เมื่อวาน เวลา 15:00 • หุ้น & เศรษฐกิจ

ทำไมตลาดกำลังกลัว #ดอลลาร์เสื่อมค่า บอนด์ยีลด์พุ่ง เสี่ยงลามสู่วิกฤติค่าเงิน

การประกาศเพิ่มวงเงิน "ซื้อคืนพันธบัตร" เป็นสองเท่าของกระทรวงการคลังสหรัฐเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ได้ผลตอบรับแค่ช่วงสั้นๆ อัตราผลตอบแทนพันธบัตร (บอนด์ยีลด์) ที่ลดลงเพราะข่าวนี้ ดีดตัวกลับขึ้นในวันถัดมา พร้อมกับ "ค่าเงินดอลลาร์" ที่อ่อนค่าลงต่ำสุดในรอบหลายเดือน
จุดนี้นับว่า "ต่างออกไป" จากครั้งที่ผ่านๆ มา เพราะโดยปกติแล้วเมื่อบอนด์ยีลด์สูงขึ้น ดอลลาร์จะแข็งค่า สะท้อนถึงเงินที่ไหลเข้ามาซื้อสินทรัพย์สหรัฐ แต่ในครั้งนี้เงินไม่ได้ไหลเข้ามาซื้อดอลลาร์ แต่กลับไหลไปที่ทองคำและบิตคอยน์แทน และยีลด์ที่สูงขึ้นก็สะท้อนว่ามาจาก Risk premium มากกว่า
สถานการณ์นี้กำลังสะท้อนความกังวลได้ดีว่า ตลาดกำลังกังวลเรื่อง "การเสื่อมค่าของดอลลาร์" หรือ "Dollar Debasement" ซึ่งเป็นกระแสที่กำลังมีการถกเถียงกันในโลกการเงินมากที่สุดในเวลานี้
เดิมทีนั้น สหรัฐยึดถือแนวทาง “Strong Dollar Policy” หรือนโยบายดอลลาร์แข็งค่ามาอย่างยาวนาน ซึ่งไม่ได้หมายความว่ารัฐบาลจะต้องเข้าแทรกแซงเพื่อทำให้ดอลลาร์แข็งค่าตลอดเวลา แต่สะท้อนถึงการดำเนินนโยบายเศรษฐกิจที่ช่วยรักษา "ความเชื่อมั่นต่อเงินดอลลาร์" ทั้งการให้ความสำคัญกับหนี้และการขาดดุล การปล่อยให้ตลาดเป็นผู้กำหนดราคา และการรักษาความเป็นอิสระของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด)
แต่สิ่งที่กระทรวงการคลังสหรัฐภายใต้การนำของ “สก็อตต์ เบสเซนต์” กำลังทำอยู่ เริ่มทำให้ตลาดตั้งคำถามต่อแนวทางดังกล่าว โดยเฉพาะการเข้าแทรกแซงตลาดการเงินเพื่อสกัดการพุ่งขึ้นของต้นทุนการกู้ยืมระยะยาว ทั้งที่ปัญหาพื้นฐานอย่าง "หนี้และการขาดดุลงบประมาณ" ยังไม่ได้รับการแก้ไข
ความกังวลของตลาดจึงอยู่ที่ว่า หากรัฐบาลไม่ยอมปล่อยให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรปรับสูงขึ้นเพื่อสะท้อนความเสี่ยงทางการคลังอย่างเต็มที่ แรงกดดันดังกล่าวจะไม่ได้หายไป แต่อาจถูกผลักไปสะท้อนผ่าน “ค่าเงินดอลลาร์ที่อ่อนลง” แทน และนี่คือจุดที่ทำให้แนวคิดเรื่อง Dollar Debasement กลับมาอยู่ในความสนใจของตลาดอีกครั้ง
#กรุงเทพธุรกิจ #InsightforOpportunities #กรุงเทพธุรกิจEconomic
โฆษณา