26 ส.ค. เวลา 18:15 • ความคิดเห็น
ความรู้สึกที่มีต่อประเทศนี้เหรอ งืม... 🤔
งั้นเราลองมาดูนี่ก่อน แล้วลองวิเคราะห์ตาม
กู้เงินแม่งไม่ใช่การแก้ปัญหา ถ้าวิธีคิดยังเหมือนเดิม
ดูตัวเลขในภาพแล้วถามกันตรงๆ แบบไม่ต้องประดิษฐ์คำสวยหรู
กู้เงินอีก 4 แสนล้าน 😄
แล้วมันจะแก้ปัญหาประเทศได้จริงเหรอวะ
การกู้เงินไม่ใช่เรื่องผิดเสมอไป ประเทศไหนก็ต้องกู้ในวันที่จำเป็น ถ้าเอาเงินไปลงทุน สร้างอนาคต สร้างรายได้ เพิ่มศักยภาพประเทศ หรือพาประเทศผ่านวิกฤตอย่างมีแผน
แต่ถ้ากู้เพียงเพื่อเอามาอุดรูรั่ว
กู้เพื่อประคองปัญหาเดิม
กู้เพราะไม่กล้าแตะต้นตอของโรค
แม่งก็ไม่ต่างอะไรกับยาแก้ปวด
กินเข้าไปแล้วหายเจ็บชั่วคราว
แต่โรคเหี้ยๆ ข้างในยังอยู่เหมือนเดิม
หมดฤทธิ์ยาเมื่อไหร่ก็กลับมาเจ็บอีก
แล้วก็ต้องกู้ใหม่
อุดใหม่ วนแม่งอยู่อย่างนี้ไม่รู้จบ
ที่น่ากลัวกว่าการกู้เงินจึงไม่ใช่ตัวเลข 4 แสนล้านเพียงอย่างเดียว แต่คือวิธีคิดของคนที่มีอำนาจตัดสินใจว่าจะเอาเงินนั้นไปทำอะไร และทำไมประเทศถึงต้องกลับมาอยู่ในสถานการณ์แบบนี้ซ้ำๆ
เพราะถ้าโครงสร้างเศรษฐกิจยังเหมือนเดิม
ถ้าระบบราชการยังอุ้ยอ้าย
ถ้าการแข่งขันยังไม่เป็นธรรม
ถ้าทุนยังผูกขาด
ถ้าคนส่วนใหญ่ยังไม่มีโอกาสลืมตาอ้าปาก
ต่อให้กู้เพิ่มอีก 4 แสนล้าน
4 ล้านล้าน
หรือ 40 ล้านล้าน
ถ้าวิธีคิดยังเหมือนเดิม เงินแม่งก็หายไปกับรูรั่วเดิมอยู่ดี
และตรงนี้เองที่เรื่องทั้งหมดมันย้อนกลับมาหาการเมือง
เพราะประเทศจะเปลี่ยนวิธีคิดได้อย่างไร
ถ้าระบบการเมืองไม่เปิดโอกาสให้ประชาชนกำหนดทิศทางของประเทศได้อย่างเต็มที่
เราพูดกันเรื่องประชาธิปไตย แต่ประชาธิปไตยที่ถูกแทรกแซง ถูกจำกัด หรือถูกบิดเบือนตั้งแต่ต้น จะคาดหวังให้มันสร้างระบบการเมืองที่สะท้อนเสียงของประชาชนอย่างแท้จริงได้อย่างไร
เมื่อระบบเปิดช่องให้นักการเมืองบางกลุ่มเข้ามามีอำนาจ แล้วสุดท้ายกลับเกิดการรวมตัวกันเพื่อรักษาผลประโยชน์และอำนาจของตัวเอง แทนที่จะทำหน้าที่แก้ปัญหาให้ประชาชน
ประชาชนก็ต้องถามว่า แล้วนี่มันประชาธิปไตยแบบไหนวะ?
นักการเมืองที่เราเห็นในวันนี้ไม่ได้เกิดขึ้นจากสุญญากาศ
พวกเขาเกิดขึ้นจากระบบการเมืองที่เราออกแบบและปล่อยให้มันเป็นมาแบบนี้
ถ้าประชาธิปไตยไม่เคยถูกปล่อยให้ทำงานอย่างเต็มที่
ถ้าอำนาจของประชาชนถูกจำกัดครั้งแล้วครั้งเล่า
ถ้าการเมืองถูกดึงกลับไปอยู่ในมือของคนกลุ่มเดิมๆ ซ้ำแล้วซ้ำเล่า
1
เราก็ไม่ควรแปลกใจเมื่อผลลัพธ์ที่ออกมาคือการเมืองที่ประชาชนจำนวนมากรู้สึกว่า แม่งไม่ได้พาประเทศไปไหนเลย
เพราะประชาธิปไตยไม่ใช่แค่การมีบัตรเลือกตั้ง
ประชาธิปไตยต้องหมายถึงการที่เสียงของประชาชนสามารถเปลี่ยนแปลงทิศทางประเทศได้จริง
รัฐบาลต้องมีอำนาจบริหารตามสิ่งที่ประชาชนมอบหมาย
รัฐสภาต้องตรวจสอบอำนาจ
ประชาชนต้องตรวจสอบนักการเมืองได้
และไม่มีใครควรมีอภิสิทธิ์เหนือกติกาเพียงเพราะตัวเองอยู่ในกลุ่มที่มีอำนาจ
1
ถ้าสิ่งเหล่านี้ทำงานไม่ได้
แล้วเราจะเรียกสิ่งที่เกิดขึ้นว่าอะไร
ประเทศที่การเมืองไม่สามารถเปลี่ยนแปลงโครงสร้างได้
ก็จะต้องใช้เงินแก้ปัญหาไปวันๆ
วันนี้กู้มาอุดตรงนี้
พรุ่งนี้กู้มาอุดตรงนั้น
มะรืนนี้กู้มาอุ้มระบบอีกที
สุดท้ายหนี้เพิ่ม แต่ประเทศไม่ได้แข็งแรงขึ้น
ประชาชนจึงไม่ได้ถามว่ามึงจะกู้หรือไม่กู้เพียงอย่างเดียว
ประชาชนถามว่า
กู้แล้วจะแก้อะไร
กู้แล้วประเทศจะหาเงินคืนจากไหน
กู้แล้วอะไรจะเปลี่ยน
กู้แล้วใครได้ประโยชน์
และที่สำคัญที่สุด — ทำไมปัญหาเดิมถึงต้องกลับมาให้กู้แก้อยู่เรื่อยๆ
เพราะเงินกู้ซื้อเวลาได้
แต่มันซื้ออนาคตให้ประเทศไม่ได้
ถ้ายังไม่กล้าแตะต้นตอ
ถ้ายังไม่กล้ารื้อโครงสร้าง
ถ้ายังไม่กล้าเปิดพื้นที่ให้ประชาธิปไตยทำหน้าที่อย่างเต็มที่
ถ้ายังปล่อยให้คนที่มีอำนาจทางการเมืองบางกลุ่มรวมหัวกันรักษาอำนาจของตัวเองมากกว่ารักษาผลประโยชน์ของประเทศ
เราก็จะวนอยู่ในวงจรเดิม
ประเทศเป็นหนี้มากขึ้น
ประชาชนเหนื่อยมากขึ้น
แต่คนที่มีอำนาจยังอยู่สบายเหมือนเดิม
1
แล้ววันหนึ่ง เมื่อยาแก้ปวดหมดฤทธิ์
เมื่อเงินกู้เริ่มกลายเป็นภาระ
เมื่อปัญหาที่ถูกเลื่อนเอาไว้กลับมาทวงคืนพร้อมดอกเบี้ย
คนที่ต้องรับกรรมอาจไม่ใช่คนที่นั่งตัดสินใจในวันนี้
แต่อาจเป็นลูกหลานของเราที่เกิดมาพร้อมกับหนี้ และต้องใช้ชีวิตอยู่กับซากของการตัดสินใจที่พวกเขาไม่ได้เป็นคนเลือก
ดังนั้นปัญหาของประเทศไทยจึงไม่ใช่แค่เรื่อง กู้หรือไม่กู้
ปัญหาคือเรายังไม่เคยรักษาโรคที่อยู่ข้างในอย่างจริงจัง
1
และตราบใดที่ประชาธิปไตยยังถูกบิดเบือน
ตราบใดที่ประชาชนยังไม่ได้มีอำนาจกำหนดอนาคตของตัวเองอย่างเต็มที่
ตราบใดที่ระบบยังเปิดทางให้อำนาจบางกลุ่มอยู่เหนือการเปลี่ยนแปลง
เราก็จะได้ประเทศแบบเดิมๆ
ประเทศที่เอาแต่ซื้อเวลาแทนการสร้างอนาคต
ประเทศที่เอาแต่แก้ปลายเหตุแทนที่จะผ่าตัดต้นเหตุ
และประเทศที่เอาแต่บอกประชาชนว่า อดทนหน่อย
ทั้งที่คนที่ควรอดทนที่สุดอาจไม่ใช่ประชาชนเลยด้วยซ้ำ
แล้วเราจะต้องรู้สึกยังไงกับประเทศไทยในวันนี้
ไม่ต้องอธิบายให้ยืดยาว
ไม่ต้องหาคำสวยๆ มาปลอบใจตัวเอง
ประเทศเฮงซวย
คำเดียวสั้นๆ
โฆษณา