลาดคาดว่า BOJ อาจมีโอกาสขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติม
- Bond Yield ญี่ปุ่นอายุ 10 ปี เพิ่มขึ้นแตะ 2.93% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 30 ปี ก่อนลดลงเล็กน้อย และปิดสัปดาห์ที่ 2.88% สะท้อนว่าตลาดยังให้น้ำหนักกับโอกาสที่ BOJ จะดำเนินนโยบายการเงินที่เข้มงวดขึ้น
  • ●
    จีน
- ตลาดหุ้นจีนเคลื่อนไหวแตกต่างกัน โดยหุ้นจีนในฮ่องกงปรับขึ้นกว่า 3.5% ขณะที่หุ้นจีนแผ่นดินใหญ่ปรับตัวลง จากความกังวลว่าเศรษฐกิจจะชะลอตัว
- เศรษฐกิจจีนยังมีแรงกดดันจากการบริโภคและการลงทุน โดยตัวเลขการผลิตภาคอุตสาหกรรมโต 4.5% ต่ำกว่าคาด และชะลอลงจาก 5.3% ในเดือน มิ.ย. ขณะที่ยอดค้าปลีกโตเพียง 0.6% จาก 1% ในเดือนก่อน
- การลงทุนยังอ่อนแอ โดยการลงทุนในสินทรัพย์ถาวรช่วง 7 เดือนแรกของปีลดลง 6.7% และภาคอสังหาริมทรัพย์ยังเป็นแรงกดดันสำคัญ โดยการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ลดลงถึง 19.2%
  • ●
    ไทย
- ดัชนี SET Index ปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อยที่ 0.3% โดยนักลงทุนต่างชาติขายสุทธิประมาณ 3,500 ล้านบาท ขณะที่นักลงทุนสถาบันในประเทศซื้อสุทธิ 2,500 ล้านบาท
- เศรษฐกิจไทยชะลอตัว โดย GDP ไตรมาส 2 ขยายตัว 1.9% จาก 2.8% ในไตรมาสก่อน แต่ยังมีแรงหนุนจาก การลงทุนภาคเอกชนที่โต 13.4% และการส่งออกที่ขยายตัว 17.6%
- การส่งออกได้แรงหนุนจากสินค้าอิเล็กทรอนิกส์และเทคโนโลยี ตามความต้องการที่เกี่ยวข้องกับ AI ทั่วโลก ขณะที่การบริโภคภาคเอกชนและการใช้จ่ายภาครัฐชะลอลง
คำเตือน
เอกสารฉบับนี้จัดทำขึ้นจากแหล่งข้อมูลต่างๆ ที่น่าเชื่อถือได้ ณ วันที่แสดงข้อมูล แต่บริษัทฯ มิอาจรับรองความถูกต้องความน่าเชื่อถือ และ ความสมบูรณ์ของข้อมูลทั้งหมด โดยบริษัทฯขอสงวนสิทธิ์เปลี่ยนแปลงข้อมูลทั้งหมดโดยไม่จำเป็นต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า
ควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทนและความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน | ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุนรวมมิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต
ผู้ลงทุนสามารถขอข้อมูลหนังสือชี้ชวนได้ที่สำนักงานของบริษัทจัดการ หรือจาก www.krungsriasset.com หรือตัวแทนสนับสนุนการขาย หรือเจ้าหน้าที่ขายหน่วยลงทุน
ติดตามกองทุนกรุงศรี อัปเดตข่าวสาร และกิจกรรมต่างๆ ได้ที่
#KrungsriAsset #กองทุนกรุงศรี #Weeklymarketview #สรุปภาวะตลาดรายสัปดาห์
โฆษณา