24 ส.ค. เวลา 09:24 • ข่าว

สิงคโปร์ซัพพอร์ทเกินล้าน ให้ค่าเลี้ยงดูเด็กจนถึง 17 ปี

จูงใจคนสิงคโปร์ให้มีลูกมากขึ้น
ลอเรนซ์ หว่อง นายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ แถลงนโยบายแห่งชาติประจำปี 2026 เมื่อวันอาทิตย์ (23 สิงหาคม 26) ที่ผ่านมา เตรียมอัดฉีดงบ เพิ่มสวัสดิการช่วยเหลือพ่อแม่ชาวสิงคโปร์ ที่มีภาระเลี้ยงลูกเล็กๆ หรือ กำลังวางแผนที่จะมีลูก โดยรัฐบาลสิงคโปร์จะให้ค่าเลี้ยงดูบุตร 1 คน จนถึงอายุ 17 ปี เกือบ 70,000 หรียญสิงคโปร์ (ประมาณ 1.7 ล้านบาท)
ค่าเลี้ยงดู 70,000 เหรียญต่อเด็ก 1 คนนี้ จะถูกแบ่งจ่ายตามช่วงอายุของเด็กโดยเริ่มจากเงินขวัญถุงตอนแรกเกิด ครอบครัวจะได้รับเงินจากรัฐบาลทันที 10,000 เหรียญ โดยแบ่งจ่าย 2 งวด ภายใน 12 เดือน
หลังจากนั้น รัฐบาลจะมอบเงินทุนช่วยเหลือค่าเลี้ยงดูเด็กให้อีกคนละ 32,000 เหรียญ เป็นเงินสด แบ่งจ่ายรายปี ปีละ 2,000 เหรียญ ตั้งแต่เด็กอายุ 1 ขวบจนถึงอายุ 17 ปี
รัฐบาลสิงคโปร์จะเติมเงินเข้ากองทุนพัฒนาเด็ก (Child Development Account - CDA) 5,000 เหรียญต่อหัวเพื่อพัฒนาอุปกรณ์การเรียน และอีก 5,000 เหรียญเป็นเครดิตให้ผู้ปกครองสามารถเบิกจ่ายเป็นค่าเลี้ยงดูตามเงื่อนไขที่รัฐบาลกำหนดได้จนถึงอายุ 16 ปี
ยังไม่หมด เมื่อเด็กอายุครบ 17 ปี รัฐบาลสิงคโปร์จะมอบเงินทุนการศึกษาให้อีก 10,000 หลังจบระดับชั้นมัธยม เพื่อช่วยเหลือค่าเรียนต่อในระดับอุดมศึกษาอีกด้วย
เมื่อรวมกับโครงการสนับสนุนเดิมที่มีอยู่แล้ว เช่น กองทุนช่วยเหลือค่ารักษาพยาบาล Medisave คนละ 5,000 เหรียญ กับ กองทุนช่วยเหลือค่ากิจกรรมเสริม Edusave อีก 2,500 เหรียญ เท่ากับว่า เด็ก 1 คน จะได้รับเงินสนับสนุนค่าเลี้ยงดูจากรัฐบาลสิงคโปร์สูงสุดถึง 69,500 เหรียญ ตั้งแต่แรกเกิดจนถึงอายุ 17 ปี เริ่มตั้งแต่ปี 2027 เป็นต้นไป
นอกจากเงินช่วยเหลือค่าเลี้ยงดูแล้ว ลอเรนซ์ หว่อง ยังให้สัญญาอีกว่า รัฐบาลสิงคโปร์ จะปรับให้บริการของโรงเรียนเตรียมอนุบาล หรือ Pre-School ลดลง 50% ให้ได้ภายในปี 2030 จากเดือนละ 300 เหรียญในปัจจุบัน ให้เหลือเพียงเดือนละ 150 เหรียญ โดยค่าใช้จ่ายส่วนต่าง รัฐบาลจะเป็นผู้ออกให้
และยังเพิ่มสวัสดิการให้พ่อ-แม่ มีสิทธิ์ "ลาเลี้ยงลูก" ได้อีกต่างหากจาก ลากิจ ลาป่วยทั่วไป โดยมีหลักเกณฑ์ดังนี้
หากพ่อแม่ที่กำลังทำงาน มีลูกที่อายุตั้งแต่ 0-12 ปี มีสิทธิ์ลาเลี้ยงลูกได้ปีละ 8 วัน สำหรับลูก 1 คน/ 10 วันสำหรับลูก 2 คน และ 12 วัน หากมีลูกตั้งแต่ 3 คนขึ้นไป
จากเดิมที่พ่อแม่สิงคโปร์มีสิทธิ์ลาเลี้ยงลูกได้แค่ปีละ 6 คน ในกรณีที่มีลูกคนสุดท้องอายุไม่เกิน 6 ปี และลดลงเหลือแค่ 2 วัน เมื่อลูกเข้าโรงเรียนแล้ว โดยไม่คำนึงว่าครอบครัวจะมีลูกกี่คน
สิทธิการลาที่เพิ่มขึ้น ย่อมส่งผลกระทบต่อนายจ้าง เป็นสิ่งที่รัฐบาลสิงคโปร์คิดมาแล้ว จึงได้ตั้งวงเงินค่าชดเชยให้กับนายจ้าง และผู้ประกอบการรายย่อย ที่สนับสนุนลูกจ้างให้ลาเลี้ยงลูกได้ตามกฎหมายด้วย
คาดว่างบประมาณที่ใช้ในโครงการช่วยเหลือค่าเลี้ยงดูอาจสูงถึง 7 พันล้านเหรียญสิงคโปร์ สำหรับเด็กๆ ชาวสิงคโปร์กว่า 6.1 แสนคน ที่จะได้รับสิทธิ์จากโครงการนี้ และยังจัดเป็นวาระแห่งชาติที่รัฐบาลสิงคโปร์เร่งดำเนินการ อันเนื่องจากภาวะเด็กเกิดน้อย
โดยอัตราเด็กแรกเกิดในสิงคโปร์ในปีที่ผ่านมา ลดลงเหลือเพียง 0.87 ซึ่งเป็นตัวเลขที่ต่ำที่สุดเป็นประวัติการณ์ ในขณะที่มีประชากรที่มีอายุสูงกว่า 65 ปี ถึง 1 ใน 5
และด้วยภาระทางเศรษฐกิจที่กดดันสูง ก็ทำให้ครอบครัวชาวสิงคโปร์ ลังเลที่จะมีบุตร นั่นจึงเป็นเหตุผลที่รัฐบาลสิงคโปร์ออกมาเร่งอัดฉีดค่าเลี้ยงดูเด็กในสิงคโปร์ และ เสริมสวัสดิการที่เอื้อให้พ่อแม่สิงคโปร์สามารถดูแลลูกโดยไม่กระทบกับหน้าที่การงานจนเกินไปนัก
ที่รัฐบาลสิงคโปร์สามารถให้สวัสดิการเลี้ยงดูเด็กได้ถึงขนาดนี้ ที่ขนาดประเทศที่พัฒนาแล้วในระดับเดียวกันฟังแล้วยังว้าว เป็นเพราะสิงคโปร์เป็นประเทศที่ประชากรมีรายได้ต่อหัวสูง และจ่ายภาษีกันอย่างเต็มเม็ด เต็มหน่วย
โดยในปี 2024/2025 ที่ผ่านมา รัฐบาลสิงคโปร์มีรายได้จากภาษีถึง 6.9 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ จากประชากรราว 6 ล้านคน เฉลี่ยแล้วชาวสิงคโปร์จ่ายภาษีต่อคนปีละ US$ 11,470
เมื่อเทียบกับตัวเลขรายได้ภาษีของไทย จัดเก็บได้ปีละ 7.5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ในขณะที่เรามีประชากร 71 ล้านคน เท่ากับว่า คนไทยจ่ายภาษีต่อปีเฉลี่ยคนละ US$1050 เท่านั้น
นั่นจึงเป็นคำตอบกลายๆได้ว่า ทำไมบ้านเราไม่สามารถให้สวัสดิการเลี้ยงดูเด็กได้เท่าสิงคโปร์ แม้ว่าบ้านเราจะเข้าสู่ยุคสังคมผู้สูงอายุเหมือนกันแล้วก็ตาม
****************
ติดตามบทความของ "หรรสาระ" เพิ่มเติมได้ที่
Facebook - หรรสาระ By Jeans Aroonrat
Twitter - @HunsaraByJeans
Blockdit - หรรสาระ By Jeans Aroonrat
แพลทฟอร์มคุณภาพ ไม่ปิดกั้นการมองเห็นเนื้อหา
****************
แหล่งข้อมูล
โฆษณา