Microsoft Work Trend Index 2026 ก็เห็นการเปลี่ยนแปลงคล้ายกัน โดยพบว่า AI กำลังขยายประเภทของงานที่คนสามารถทำได้ และเสนอว่าคุณค่าของงานมนุษย์กำลังขยับจากการนิยามตัวเองด้วย “Task ที่ฉันทำ” ไปสู่ “Outcome ที่ฉันสามารถขับเคลื่อนได้” มากขึ้น. (Microsoft)
ผมคิดว่านี่เป็น Shift ที่ใหญ่มากครับ เพราะที่ผ่านมาเราออกแบบ Organization Chart จาก Division of Labor
* ใครทำอะไร?
* ใครมี Skill อะไร?
* ใครรับ Requirement จากใคร?
แต่ในโลกที่ AI ลดข้อจำกัดด้าน Skill ลงเรื่อยๆ เราอาจต้องออกแบบองค์กรจากคำถามอีกชุดหนึ่ง
หลายข้อในนี้วันนี้ AI ทำได้บางส่วนแล้ว และในอีกไม่กี่ปีอาจทำได้มากกว่านี้อีก ถ้าเรายังนิยาม Role ด้วยรายการ Task แบบละเอียดมากเกินไป เราจะเจอปัญหาสองอย่าง
“งานพบว่า AI Literacy ที่สูงขึ้นสัมพันธ์กับ Role Ambiguity ที่ลดลง และทำให้ความสัมพันธ์ระหว่าง GenAI กับ Role Breadth Self-Efficacy แข็งแรงขึ้น กล่าวคือ คนที่เข้าใจ AI ดีขึ้นมีแนวโน้มจะตีความขอบเขตใหม่ของตัวเองได้ดีขึ้นด้วย” (Frontiers)
นี่สนับสนุนเรื่อง Upskill แน่นอนครับ
* คนควรรู้ว่า AI ทำอะไรได้
* ทำอะไรไม่ได้
* ควรตรวจอย่างไร
* มี Risk อะไร
* และทำงานร่วมกับมันอย่างไร
แต่ผู้วิจัยเองก็เสนอว่าองค์กรควรทำ Role Clarification ควบคู่กับ AI Literacy และยอมรับในข้อจำกัดของงานด้วยว่า Organizational Structure, Decision-making Model และ Cultural Context มีแนวโน้มจะมีผลต่อการปรับตัวของพนักงาน แต่ยังไม่ได้ถูกทดสอบครบในงานชิ้นนี้. (Frontiers)
พูดง่ายๆ คือ “สอนคนใช้ AI เก่งขึ้น ไม่สามารถชดเชย Organization Design ที่คลุมเครือได้ทั้งหมด”
แต่ในฐานะ Signal ผมคิดว่ามันตั้งคำถามได้ถูกเวลามากครับ เพราะเทคโนโลยีกำลังขยายสิ่งที่คนหนึ่งคน “ทำได้” เร็วกว่าที่ Organization Chart จะวาดใหม่ทัน
Microsoft เองก็สรุปจาก Work Trend Index 2026 ว่าโจทย์ของผู้นำไม่ใช่เพียงนำ AI มาให้คนใช้ แต่คือการ Rearchitect Work และทำให้โครงสร้าง Metrics, Expectations และ Workflow รองรับ Agency ใหม่ของคนด้วย. (Microsoft)
ดังนั้น ครั้งหน้าที่ผู้บริหารประกาศว่า
“ต่อไปทุกคนใช้ AI ทำงานข้ามสายกันได้เต็มที่เลยครับ”
* Qiannan Zhang, Jingyi Zhang & Shan Dong (2026), Frontiers in Psychology — “Dual pathways of generative AI use: role ambiguity and self-efficacy in employee-AI collaboration”: งาน Original Research ตีพิมพ์ 14 สิงหาคม 2026 เก็บข้อมูลพนักงาน 541 คนจากบริษัท High-tech 5 แห่งในเมืองเทียนจิน ประเทศจีน
พบว่าการใช้ GenAI สัมพันธ์เชิงบวกทั้งกับ Role Ambiguity และ Role Breadth Self-Efficacy โดย Role Ambiguity สัมพันธ์เชิงลบกับ Employee-AI Collaboration ขณะที่ Role Breadth Self-Efficacy สัมพันธ์เชิงบวก และ AI Literacy ช่วยลดทอนเส้นทาง Ambiguity พร้อมเสริมเส้นทาง Self-Efficacy. (Frontiers) Frontiers in Psychology — Original Research
* Microsoft — 2026 Work Trend Index Annual Report: ใช้เป็นบริบทเรื่อง Human Agency และการเปลี่ยนคุณค่าของงานจากการทำ Task ไปสู่การกำหนด Intent, Judgment, Quality Bar และ Outcome รวมถึงข้อเสนอว่าผู้นำต้อง Rearchitect Work เพราะ Individual AI Capability กำลังเดินเร็วกว่าระบบองค์กรในหลายกรณี. (Microsoft) Microsoft 2026 Work Trend Index
* Microsoft Thailand — Work Trend Index 2026 Thailand Insights, 4 August 2026: ใช้เป็นบริบทประเทศไทย โดยรายงานว่า 32% ของคนทำงานไทยในชุดข้อมูลอยู่ในกลุ่ม Frontier Professionals เทียบกับค่าเฉลี่ยโลก 16% และ 89% ใช้ AI Output เป็นจุดตั้งต้นในการต่อยอดความคิด พร้อมเสนอให้องค์กรปรับ Structures และ Workflows ให้สอดคล้องกับวิธีทำงานใหม่. (Source - Microsoft Thailand — Work Trend Index 2026
* กรอบ Capability ≠ Decision Rights ≠ Accountability, Role by Outcome, Role Contract และหลัก “Capability สามารถ Overlap ได้ แต่ Accountability ไม่ควรเบลอ” — เป็นการสังเคราะห์ของผู้เขียนเพื่ออธิบาย Organizational Design ในโลกที่ Generative AI ทำให้ Task Boundary ระหว่าง Function บางลง ไม่ได้นำเสนอในฐานะ Framework จากงานวิจัยต้นทาง