30 ส.ค. เวลา 00:00 • ธุรกิจ

บทที่ 172 : มองใกล้เพื่อไปไกล — มีคนพร้อมอนุมัติ 20 สาขา มีงบ มีทีม และมีโอกาสที่หลายคนรอมาทั้งชีวิต...

แต่ Ethan กลับเลือกที่จะหยุดทุกอย่างไว้ เพราะปัญหาหลายอย่างในโรงงานยังคงเกิดซ้ำๆ เหมือนเดิม...
ค่ำวันนั้น โรงงาน Vale Bakery เงียบสงบราวกับความเชื่อเดิมของ Ethan ถูกปล่อยวาง บนโต๊ะทำงานไร้แผนขยายสาขาหรือรายงานตัวเลข มีเพียงสมุดกับปากกาหนึ่งด้าม
เมื่อเสียงรถพนักงานคันสุดท้ายหายไปในความมืด ความเงียบก็ตรึงเขาไว้กับปัจจุบัน พร้อมความเข้าใจที่ว่าไม่ล้มเหลวไม่ได้แปลว่ากำลังสำเร็จ และการหยุดสิ่งที่ผิดพลาด คือการตัดสินใจที่ถูกต้องที่สุดของผู้บริหาร
เสียงเคาะประตูดังขึ้นเบา ๆ
Richard เปิดประตูเข้ามาโดยไม่รอคำเชิญ ครั้งนี้เขาไม่ได้สวมสูทเหมือนทุกครั้ง เสื้อโค้ตถูกพาดอยู่บนแขนข้างหนึ่ง เนกไทถูกคลายออกเล็กน้อย ท่าทางดูเหมือนคนที่เพิ่งวางภาระหนักลงจากบ่า
"ผมนึกว่าคุณกลับไปพักแล้วครับ"
Ethan เอ่ยขึ้น
Richard เดินเข้ามานั่งฝั่งตรงข้าม "ผมเองก็นึกว่าคุณจะกลับบ้านเหมือนกัน"
"ยังไม่อยากกลับครับ"
Richard พยักหน้าเข้าใจ "ก็ดีแล้ว" เขามองไปรอบห้อง ก่อนหยุดสายตาที่สมุดเปล่าบนโต๊ะ "ผมไม่อยากให้คุณจำวันนี้ผิดไป"
Ethan เลิกคิ้ว "ยังไงครับ"
Richard มองตรงเข้าไปในดวงตาของเขา
"วันนี้คุณไม่ได้ล้มเหลว" เขาหยุดเล็กน้อย "คุณแค่หยุดโกหกตัวเองได้ทันเวลา"
Richard เอื้อมมือไปหยิบสมุดขึ้นมา พลิกผ่านหน้ากระดาษว่างเปล่าสองสามหน้า
"คุณรู้ไหม Ethan คนจำนวนมากเขียนคำว่า Vision ไว้บนกำแพงบริษัท แต่ไม่เคยใช้มันมองความจริงเลย" เขาวางสมุดลง "พวกเขาใช้เป็นม่านบังตา"
Ethan นั่งฟังเงียบ ๆ
"ผมเคยเจอเจ้าของร้านอาหารคนหนึ่ง" Richard กล่าวต่อ "เขาพูดเรื่องแฟรนไชส์ทั่วประเทศทุกครั้งที่ขึ้นเวทีสัมมนา แต่ในครัวของร้านแรก พนักงานยังทำอาหารรสชาติไม่เหมือนกันเลย"
"ผมเคยเจอพวกเถ้าแก่รุ่นใหม่ที่เอาแต่พูดเรื่องจะนำบริษัทเข้าตลาดหลักทรัพย์ตลอดเวลา ทั้งที่หลังบ้านตัวเองยังขายของยิ่งเยอะ ยิ่งขาดทุนอยู่เลย"
Richard ยิ้มบาง "และผมเคยเจอเจ้าของโรงงานที่พูดเรื่องส่งออกไปต่างประเทศ ทั้งที่ยังควบคุมของเสียในสายการผลิตของตัวเองไม่ได้"
"คุณกำลังหมายถึงผม"
"ใช่" Richard ตอบตรง ๆ "แต่ไม่ได้หมายความว่าคุณแย่กว่าคนพวกนั้น คุณแค่เกือบเดินไปบนเส้นทางเดียวกัน"
ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้ง ก่อนที่ Richard จะพูดต่อ
"คุณรู้ไหมว่าถ้าวันนี้ผมอนุมัติโครงการนั้นจริง ๆ จะเกิดอะไรขึ้น"
Ethan ส่ายหน้า
Richard เอนตัวพิงเก้าอี้ "คุณจะมีปัญหาเพิ่มขึ้นอีกยี่สิบเท่า ถ้าคุณเปิดยี่สิบสาขาด้วยระบบที่ยังไม่พร้อม คุณจะไม่ได้สร้างธุรกิจยี่สิบแห่ง คุณจะกระจายข้อผิดพลาดเดิมไปยังยี่สิบสาขาพร้อมกัน"
คำพูดนั้นทำให้ Ethan นิ่งไป
Richard ชี้นิ้วลงบนโต๊ะทีละจุด
"สูตรการผลิตยังไม่ถูกทำให้เป็นมาตรฐาน ระบบฝึกคนยังสร้างซ้ำไม่ได้ กระบวนการควบคุมคุณภาพยังขึ้นอยู่กับคนเก่งไม่กี่คน ระบบจัดซื้อยังไม่มีอำนาจต่อรองเพียงพอ และข้อมูลต้นทุนหลายส่วนยังไม่นิ่ง"
เขาหยุดมอง Ethan "คุณคิดว่าปัญหาเหล่านี้จะหายไปเมื่อเปิดยี่สิบสาขาไหม"
"ไม่ครับ"
"ถูกต้อง" Richard พยักหน้า "มันจะโตตามคุณไปทุกที่ นี่คือเหตุผลที่ธุรกิจจำนวนมากล้มเหลวตอนขยายตัว พวกเขาไม่ได้ขยายความสำเร็จ พวกเขาขยายความผิดพลาด"
Ethan นั่งเงียบ
ตลอดเวลาที่ผ่านมา เขาคิดว่าการเติบโตคือคำตอบ แต่ความจริงแล้ว การเติบโตเป็นเพียงเครื่องขยายเสียง ถ้าธุรกิจดีจะขยายข้อดี ถ้าธุรกิจมีปัญหามันก็จะขยายปัญหาเช่นกัน
"ผมเคยคิดว่า Vision คือการมองเห็นอนาคตไกลกว่าคนอื่น"
Ethan พูดขึ้นเบา ๆ
Richard ส่ายหน้า "ไม่ Vision คือการมองเห็นปัจจุบันชัดกว่าคนอื่น"
เขาโน้มตัวมาข้างหน้า "คนเพ้อฝันมองไปที่อนาคตเพราะไม่อยากมองปัจจุบัน แต่ผู้ประกอบการตัวจริงมองปัจจุบันจนเข้าใจว่าควรสร้างอนาคตแบบไหน"
เขาหยิบปากกาขึ้นมาหมุนเล่น "และอีกเรื่องที่คนมักสับสน Vision ไม่ใช่ Strategy"
Ethan เงยหน้าขึ้น
"Vision บอกว่าเราจะไปที่ไหน Strategy บอกว่าเราจะไปยังไง ส่วนระบบงาน คือสิ่งที่พาเราไปถึงจริง"
เขาวางปากกาลงบนโต๊ะ "ยี่สิบสาขาไม่ใช่วิสัยทัศน์ มันเป็นเพียงผลลัพธ์ที่คุณอยากได้ วิสัยทัศน์จริง ๆ อาจเป็นการทำให้คนจำนวนมากเข้าถึงขนมคุณภาพดีในราคาที่เหมาะสม ส่วนยี่สิบสาขาเป็นแค่หนึ่งในหลายวิธีที่จะทำให้สิ่งนั้นเกิดขึ้น"
Ethan นิ่งไป
นี่เป็นครั้งแรกที่เขาแยกสองเรื่องนี้ออกจากกันได้อย่างชัดเจน เป้าหมายเป็นเพียงตัวเลข ส่วนวิสัยทัศน์คือเหตุผลที่อยู่เบื้องหลังตัวเลขนั้น
เวลาผ่านไปครู่หนึ่ง
ในที่สุด Ethan ก็ถอนหายใจยาว "ผมเข้าใจแล้ว"
Richard ไม่พูดอะไร
Ethan มองไปยังสมุดตรงหน้า "ความจริงแล้ว... ผมไม่ได้อยากมียี่สิบสาขาหรอก"
Richard ยังคงเงียบ
"ผมแค่อยากพิสูจน์ว่าผมประสบความสำเร็จ"
คำพูดนั้นลอยอยู่กลางห้อง ไม่มีใครตอบทันที
เพราะทั้งสองคนรู้ดีว่า นี่คือรากของปัญหาทั้งหมด ไม่ใช่เรื่องสาขา ไม่ใช่เรื่องยอดขาย ไม่ใช่เรื่องแผนธุรกิจ แต่เป็นเรื่องของอัตตาที่ซ่อนอยู่หลังความทะเยอทะยาน
Richard ยิ้มบาง ๆ "ยินดีด้วย"
Ethan มองเขาอย่างงุนงง "เรื่องอะไรครับ"
"ในที่สุดคุณก็เลิกเถียงกับความจริงแล้ว"
ทั้งคู่หัวเราะเบา ๆ เป็นเสียงหัวเราะที่ไม่มีความฝืนอยู่ในนั้น
Richard หยิบปากกาขึ้นมาอีกครั้ง ก่อนเขียนข้อความหนึ่งลงบนหน้ากระดาษแรก
วิสัยทัศน์ที่ทำได้จริง : ไม่ต้องอธิบาย ไม่ต้องรีบร้อน และไม่ต้องปกป้อง...
เขาเลื่อนสมุดกลับไปให้ Ethan
"ถ้าวันไหนที่คุณต้องใช้เวลาครึ่งชั่วโมงอธิบาย Vision ของตัวเอง หรือเริ่มโมโหเมื่อมีคนตั้งคำถาม นั่นแปลว่าคุณกำลังตกหลุมพรางเดิมอีกครั้ง"
Richard ลุกขึ้นยืน เดินไปทางประตู แต่ก่อนจะก้าวออกจากห้อง เขาหยุดนิ่ง
"จำไว้อีกอย่างนะ Ethan วิสัยทัศน์ที่จะทำให้ธุรกิจรอด มักดูเล็ก เงียบ และน่าเบื่อเสมอ"
Ethan มองตาม
Richard พูดต่อโดยไม่หันกลับมา "ธุรกิจที่ล้มเหลวมักมีเรื่องเล่าที่น่าตื่นเต้น เปิดสาขาเร็ว โตหลายเท่า ระดมทุนก้อนใหญ่ ประกาศเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่"
"แต่ธุรกิจที่อยู่รอดสามสิบปี ใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับเรื่องที่ไม่มีใครอยากฟัง ควบคุมต้นทุน ฝึกคน แก้ปัญหาคุณภาพ ปรับปรุงกระบวนการ ทำซ้ำสิ่งเดิมทุกวัน"...
Richard เปิดประตู "คนส่วนใหญ่มองว่าน่าเบื่อ แต่ธุรกิจที่ยิ่งใหญ่จริง ๆ ถูกสร้างขึ้นจากความน่าเบื่อนั่นแหละ"...
ประตูปิดลงช้า ๆ
ความเงียบกลับมาอีกครั้ง
Ethan นั่งมองข้อความบนสมุด ไร้ความฮึกเหิม ทว่ามั่นคงกว่าที่เคย เขาปิดสมุด ปิดไฟ แล้วเดินออกมาผ่านความมืดอันเงียบสงบ
นาทีนี้ไม่มีแผนยี่สิบสาขาหรืออนาคตห้าปี มีเพียงคำถามเรียบง่ายในหัว
"พรุ่งนี้ ลูกค้าคนแรกจะได้รับขนมที่ดีกว่าเมื่อวานไหม" ซึ่งสำคัญกว่าทุกความฝันที่เคยมี
📖 [เบื้องหลังงานเขียน —บทที่ 172 : มองใกล้เพื่อไปไกล]
#เกียรติธร วีรอัศวปรีชา
#ธุรกิจ
#พัฒนาตัวเอง
#นิยายธุรกิจ
#การบริหารจัดการ
#การตลาด
โฆษณา