Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
เรื่องเล่าเมาเมาแมน
•
ติดตาม
26 ส.ค. เวลา 12:30 • การเมือง
งบไม่พอ ข้ออ้างสุดคลาสสิคแต่มักง่าย
หลังเกิดเหตุการณ์ความไม่สงบในสามจังหวัดใต้
กองทัพและหน่วยงานความมั่นคงก็ออกมาบอกว่า
การข่าวไม่ได้ล้มเหลว
แต่คนไม่พอ ในการเฝ้าระวัง
นัยหนึ่งของคำว่าคนไม่พอ มันก็คือ “งบไม่พอ” นั่นแหละ
เพราะถ้าอยากจ้างคนเพิ่ม ก็ต้องเพิ่มงบ ถูกไหมล่ะ….
แต่สำหรับเมืองไทย ไอ้เรื่องคนไม่พอ งบไม่พอ
มันโผล่มาทุกทีจากปากคนทำงานนั่นแหละ เวลามีปัญหา
…ยาทะลัก น้ำท่วม ภัยแล้ง และเหตุการณ์ล่าสุดที่ผ่านมา….
…มีครั้งไหนบ้าง ที่ราชการไทยไม่อ้างว่า “งบไม่พอ”….
สำหรับประเทศไทย ที่ค่าใช้จ่ายประจำเกี่ยวกับ
หน่วยราชการทั้งหมด สูงถึง 70 เปอร์เซ็นต์กว่าๆ
ของงบประมาณทั้งหมด สูงกว่าประเทศใหญ่ๆพอสมควร
(ไม่นับรัฐราชการอำนาจนิยม)
การอ้างว่า งบไม่พอต่อประชากรรายหัวนั้น
ถือว่าไม่สมเหตุผลเอามากๆ
มันควรจะพอ เมื่อดูจากงบประมาณโดยรวม
แต่ปัญหามันคือการเกลี่ยงบประมาณเสียมากกว่า
ทั้งรายจ่ายประจำ เงินเดือน สวัสดิการ
ที่สูงเกินไปจนเป็นภาระ สร้างโน่นี่กันเลอะเทอะ
แถมมีตำแหน่งขาลอยมากมายที่กินเงินเดือนสูงๆ
ที่ได้มาจากการอุดปาก จากการไม่ได้ตำแหน่งสำคัญ
เวลามีการแต่งตั้งโยกย้าย
1
และการรั่วไหลของงบประมาณจากการคอรัปชั่น
ที่ก็ไม่มีใครรู้จริงๆ ว่าปีๆนึงมันเท่าไหร่
มันอาจไม่สมเหตุผล เมื่อดูจากงบประมาณรวม
แต่มันจะสมเหตุผลทันที
ถ้าดูจากลักษณะการใช้งบประมาณของไทยเราเอง
…เพราะชอบเหลือเกิน ที่จะเอาไปละลายกับเรื่องไม่จำเป็น
หรือจะเพื่อทำมาหากินอะไรกันก็ไม่รู้ล่ะนะ….
…ซึ่งนี่คือภาพรวมการใช้งบ ของระบบข้าราชการไทย….
…จึงไม่น่าแปลกใจนัก ที่คำว่างบไม่พอจะถูกอ้างทุกครั้ง….
กับเหตุการณ์ล่าสุด เราคงต้องโฟกัสไปที่กองทัพ
และหน่วยงานรัฐที่รับผิดชอบในพื้นที่
พวกเขารับผิดชอบงบประมาณ “เฉพาะสามจังหวัด”
ปีนึงๆ เฉลี่ยเฉียดสองหมื่นล้านต่อปี
โดยไม่นับงบประมาณแบบพิเศษ เร่งด่วน
ที่ลงไปจากส่วนกลาง ในลักษณะงบฉุกเฉิน
ถามว่าควรจะพอไหม ก็ต้องตอบว่าควรจะพอ
แต่ปัญหานั้น ผมค่อนข้างเห็นด้วยกับนักวิชาการ
ด้านความมั่นคง ที่ปกติอยู่ฝั่งอำนาจรัฐตลอดในรอบนี้
คือ ยุทธศาสตร์กองทัพนั้น “ผิด”
เขาวิเคราะห์ว่า งบประมาณส่วนมาก
หมดไปกับกำลังพล ที่มากเกินไป ไม่ใช่น้อยไป
เพราะเป็นที่รู้กันดีว่า ทหารที่ลงสามจังหวัดมีเบี้ยพิเศษ
ให้เป็นเบี้ยเสี่ยงภัย และยังต้องจัดการด้านการเป็นอยู่อีกมาก
การกำหนดขนาดกำลังพล ในลักษณะการ “ไปรบ”
หรือเข้ายึดพื้นที่หลายหมื่นนาย จึงไม่ใช่ยุทธศาสตร์ที่ถูก
ยุทธศาสตร์ที่ถูกคือ เฝ้าระวัง และทำงานมวลชน
ซึ่งมันไม่ควรใช้ขนาดนั้น
เพราะหากรวมกับทั้งฝ่ายพลเรือน ที่เกี่ยวข้องที่อยู่
ในพื้นที่อยู่แล้ว มันสมควรใช้ไม่กี่พันนายเท่านั้น
ซึ่งการพูดแบบนี้ ก็เป็นคนละทางกับกองทัพเลย
ปกตินักวิชาการหน้าจืดท่านนี้จะไม่แย้งกองทัพนัก
มันจึงน่าสนใจมากเป็นพิเศษ….
ทำไมนักวิชาการ จึงเห็นว่าคนมากไป ?
นักวิชาการมองว่า ปัญหาชายแดนไม่ว่าฝั่งไหนของไทย
หรือส่วนไหนของโลก
มนุษย์ก็ไม่สามารถใช้มนุษย์ควบคุมได้หมด
เพราะข้อจำกัดต่างๆมันมาก
แต่เทคโนโลยีทำได้
และราคาถูกกว่าการใช้คน
มีการยกตัวอย่างปัญหาชายแดนสหรัฐ
ที่ตอนแรกสหรัฐก็หัวบานไปกับการใช้คนดูแล
ซึ่งเป็นไปไม่ได้ กับพื้นที่ใหญ่ขนาดนั้น
แต่ปัจจุบัน ปัญหากลับเบาบางลง ทั้งที่ลดคนลง
แล้วใช้เทคโนโลยีเข้ามาแทน โดยเฉพาะโดรน
และระบบตรวจสอบต่างๆเข้ามาแทน
จริงอยู่ กับชายแดนใต้ที่เป็นป่านั้นต่างกับทะเลทรายที่สหรัฐ
แต่หลายพื้นที่ โดยเฉพาะเขตถนน มันก็ไม่จำเป็นต้องใช้คน
หรือเอาชีวิตเจ้าหน้าที่ไปเสี่ยง
เพราะโดรนปัจจุบันสามารถทำหน้าที่ได้
ทั้งการลาดตระเวนและโจมตีสกัดกั้น
ซึ่งปัจจุบัน ยูเครนก็ใช้วิธีนี้ในการลาดตะเวน
ในสงครามที่หนักหน่วงกว่าภาคใต้เป็นรัอยเท่า
และใช้งานได้ทั้งเมือง ถนน และป่า
ด้วยเทคโนโลยีปัจจุบัน การไม่ใช้เทคโนโลยีเหล่านี้แทน
จึงย่อมไม่สมเหตุผล และเอาเจ้าหน้าที่ไปเสี่ยง เสียงบประมาณ
แบบไม่มีความจำเป็นเลย
…นักวิชาการเสนอว่า ให้ใช้เทคโนโลยีเป็นหลัก
และเจ้าหน้าที่จริงๆ เสริมในส่วนที่เป็นข้อจำกัด….
…ก็จะสามารถประหยัดทั้งงบประมาณ
และลดการสูญเสียกำลังพล ได้อีกมาก…
…ซึ่งผมก็มองว่ามันควรจะเป็นเช่นนั้น…
…ไม่ใช่มาบอกว่าคนหรืองบประมาณไม่พอ….
การใช้เทคโนโลยีนั้นประหยัดกว่าคนแน่นอน
ถ้าไม่มีปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างแล้วเงินรั่วน่ะนะ
ใช่ มันอาจเป็นการลงทุนจัดซื้อ ที่ดูเหมือนราคาสูง
แต่เมื่อคิดถึงค่าใช้จ่ายตามหลัง มันถูกกว่าแน่นอน
เช่น ถ้าคุณซื้อโดรนมาลำละ 50,000 บาท
มันอาจเท่าเงินเดือนทหาร รวมเบี้ยพิเศษสักสองเดือนก็จริง
แต่หลังจากนั้น แทบไม่มีค่าใช้จ่ายอะไร
ค่าบำรุงรักษา ก็คงไม่มากเท่าเลี้ยงคน
พังก็ไม่ต้องเยียวยาเหมือนเจ้าหน้าที่อีกหลายล้านบาท
ที่สำคัญ โดรนประสิทธิภาพสูงแบบที่ใช้ในยูเครน
ราคาไม่แพงอะไรมากนัก
…และคนไทยเองก็ทำได้ในระดับที่น่าพอใจ …
ดังนั้นคำถามว่า ทำไมไทยไม่ใช้โดรนแทนทหาร
หรือเจ้าหน้าที่ มันจึงมีน้ำหนักและน่าสนใจมาก
…หรือมันกินยากก็ไม่รู้น่ะนะ ….
ลดคน แล้วเอาค่าใช้จ่ายตรงนั้น มาซื้อโดรน
คือคอนเซ็ปท์ที่หลายคนสนับสนุน
ถ้านับจากวันที่ยูเครนเริ่มใช้โดรนอย่างมีประสิทธิภาพ
วันนี้มันก็สี่ปีเข้าไปแล้ว ที่พวกเขาสอนชาวโลก
กับงบประมาณในสามจังหวัด
ถ้าเจียดมาสักปีละ 500 ล้านได้จากการลดคนลง
ป่านนี้คงมีโดรนหลายพัน เต็มสามจังหวัด
ครอบคลุมพื้นที่ได้ไปนานแล้ว
ทำไมไม่ทำ ???
หรือไง โดรนมันแค่ชาร์จไฟ บิลจากการไฟฟ้ามันฟ้อง
เลยไม่มีค่าหัวคิวให้หักค่าโน่นนี่เหมือนคนเหรอ ?
…ก็ลองคิดดูเอาครับ….
ปัญหาสามจังหวัดชายแดนใต้
ถือเป็นปัญหาที่ซับซ้อนที่สุดปัญหาหนึ่งของไทย
เพราะมันมีทั้งปัญหาด้านความเชื่อ เชื้อชาติ
และผลประโยชน์ของเถื่อนมหาศาลมาพร้อมๆกัน
ปัจจัยจากภายนอกเข้ามาปั่นก็ค่อนข้างมาก
แล้วก็ยังมีพวกหากินกับงบประมาณอีก
พวกนี้ชอบให้รุนแรง ยิ่งแรงยิ่งขอได้มาก
แต่ทุกปัจจัย ทุกกลุ่มที่สร้างปัญหา
เขาสมประโยชน์กันได้ จากการที่มันไม่สงบ
มันเลยยากมากๆ ผมเข้าใจ และเห็นใจเจ้าหน้าที่
ระดับปฏิบัติเอามากๆ
ที่เขียนทั้งหมด นอกจากเรื่องรำคาญการบ่นเรื่องงบแล้ว
ผมยังไม่อยากให้เอาเจ้าหน้าที่ไปเสี่ยงด้วยล่ะนะ
…ไอ้ที่ทำมายี่สิบกว่าปี ใช้งบมาก มันก็ไม่ดีขึ้น
มันก็น่าจะพิสูจน์แล้วว่า แนวทางเดิมนั้นล้มเหลว…
…ก็เปลี่ยนบ้างเถอะ….
…จะมาดันทุรังของบเพื่อทำแบบเดิมๆ มันก็ให้ผลเดิมๆ…
…เพื่ออะไรล่ะท่าน…
เลิกบ่นได้แล้วครับ ไทยไม่ใช่ประเทศที่รวย
ที่พอมีปัญหาก็แก้ด้วยเงินไปปรนเปรองบได้ทุกอย่าง
…คนใช้งบนั่นแหละต้องใช้สมองให้มากกว่านี้…
1
…และต้องโปร่งใส เพื่อประโยชน์ส่วนรวมเป็นสำคัญ….
…ไม่งั้น เท่าไหร่มันก็ไม่พอหรอก ….
1
ความคิดเห็น
ข่าว
บันทึก
11
1
11
1
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย